เบน สมิธ: ไขปมหลอกลงทุนข้ามชาติพันล้าน สู่บทเรียนป้องกันภัยการเงินยุคดิจิทัล

เจาะลึกคดีเบน สมิธ นักธุรกิจที่ถูกออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินพันล้านบาท พร้อมวิธีป้องกันตัวเองจากการหลอกลงทุนข้ามชาติ

เบน สมิธ: ไขปมหลอกลงทุนข้ามชาติพันล้าน สู่บทเรียนป้องกันภัยการเงินยุคดิจิทัล

ในโลกของการลงทุนที่เต็มไปด้วยโอกาสและผลตอบแทน การระมัดระวังและรอบคอบคือหัวใจสำคัญที่จะปกป้องเงินทุนของคุณจากผู้ไม่ประสงค์ดี เมื่อเร็วๆ นี้ ชื่อของ เบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการข่าวอาชญากรรมทางการเงิน หลังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกหมายจับเขาและภรรยา ในข้อหาที่ร้ายแรงอย่าง ร่วมกันฉ้อโกง และ ฟอกเงิน ที่สร้างความเสียหายแก่นักลงทุนต่างชาติไปกว่า 1,000 ล้านบาท บทความนี้จะเจาะลึกถึงเบื้องหลังคดีนี้ พฤติการณ์ของเบน สมิธ และสิ่งที่นักลงทุนควรรู้เพื่อป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงที่ซับซ้อนเช่นนี้

ใครคือ เบน สมิธ? ประวัติและเบื้องหลังที่น่าตกใจ

นายเบน สมิธ อายุ 47 ปี เป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติที่ปรากฏตัวในประเทศไทย พร้อมกับภาพลักษณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและการเงิน อย่างไรก็ตาม ประวัติเบื้องลึกของเขากลับเต็มไปด้วยความคลุมเครือและน่าสงสัย จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า นายเบน สมิธ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ระดับนานาชาติและการฟอกเงินโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนถึงลักษณะการดำเนินงานของเขา

คู่หูคนสำคัญในการดำเนินกิจกรรมของเบน สมิธ คือ ภรรยาของเขา นางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนไทยหลายแห่ง การมีภรรยาที่มีสถานะทางธุรกิจที่ดูน่าเชื่อถือในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในกลวิธีสำคัญที่เบน สมิธ ใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเครือข่ายและโครงการลงทุนปลอมของเขา การที่ชื่อของภรรยาปรากฏในบริษัทไทย ทำให้ดูเหมือนว่าการลงทุนนั้นมีความมั่นคงและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเป็นกับดักที่ทำให้ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อได้ง่ายดาย

ภาพประกอบ

การจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ระดับนานาชาติบ่งชี้ว่า เบน สมิธ ไม่ใช่ผู้กระทำผิดรายบุคคลทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมที่ใหญ่กว่า มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และอาจมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนและได้รับการพัฒนามาอย่างดีจากประสบการณ์ในการกระทำผิดในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งทำให้ยากต่อการจับกุมและนำตัวมาดำเนินคดีในอดีต

พฤติการณ์ฉ้อโกง: สร้างความน่าเชื่อถือ สู่การหลอกลวงพันล้าน

คดีของเบน สมิธ และภรรยา แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการฉ้อโกงที่ซับซ้อนและมีกลอุบายหลายชั้น โดยมีจุดเริ่มต้นจากการสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเอง ก่อนที่จะชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนในโครงการที่ไม่มีอยู่จริงหรือเป็นไปไม่ได้จริง

กลอุบายแรก: สร้างความไว้วางใจด้วยการลงทุนจริง

จุดเริ่มต้นของความเสียหายมักจะมาจากการสร้างความไว้วางใจอย่างแยบยล จากการสืบสวนพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2559 นักลงทุนชาวต่างชาติที่ต้องการขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย ได้รู้จักกับเบน สมิธ ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ในครั้งแรก เบน สมิธ ได้แนะนำนักธุรกิจและนักการเมืองให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (QTC Energy PCL) ซึ่งมีการลงทุนกันจริงและสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับหนึ่ง การลงทุนที่ประสบความสำเร็จในครั้งแรกนี้เองที่ทำให้ผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจอย่างเต็มที่ และเปิดช่องให้เบน สมิธ สามารถดำเนินกลอุบายในขั้นต่อไปได้

การใช้ "เหยื่อล่อ" หรือการทำธุรกรรมจริงที่สร้างผลกำไรในระยะเริ่มต้น เป็นเทคนิคที่พบได้บ่อยในคดีฉ้อโกงประเภทนี้ เพราะมันช่วยสร้างฐานความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่ง ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าตนเองได้พบกับโอกาสทองและผู้แนะนำที่ซื่อสัตย์ การตัดสินใจลงทุนครั้งต่อไปจึงเกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างจงใจนี้

เหยื่อและเม็ดเงิน: เป้าหมายและมูลค่าความเสียหายมหาศาล

เมื่อความไว้วางใจก่อตัวขึ้น เบน สมิธ พร้อมภรรยาได้เริ่มปฏิบัติการหลอกลวงที่แท้จริง โดยชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนในโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องหลายโครงการ ครอบคลุมทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ท และธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มักจะดึงดูดนักลงทุนที่มีกำลังทรัพย์สูง

จากการสืบสวนพบว่า ผู้เสียหายถูกหลอกเงินไปกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงขนาดและขอบเขตของการกระทำผิดในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง จำนวนเงินมหาศาลนี้แสดงให้เห็นว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก หรือมีผู้เสียหายรายใหญ่ที่สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากจากกลโกงของเบน สมิธ และเครือข่าย

เจาะลึกกรณีหุ้น PACE: กลโกงที่ซับซ้อนและรัดกุม

หนึ่งในกรณีสำคัญที่ถูกเปิดเผยคือ การหลอกให้ลงทุนในหุ้นของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PACE) เป็นจำนวนเงินสูงถึง 700 ล้านบาท เบน สมิธ ได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายโดยการให้เจ้าของบริษัทหุ้นเพซทำสัญญากู้ยืมเงินและออกเช็คค้ำประกันผลตอบแทนสูงถึง 7% และ 11% ซึ่งรวมเป็นเงินกว่า 762 ล้านบาท เพื่อให้ผู้เสียหายมั่นใจว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีและเงินต้นจะได้รับการคุ้มครอง

ในกรณีนี้ บทบาทของภรรยา นายสาวแคทรียา บีเวอร์ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเธอเป็นผู้บริหารจัดการการลงทุนในหุ้นนี้เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี การมีบุคคลที่ดูเหมือนมีความรู้ความสามารถและสถานะทางสังคมที่ดีเข้ามาดูแลการลงทุน ทำให้ผู้เสียหายยิ่งมั่นใจและไม่ตั้งข้อสงสัย การวางแผนที่รัดกุมนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกลโกง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การหลอกให้โอนเงินครั้งเดียวแล้วหายไป แต่เป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์และธุรกรรมที่ดูเหมือนจริงเพื่อยืดระยะเวลาการหลอกลวงออกไปให้นานที่สุด

การสืบสวนและบทบาทของ CIB: ปฏิบัติการยุติธรรมข้ามชาติ

คดีของเบน สมิธ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และต้องอาศัยการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ที่มีบทบาทสำคัญในการคลี่คลายคดีนี้

การประสานงานเพื่อยุติภัยคุกคาม

เมื่อผู้เสียหายนักลงทุนชาวต่างชาติเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทาง CIB ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้น เพื่อทำการสืบสวนพฤติการณ์ของนายเบน สมิธ และพวกอย่างจริงจัง การสืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน

ความซับซ้อนของคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลักษณะของการกระทำผิดที่เป็น "การหลอกลงทุนข้ามชาติ" ซึ่งหมายความว่าต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ และการติดตามเส้นทางการเงินที่อาจกระจายไปในหลายประเทศทั่วโลก

การยึดอายัดทรัพย์สินและตรวจสอบฐานฟอกเงิน

ในเบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ตามกฎหมายฟอกเงินไว้แล้ว ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายและเพื่อเป็นหลักประกันในการชดเชยความเสียหายแก่ผู้เสียหายในอนาคต

การตรวจสอบฐานฟอกเงินเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและจำเป็น เพราะเงินที่ได้จากการฉ้อโกงมักจะถูกนำไป "ฟอก" หรือเปลี่ยนสภาพให้ดูเหมือนเป็นเงินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อปกปิดที่มาที่ไป การสืบสวนในส่วนนี้จะช่วยเปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมที่อาจใหญ่กว่าที่เห็น และนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดคนอื่นๆ ที่อาจซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง

คดีนี้ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ CIB ในการขยายผลจับกุมเครือข่ายฉ้อโกงระดับโลก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งกบดานหรือแหล่งฟอกเงินให้กับอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้

สัญญาณเตือนภัย: วิธีป้องกันตัวจากการถูกหลอกลงทุน

คดีของเบน สมิธ เป็นอุทาหรณ์อันมีค่าสำหรับนักลงทุนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ การรู้จักสัญญาณเตือนภัยและมีมาตรการป้องกันที่ดีจะช่วยปกป้องคุณจากภัยคุกคามทางการเงินได้

1. ตรวจสอบข้อมูลผู้แนะนำการลงทุนอย่างละเอียด

  • แหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือ: บุคคลหรือบริษัทที่แนะนำการลงทุนนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่? มีประวัติการทำงานที่ดีหรือเสียชื่อเสียงในอดีต? ตรวจสอบผ่านช่องทางสาธารณะ เช่น Google, เว็บไซต์ข่าว หรือหน่วยงานกำกับดูแล
  • ใบอนุญาตและผู้ได้รับอนุญาต: ผู้ที่เสนอการลงทุนนั้นมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือการเงินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่? ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตมักจะเป็นสัญญาณอันตราย

2. อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริงหรือ "การันตี" ผลตอบแทน

  • ความเสี่ยง vs. ผลตอบแทน: หลักการพื้นฐานของการลงทุนคือ "High Risk, High Return" และ "No Risk, No Return" หากมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ (เช่น 10-20% ต่อเดือน หรือสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดมาก) โดยอ้างว่าไม่มีความเสี่ยงเลย หรือมีการการันตีผลตอบแทนที่แน่นอน 100% ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการหลอกลวง
  • การเปรียบเทียบกับตลาด: เปรียบเทียบผลตอบแทนที่เสนอ กับผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหรืออุตสาหกรรมเดียวกัน หากสูงกว่ากันมากอย่างไม่มีเหตุผล ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

3. ศึกษาโครงการลงทุนให้ละเอียดและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้

  • ทำความเข้าใจธุรกิจ: การลงทุนนั้นมีโมเดลธุรกิจอย่างไร? สร้างรายได้จากช่องทางใด? มีความเสี่ยงอะไรบ้าง? หากคุณไม่สามารถอธิบายได้ว่าการลงทุนนั้นทำงานอย่างไร ก็ไม่ควรลงทุน
  • เอกสารประกอบ: ขอเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือชี้ชวน (Prospectus), รายงานประจำปี, งบการเงิน, สัญญาการลงทุน และอ่านทำความเข้าใจอย่างละเอียด อย่าเซ็นเอกสารที่คุณไม่เข้าใจ

4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอิสระ

  • ทนายความหรือที่ปรึกษาทางการเงิน: หากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อน ควรปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบสัญญาและข้อตกลง หรือปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินอิสระที่ได้รับการรับรอง เพื่อขอความเห็นที่เป็นกลาง
  • อย่าเชื่อคนเดียว: การปรึกษาบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้เสนอการลงทุน จะช่วยให้คุณได้รับมุมมองที่หลากหลายและเป็นกลางมากขึ้น

5. ระมัดระวังเรื่องช่องทางการโอนเงิน

  • โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา: โดยทั่วไปแล้ว การลงทุนกับบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควรเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทโดยตรง ไม่ใช่บัญชีส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่ง
  • การใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ระมัดระวังการถูกชักชวนให้โอนเงินผ่านช่องทางที่ติดตามยาก เช่น สกุลเงินดิจิทัลบางประเภท หรือแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่ช่องทางปกติที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือใช้

6. ระวังแรงกดดันให้ตัดสินใจอย่างเร่งด่วน

  • ข้อเสนอที่จำกัดเวลา: มิจฉาชีพมักสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าต้องตัดสินใจลงทุนทันที เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทอง ซึ่งเป็นกลวิธีที่ตัดโอกาสในการคิดวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูล

ผลกระทบและความสำคัญของคดี "เบน สมิธ"

คดีของเบน สมิธ มีความสำคัญหลายประการ:

  • ฟื้นฟูความเชื่อมั่น: การดำเนินคดีกับเครือข่ายฉ้อโกงข้ามชาติเช่นนี้ จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและในประเทศต่อระบบการเงินและกฎหมายของประเทศไทย
  • การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ: คดีนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉ้อโกงและการฟอกเงินที่มีลักษณะข้ามพรมแดน
  • บทเรียนสำหรับกฎหมาย: อาจนำไปสู่การทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการป้องกันการฟอกเงิน เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการรับมือกับรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไป
  • เตือนภัยสังคม: เป็นการเตือนภัยให้สังคมตระหนักถึงภัยของการหลอกลงทุน และกระตุ้นให้ประชาชนและนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและหาความรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

สรุป

คดีของ เบน สมิธ และภรรยา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของอาชญากรรมทางการเงินที่มีความซับซ้อนและสร้างความเสียหายในวงกว้าง มูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท และพฤติการณ์ที่เกี่ยวโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ สะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของภัยคุกคามนี้

การดำเนินงานของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในการออกหมายจับและสืบสวนคดีนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและยับยั้งการกระทำผิดในอนาคต อย่างไรก็ตาม การป้องกันที่ดีที่สุดยังคงอยู่ที่ตัวนักลงทุนเอง การศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ การไม่หลงเชื่อผลตอบแทนที่เกินจริง และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยให้เงินลงทุนของคุณปลอดภัยจากเงื้อมมือของมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารและการลงทุนไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ความรู้ทางการเงินและไหวพริบในการประเมินความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด การเรียนรู้จากกรณีศึกษาอย่างเบน สมิธ จะช่วยให้เราทุกคนก้าวเดินในโลกของการลงทุนได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Read more

พยากรณ์อากาศวันนี้: กรมอุตุฯ เตือนภัย "พายุฤดูร้อน" ถล่มไทย 16-20 เม.ย. 69 เตรียมรับมือ!

พยากรณ์อากาศวันนี้: กรมอุตุฯ เตือนภัย "พายุฤดูร้อน" ถล่มไทย 16-20 เม.ย. 69 เตรียมรับมือ!

กรมอุตุฯ เตือน "พายุฤดูร้อน" ถล่มไทย 16-20 เม.ย. 69 มีทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก! เช็กพื้นที่เสี่ยงและเตรียมรับมือที่นี่

By ทีมงาน devdog
Google ส่ง Gemini ลง Mac แบบ Native พร้อมตัวช่วย AI สุดล้ำ ยกระดับงานเดสก์ท็อป

Google ส่ง Gemini ลง Mac แบบ Native พร้อมตัวช่วย AI สุดล้ำ ยกระดับงานเดสก์ท็อป

Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชัน Native บน Mac พร้อมฟีเจอร์ AI ล้ำสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ และเชื่อมต่อข้อมูลส่วนตัวได้อย่างชาญฉลาด

By ทีมงาน devdog
เจาะลึก UEFA Champions League: สุดยอดความตื่นเต้นที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย

เจาะลึก UEFA Champions League: สุดยอดความตื่นเต้นที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย

เจาะลึก UEFA Champions League การแข่งขันระดับโลกที่แฟนบอลรอคอย พร้อมติดตามข่าวสารรอบโลกและการถ่ายทอดสดสุดพิเศษ ไม่พลาดทุกความมันส์!

By ทีมงาน devdog
Google อัปเกรด Chrome ครั้งใหญ่ เพิ่มฟีเจอร์ "Skills" ให้ AI จำคำสั่งโปรดของคุณ

Google อัปเกรด Chrome ครั้งใหญ่ เพิ่มฟีเจอร์ "Skills" ให้ AI จำคำสั่งโปรดของคุณ

อัปเกรด Chrome ด้วยฟีเจอร์ Skills ใหม่ ให้ AI จดจำและเรียกใช้คำสั่งโปรดของคุณได้ทันที ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ พร้อมเชื่อมต่อ Gemini ทั่วระบบ

By ทีมงาน devdog