บาเยิร์นผงาด! แฮร์รี เคน ซัดสอง พาสโมสรทะลุ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ลีกเหนืออตาลันต้า
สรุปผลบอล UCL! บาเยิร์น มิวนิค ถล่มอตาลันต้า 4-1 (รวม 10-2) แฮร์รี เคน สร้างสถิติยิง 50 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก พาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายพบเรอัล มาดริด
ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง บาเยิร์น มิวนิค ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการเปิดบ้านถล่มอตาลันต้าไปอีก 4-1 ทำให้รวมผลสองนัด ทีมเสือใต้ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศอย่างสบายด้วยสกอร์รวม 10-2 โดยมี แฮร์รี เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษเป็นกำลังสำคัญที่ยิงไปสองประตูในเกมนี้ สร้างสถิติส่วนตัวครั้งสำคัญในรายการยุโรป

แฮร์รี เคน สร้างประวัติศาสตร์ 50 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก
แฮร์รี เคน เริ่มต้นเกมด้วยยอดรวม 48 ประตูในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนจะบวกเพิ่มอีกสองลูกในเกมนี้ โดยประตูแรกมาจากลูกจุดโทษในนาทีที่ 25 หลังจากการตรวจสอบ VAR พบว่าจอร์โจ้ สกาลวีนี ทำแฮนด์บอล และแม้ว่าการยิงครั้งแรกของเขาจะถูกเซฟได้ ผู้ตัดสินก็สั่งให้ยิงใหม่เนื่องจากผู้รักษาประตูมาร์โก สปอร์ติเอลโล ออกจากเส้นประตูเร็วเกินไป เคนไม่พลาดโอกาสครั้งที่สอง ซัดบอลเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด
ประตูที่สองของเคนในคืนนี้ ซึ่งเป็นประตูที่ 50 ในรายการนี้ มาจากการยิงสุดคมในครึ่งหลัง ลูกยิงอันยอดเยี่ยมของเขากระแทกใต้คานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษที่ทำประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์รายการนี้ไปแล้ว
- สถิติอันน่าทึ่ง: เคนยิงครบ 50 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีกจาก 66 นัด ซึ่งเป็นจำนวนเกมเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี่ และน้อยกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ถึง 25 นัด ขณะที่สถิติยิงถึง 50 ประตูเร็วที่สุดยังคงเป็นของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่ทำได้ใน 49 เกม
- ฟอร์มส่วนตัว: ประตูนี้ยังทำให้เคนทำไปแล้ว 46 ประตูในทุกรายการของฤดูกาลนี้
บาเยิร์น มิวนิค ทะลุรอบ 8 ทีม เตรียมดวล เรอัล มาดริด
นอกจากสองประตูของเคนแล้ว บาเยิร์นยังได้ประตูเพิ่มจาก เลนนาร์ท คาร์ล กองหน้าวัย 18 ปี และ หลุยส์ ดิอาซ อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล ที่ยิงปิดท้ายให้ทีมเสือใต้ ทำให้สกอร์นำห่าง 4-0 ก่อนที่ลาซาร์ ซามาร์ดชิช จะยิงประตูปลอบใจให้อตาลันต้าในช่วงท้ายเกม แม้ว่าเกมนี้บาเยิร์นจะไม่มีผู้รักษาประตูตัวหลักถึง 4 ราย ทำให้ต้องส่ง เลโอนาร์ด เพรสคอตต์ นายทวารดาวรุ่งวัย 16 ปีลงเฝ้าเสา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อชัยชนะ
ผู้จัดการทีมวินเซนต์ คอมพานี พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่บุกไปชนะอตาลันต้าในนัดแรกถึง 6-1 ทำให้สถานการณ์ก่อนเกมนัดที่สองนี้แทบจะการันตีการเข้ารอบไปแล้ว และด้วยชัยชนะในนัดนี้ บาเยิร์น มิวนิค จึงผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศอย่างเป็นทางการ โดยมีคิวไปพบกับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ในรอบถัดไป
อตาลันต้า กับ "ภารกิจแห่งศักดิ์ศรี"
ทางฝั่งอตาลันต้า แม้จะเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ที่ยากจะพลิกสถานการณ์ได้หลังโดนนำห่างถึง 6-1 ในนัดแรก แต่ราฟฟาเอเล ปัลลาดิโน กุนซือของทีม ยังคงเน้นย้ำถึงเรื่องของศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนของอิตาลีในรายการนี้ รวมถึงการเล่นเพื่อแฟนบอลเกือบ 4,000 คนที่เดินทางมาเชียร์ถึงมิวนิค พวกเขาต้องการแสดงให้เห็นถึงการจัดระเบียบเกมรับและความมุ่งมั่นที่ดียิ่งขึ้น
แม้ผลการแข่งขันจะไม่ได้เป็นใจ แต่อตาลันต้าก็ยังแสดงให้เห็นถึงความพยายาม โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นในลีกที่เพิ่งยันเสมออินเตอร์ มิลาน 1-1 มาได้ แม้ว่าในแชมเปี้ยนส์ลีก การพลิกกลับมาชนะด้วยผลต่าง 6 ประตูจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ตาม