เปิดโปง "อาจารย์ต้น": อวตารพระผู้สร้าง ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฟอกเงินบาปในคราบนักบุญ

เจาะลึกกรณี "อาจารย์ต้น" ผู้ที่อ้างตนเป็น "องค์พระผู้สร้าง" หลอกแก้กรรม ฟอกเงินบาป สร้างความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท. เรียนรู้กลโกงและวิธีป้องกัน.

เปิดโปง "อาจารย์ต้น": อวตารพระผู้สร้าง ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฟอกเงินบาปในคราบนักบุญ

ในยุคที่ผู้คนแสวงหาที่พึ่งทางใจและทางออกให้กับปัญหาชีวิต การปรากฏตัวของบุคคลที่อ้างตนเป็น "ผู้วิเศษ" หรือ "องค์พระผู้สร้าง" มักจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่กำลังเผชิญกับความทุกข์หรือความไม่แน่นอน แต่เบื้องหลังความศรัทธาที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแยบยลนั้น บางครั้งกลับซุกซ่อนกลโกงอันมืดมิดที่มุ่งฉกฉวยผลประโยชน์จากความหวังของผู้คน บทความนี้จะเจาะลึกกรณีของ "อาจารย์ต้น" ชายผู้ที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษและสร้างลัทธิหลอกลวงประชาชน สรุปเหตุการณ์สำคัญจากข่าวจริง เพื่อเปิดโปงเบื้องหลังขบวนการฟอกเงินบาปในคราบนักบุญ ที่สร้างความเสียหายมูลค่านับสิบล้านบาท และเตือนภัยสังคมให้รู้เท่าทันกลอุบายเหล่านี้

ปิดฉากขบวนการลวงโลก: จาก 'องค์พระผู้สร้าง' สู่ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงและฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้มีการแถลงข่าวสำคัญเกี่ยวกับการจับกุม นายชวิศฯ หรือ "อาจารย์ต้น" อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาอันร้ายแรงหลายกระทง โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลงานร่วมกันระหว่างกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งได้ร่วมกันทลายขบวนการหลอกลวงประชาชนครั้งใหญ่ที่รู้จักกันในชื่อ "ลัทธิ ลด ละ กรรม"

การจับกุม "อาจารย์ต้น" เกิดขึ้นบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นการปิดฉากพฤติกรรมฉ้อโกงที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน แม้ในชั้นสอบสวน อาจารย์ต้นจะยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่พยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้บ่งชี้ถึงพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อสังคมอย่างชัดเจน

หัวใจสำคัญของขบวนการนี้คือการที่ "อาจารย์ต้น" ตั้งตนเป็น "ผู้วิเศษ" และอ้างตนเป็น "องค์พระผู้สร้าง" (Creator) โดยสร้างเรื่องราวว่าตนสามารถสื่อจิตเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรของผู้เสียหายได้ ทำให้ผู้ที่กำลังมีความทุกข์หรือความกังวลในชีวิตหลงเชื่อและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มปฏิบัติธรรมที่อาจารย์ต้นจัดตั้งขึ้น กลุ่มดังกล่าวมีชื่อว่า "มายด์ แอนด์ โซล" (Mind and Soul) ซึ่งฟังดูเป็นบวกและสร้างสรรค์ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นฉากบังหน้าของการหลอกลวงอันแยบยล

ภาพประกอบ

กลโกงที่แยบยล: แผนการ 'ลด ละ กรรม' และการแสวงหาผลประโยชน์

ขบวนการของ "อาจารย์ต้น" มีกลอุบายที่ซับซ้อนและใช้หลักจิตวิทยาในการโน้มน้าวผู้เสียหายอย่างลึกซึ้ง โดยมีขั้นตอนและวิธีการที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เหยื่อยอมจ่ายเงินจำนวนมาก เริ่มต้นจากการชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรม "มายด์ แอนด์ โซล" ซึ่งเป็นเหมือนประตูแรกที่นำไปสู่การหลอกลวง

การสร้างความเชื่อและกลไก "ยกพระ"

ภายในกลุ่ม อาจารย์ต้นจะจัดกิจกรรมที่เรียกว่า "ยกพระ" ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพิธีกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ "ตรวจสอบดูดวงชะตา" ของผู้เข้าร่วม ด้วยการอ้างตนเป็น "องค์พระผู้สร้าง" และความสามารถในการสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวร อาจารย์ต้นจะหลอกลวงเหยื่อว่าพวกเขามีเจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติติดตามอยู่ หรือมี "กรรมหนัก" ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข หากไม่แก้ไขก็จะประสบพบเจอแต่เรื่องร้ายๆ ในชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างความหวาดกลัวและความกังวลในใจของผู้เสียหาย

เรียกเก็บ "ค่าครู" และ "ค่าลดละกรรม" ทางลัดสู่นิพพาน

เมื่อเหยื่อถูกทำให้เชื่อว่าตนมีกรรมหนักและต้องการทางออก อาจารย์ต้นก็จะนำเสนอ "ทางลัด" ที่ฟังดูน่าสนใจ นั่นคือการจ่ายเงินในรูปแบบของ "ค่าครู" และ "ค่าลดละกรรม" เงินเหล่านี้ถูกอ้างว่าจะใช้ในการปลดล็อกกรรม หรือเป็นหนทางในการ "ซื้อทางลัดสู่นิพพานให้พ้นกรรม" ซึ่งเป็นการเล่นกับความปรารถนาอันสูงสุดของผู้คนในการหลุดพ้นจากความทุกข์และเข้าถึงความสุขสงบทางจิตวิญญาณ คำว่า "ลด ละ กรรม" จึงกลายเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากความเชื่อและความศรัทธา

ระบบเครือข่ายและ "บารมี" ล่อใจ

นอกจากนี้ ขบวนการของ "อาจารย์ต้น" ยังมีการสร้างระบบเครือข่ายที่ซับซ้อนคล้ายกับธุรกิจขายตรง โดยชักชวนให้ลูกศิษย์ที่หลงเชื่อไปชักชวนผู้อื่นมาร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรมด้วย โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือการได้รับ "บารมีเพิ่ม" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจทางจิตวิญญาณที่ถูกนำมาใช้เพื่อขยายฐานเหยื่อ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อเท่านั้น แต่ยังสร้างความผูกพันทางสังคมภายในกลุ่ม ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของ "ชุมชน" ที่มีความเชื่อเดียวกัน และยากที่จะถอนตัวออกมาได้

เงินทั้งหมดที่ได้จากการหลอกลวงนี้ ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์หรือสิ่งที่เป็นกุศลอย่างที่กล่าวอ้าง แต่กลับถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของกลุ่มขบวนการ สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนอย่างชัดเจน และนี่คือที่มาของข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงิน ที่ ปปง. เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้: เหยื่อและผลกระทบ

ผลจากกลโกงที่แยบยลและไร้ซึ่งคุณธรรมนี้ ส่งผลให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมากที่ต้องสูญเสียทั้งเงินทองและสภาพจิตใจ ตามข้อมูลเบื้องต้น มีผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าแจ้งความกว่า 14 ราย โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมจากบางแหล่งข่าวที่ระบุว่า ผู้เสียหายบางรายอาจสูญเงินร่วม 50 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและขนาดของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ภาพประกอบ

ผลกระทบทางด้านการเงิน

เงินจำนวนนับสิบล้านบาทที่ผู้เสียหายต้องจ่ายไปเพื่อ "ปลดล็อกกรรม" หรือ "ซื้อทางลัดสู่นิพพาน" นั้น เป็นเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง บางรายอาจเป็นเงินเก็บทั้งชีวิต เงินเกษียณ หรือแม้กระทั่งเงินกู้ยืม การสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสถานะทางการเงินของผู้เสียหาย ครอบครัว และอนาคตของพวกเขา ผู้เสียหายหลายรายอาจต้องเผชิญกับภาระหนี้สิน ความยากลำบากในการดำรงชีวิต และความรู้สึกผิดหวังเสียใจอย่างรุนแรง

ผลกระทบทางด้านจิตใจและสังคม

นอกเหนือจากความเสียหายทางการเงินแล้ว ผลกระทบทางด้านจิตใจของผู้เสียหายก็เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ การถูกหลอกลวงโดยบุคคลที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษและเล่นกับความเชื่อทางศาสนาหรือจิตวิญญาณ ย่อมสร้างบาดแผลทางใจที่ลึกซึ้ง ผู้เสียหายอาจรู้สึกอับอาย เสียใจ โกรธแค้น และสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเองและผู้อื่น ความศรัทธาที่เคยมีอาจถูกสั่นคลอน ทำให้ยากที่จะกลับมาเชื่อใจใครได้ง่ายๆ

  • ความอับอายและความโดดเดี่ยว: เหยื่อหลายรายอาจรู้สึกอับอายที่ตกเป็นเหยื่อ ทำให้ไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราวกับผู้อื่น และต้องแบกรับความทุกข์ไว้เพียงลำพัง
  • ความรู้สึกผิด: บางรายอาจโทษตัวเองว่าโง่เขลา หรือรู้สึกผิดที่นำเงินทองไปมอบให้กับผู้หลอกลวง
  • การสูญเสียความเชื่อมั่น: ความเชื่อมั่นในศาสนา ความดีงามของมนุษย์ และสถาบันทางจิตวิญญาณ อาจถูกทำลายลง

กรณีเช่นนี้ยังส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ทำให้ผู้คนเกิดความไม่ไว้วางใจต่อผู้ที่อ้างตนเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ หรือสถาบันทางศาสนา สร้างความเคลือบแคลงสงสัยและอาจทำให้ผู้ที่ต้องการแสวงหาธรรมะที่แท้จริงต้องประสบกับความยากลำบากในการแยกแยะ

เปิดโปงเบื้องหลัง 'อาจารย์ต้น': ประวัติฉ้อโกงที่ซ่อนเร้น

การสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของ "อาจารย์ต้น" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการหลอกลวงที่ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น แต่ดำเนินมาอย่างยาวนานและโชกโชน

กรณีฉ้อโกงบริษัทประกันชีวิตในปี 2557

จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่าเมื่อประมาณปี 2557 หรือกว่า 10 ปีที่แล้ว "อาจารย์ต้น" เคยมีประวัติถูกบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแจ้งความดำเนินคดีมาแล้วในข้อหาฉ้อโกง โดยพฤติการณ์ในครั้งนั้นคือ การแจ้งความเท็จต่อบริษัทประกันชีวิตว่าภรรยาของตนเสียชีวิต เพื่อหวังเคลมเงินสินไหมทดแทน ทำให้บริษัทประกันหลงเชื่อและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ไปในที่สุด

เหตุการณ์ในอดีตนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า "อาจารย์ต้น" ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางของการหลอกลวง แต่เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมฉ้อโกงมาอย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบการกระทำที่หลากหลาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากผู้อื่น

การปฏิเสธข้อกล่าวหา

แม้จะมีหลักฐานและประวัติที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์การฉ้อโกง แต่ "อาจารย์ต้น" ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่ได้หมายความว่าปราศจากความผิด กระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและนำไปสู่การพิพากษาคดีอย่างยุติธรรม

บทบาทของภรรยา

ในขบวนการหลอกลวง "ลัทธิ ลด ละ กรรม" นี้ ข้อมูลข่าวระบุว่า "อาจารย์ต้น" และภรรยา ได้ร่วมกันชักชวนผู้เสียหายให้เข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่การกระทำของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการสมคบกันเป็นขบวนการ ซึ่งเป็นเหตุผลที่นำไปสู่ข้อหา "สมคบกันฟอกเงิน" และ "ร่วมกันฟอกเงิน" การมีผู้ร่วมขบวนการทำให้แผนการหลอกลวงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

สัญญาณอันตราย: วิธีป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อลัทธิลวงโลก

กรณีของ "อาจารย์ต้น" เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยเงียบจากลัทธิหลอกลวงที่อาศัยความเชื่อและความศรัทธาของผู้คนในการแสวงหาผลประโยชน์ การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการมีสติ การใช้เหตุผล และการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ นี่คือสัญญาณอันตรายและแนวทางในการป้องกันตัวเอง:

1. สังเกตพฤติกรรมการอ้างตนเองเหนือธรรมชาติ

  • อ้างตนเป็นผู้วิเศษ/เทพ/พระผู้สร้าง: บุคคลที่อ้างตนมีพลังพิเศษ สามารถสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โดยตรง หรือเป็นร่างทรงของเทพเจ้า ควรได้รับการพิจารณาอย่างระมัดระวัง
  • การทำนายอนาคต/แก้กรรมแบบสำเร็จรูป: การเสนอวิธีแก้กรรมที่ง่ายดาย รวดเร็ว หรือสามารถ "ซื้อ" การพ้นทุกข์ได้ ควรตั้งข้อสงสัย การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงมักเน้นที่การพัฒนาจิตใจและปัญญา

2. ระวังเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ไม่โปร่งใส

  • เรียกเก็บเงินค่าครู/ค่าพิธีกรรมจำนวนมหาศาล: หากมีการเรียกเก็บเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับการ "แก้กรรม" "ปลดล็อกชะตา" หรือ "ทางลัดสู่นิพพาน" ให้พึงระลึกว่านี่คือสัญญาณอันตราย
  • การโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว: การเรียกร้องให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล แทนที่จะเป็นบัญชีขององค์กรหรือสถาบันที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
  • ระบบเครือข่าย/ผลประโยชน์จากการชักชวน: หากมีการเสนอผลประโยชน์หรือ "บารมี" เพิ่มเติมจากการชักชวนผู้อื่นมาร่วมกลุ่ม หรือมีโครงสร้างที่คล้ายกับการตลาดแบบเครือข่าย ควรตั้งข้อสงสัยอย่างยิ่ง

3. ประเมินความน่าเชื่อถือและภูมิหลัง

  • ตรวจสอบประวัติ: หากเป็นไปได้ ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้นๆ ในอินเทอร์เน็ต หรือสอบถามจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
  • ขาดความโปร่งใส: หากข้อมูลส่วนตัวหรือประวัติของผู้นำกลุ่มไม่ชัดเจน หรือมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวบ่อยครั้ง
  • ขัดต่อหลักศาสนา: คำสอนหรือแนวปฏิบัติที่ขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธหรือศาสนาอื่นๆ ที่มุ่งเน้นการใช้ปัญญา การทำความดี และการไม่เบียดเบียนผู้อื่น

4. การใช้เหตุผลและวิจารณญาณ

  • ปรึกษาผู้รู้: หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาพระสงฆ์ ผู้รู้ หรือนักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญ
  • ศึกษาหลักธรรมคำสอนที่แท้จริง: การศึกษาและทำความเข้าใจหลักธรรมคำสอนของศาสนาที่ตนเองนับถือ จะช่วยให้แยกแยะคำสอนที่บิดเบือนได้
  • เชื่อมั่นในกรรมดี: การทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว และพัฒนาจิตใจ เป็นหนทางที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหาและสร้างความสุข ไม่ใช่การซื้อด้วยเงินตรา

อย่าให้ความทุกข์หรือความปรารถนาในการพ้นทุกข์มาบดบังวิจารณญาณ จนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยความเชื่อและความศรัทธาของผู้คนมาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน การมีสติและรู้เท่าทันกลอุบายเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

สรุป: บทเรียนจาก "อาจารย์ต้น" และความสำคัญของการรู้เท่าทัน

คดีของ "อาจารย์ต้น" เป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลังถึงอันตรายของการแสวงหาที่พึ่งทางใจในทางที่ผิด และการตกเป็นเหยื่อของบุคคลที่ฉกฉวยโอกาสจากความศรัทธาและจุดอ่อนของผู้อื่น การที่เขาถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่เพียงแต่เป็นการนำผู้กระทำผิดมารับโทษเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณสำคัญว่า สังคมจะไม่ยอมทนต่อการกระทำอันเป็นการฉ้อโกงและฟอกเงินที่แอบอ้างในนามของศาสนาหรือจิตวิญญาณ

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทั้งในด้านการเงินและจิตใจนั้นมหาศาล และเป็นบทเรียนอันเจ็บปวดที่ควรเป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคน การตรวจสอบประวัติย้อนหลังที่เผยให้เห็นพฤติกรรมการฉ้อโกงมาอย่างต่อเนื่องของ "อาจารย์ต้น" ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นที่เราจะต้องไม่หลงเชื่อเพียงแค่คำอ้างหรือภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้น แต่ต้องใช้สติปัญญาและวิจารณญาณในการพิจารณาทุกสิ่งอย่างรอบด้าน

ในฐานะปัจเจกบุคคล เรามีหน้าที่ต้องปกป้องตนเองและคนที่เรารักจากการหลอกลวงเหล่านี้ โดยการศึกษาหาความรู้ ทำความเข้าใจหลักธรรมคำสอนที่แท้จริง และไม่เชื่อในทางลัดที่ต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐเองก็มีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองประชาชนและสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของนักบุญ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ และเป็นประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้มีใครต้องตกเป็นเหยื่อของ "ลัทธิ ลด ละ กรรม" หรือกลโกงในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต

Read more

HUAWEI Pura 90 Pro Max: เผยทีเซอร์กล้องเพอริสโคป 200MP ซูม 20 เท่า ก่อนเปิดตัว 20 เมษายน

HUAWEI Pura 90 Pro Max: เผยทีเซอร์กล้องเพอริสโคป 200MP ซูม 20 เท่า ก่อนเปิดตัว 20 เมษายน

HUAWEI Pura 90 Pro Max ปล่อยทีเซอร์ฟีเจอร์กล้องเทพ! เตรียมพบกับกล้องเพอริสโคป 200MP ซูม 20 เท่า และ AI Photo Pose ในงานเปิดตัว 20 เมษายนนี้ ห้ามพลาด!

By ทีมงาน devdog
เจาะลึกกลยุทธ์ LiveScore: ถอนทัพ, เติบโต, และปรับตัวในตลาดเดิมพันระดับโลก

เจาะลึกกลยุทธ์ LiveScore: ถอนทัพ, เติบโต, และปรับตัวในตลาดเดิมพันระดับโลก

LiveScore Group ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ถอนทัพจากเนเธอร์แลนด์ สู่การเติบโตใน UK พร้อมรับมือภาษีใหม่ และขยายสู่แอฟริกาใต้ อนาคตธุรกิจ Livescore เป็นอย่างไร?

By ทีมงาน devdog
บทบาทของเครื่องบินขับไล่ F-Series ในสมรภูมิกลางอากาศ: การปิดล้อม, กู้ภัย, และการอัปเกรด

บทบาทของเครื่องบินขับไล่ F-Series ในสมรภูมิกลางอากาศ: การปิดล้อม, กู้ภัย, และการอัปเกรด

เจาะลึกปฏิบัติการปิดล้อมอิหร่าน การช่วยเหลือ F-15E และการอัปเกรด F-35 ของอิสราเอล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง.

By ทีมงาน devdog
งบประมาณปี 2570: ยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อคนไทย รับมือเศรษฐกิจผันผวน

งบประมาณปี 2570: ยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อคนไทย รับมือเศรษฐกิจผันผวน

เจาะลึกงบประมาณปี 2570 รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาประชาชน ใช้แนวคิด Zero-Based Budgeting พร้อมไทม์ไลน์และ 9 แผนงานบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน.

By ทีมงาน devdog