พยากรณ์อากาศกรุงเทพ: กรมอุตุฯ เตือนรับมือฝนหนัก ลมแรง และอากาศแปรปรวน ช่วง 7-10 พ.ค. 69
กรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วง 7-10 พ.ค. 69 เตรียมพร้อมฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน.
ชาวกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมรับมือ! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่อง "อากาศแปรปรวน" ที่จะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 โดยคาดการณ์ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างรวดเร็ว ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในบางแห่ง
สถานการณ์พยากรณ์อากาศกรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 นี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น พร้อมกับมีลมกระโชกแรง และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 อากาศจะยังคงร้อนในตอนกลางวัน โดยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส และสูงสุดที่ 36-37 องศาเซลเซียส หลังจากช่วงดังกล่าว อากาศจะคลายความร้อนลงเล็กน้อย

สาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวน
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศครั้งนี้เกิดจากอิทธิพลของบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งเมื่อมวลอากาศเหล่านี้ปะทะกันในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด จึงก่อให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักตามมา
คำเตือนและข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำถึงข้อควรระวังต่างๆ ดังนี้:
- ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุฝน
- ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม: ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ในบางพื้นที่
- สำหรับเกษตรกร: ควรเตรียมความพร้อมด้วยการเสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล และเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
- ดูแลสุขภาพ: รักษาและดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวให้แข็งแรงอยู่เสมอในช่วงที่สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง

ภาพรวมสถานการณ์ในภูมิภาคอื่นๆ
สถานการณ์อากาศแปรปรวนนี้ยังครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางด้วย โดยหลายพื้นที่มีความเสี่ยงสูงถึงปานกลางที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่วนภาคใต้จะมีลมตะวันออกพัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุนิยมวิทยายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะออกประกาศเตือนภัยเพิ่มเติมหากมีการเปลี่ยนแปลง ขอให้ประชาชนทุกท่านติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องผ่านเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรสอบถามได้ที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญและเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที