เปิดแฟ้มคดี "บิ๊กสรวีย์": จากผู้ต้องสงสัย สู่การจับกุมในคดีอุ้มฆ่าสะเทือนขวัญ

เจาะลึกคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ "ท็อป" มณีประเสริฐ ที่ลพบุรี จากการหายตัว สู่การจับกุม "บิ๊กสรวีย์" และพวก พร้อมทำความเข้าใจข้อกล่าวหาที่เผชิญ

เปิดแฟ้มคดี "บิ๊กสรวีย์": จากผู้ต้องสงสัย สู่การจับกุมในคดีอุ้มฆ่าสะเทือนขวัญ

คดีอาชญากรรมร้ายแรงมักสร้างความตกตะลึงและตั้งคำถามมากมายในสังคม และหนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในช่วงไม่นานมานี้คือกรณีการอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่มบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ โดยมีชื่อของ นายสรวีย์ หรือที่สื่อหลายสำนักอาจอ้างถึงว่าเป็น "บิ๊กสรวีย์" และ "บอสใหญ่" ถูกพาดพิงในฐานะผู้บงการคนสำคัญ บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงรายละเอียดของคดี ตั้งแต่จุดเริ่มต้น การสืบสวน ไปจนถึงการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญ พร้อมทำความเข้าใจถึงข้อหาที่พวกเขาต้องเผชิญหน้า

ต้นธารคดีสะเทือนขวัญ: การหายตัวไปของนายรุทธ์ “ท็อป” มณีประเสริฐ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นด้วยความกังวลใจของครอบครัว เมื่อ นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท็อป” อายุ 46 ปี ผู้จัดการขายของบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร ได้หายตัวไปอย่างปริศนาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 การหายตัวไปของเขาไม่ใช่เรื่องปกติ ครอบครัวจึงได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.สุทธิสาร เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การสืบสวนเบื้องต้นนำไปสู่การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งกลายเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดี ตำรวจพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 06.24 น. ภาพที่ปรากฏสร้างความตกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันแสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เชื่อว่าเป็นการ "จัดฉากอุ้ม" นายรุทธ์ ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสมุทรปราการ เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติและนำไปสู่การตั้งข้อสันนิษฐานว่า นายรุทธ์อาจไม่ได้หายตัวไปเอง แต่ถูกกระทำการโดยบุคคลอื่น

เมื่อความหวังริบหรี่: การค้นพบศพที่จังหวัดลพบุรี

ความพยายามของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนในการติดตามหาตัวนายรุทธ์ดำเนินไปอย่างไม่ลดละ และในที่สุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ข่าวร้ายที่สุดก็มาถึง เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไปจนพบศพของนายรุทธ์ในสภาพที่ยากจะรับได้ คือ ถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก ภายในห้องน้ำของบ้านร้างแห่งหนึ่ง ที่ไร่ไบคาน อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

การค้นพบศพนี้ได้เปลี่ยนสถานะคดีจากการหายตัวไปเป็นการ "ฆาตกรรม" อย่างชัดเจน และลักษณะการทำลายศพด้วยการเผาเหลือเพียงโครงกระดูก บ่งชี้ถึงความโหดเหี้ยมของผู้กระทำผิด และความพยายามที่จะปิดบังอำพรางการตายและสาเหตุของการเสียชีวิต การระบุตัวตนของศพต้องอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด แต่พยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุและข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนก็เริ่มชี้เป้าไปยังกลุ่มบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

ภาพประกอบ

เปิดปม "บอสใหญ่" สรวีย์: การสืบสวนและหมายจับผู้บงการ

เมื่อคดีพลิกผันสู่การฆาตกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งดำเนินการสืบสวนอย่างเข้มข้น เพื่อหาตัวผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ทั้งจากกล้องวงจรปิด คำให้การพยาน และพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเชื่อมโยงไปถึงบุคคลสำคัญสองคน ได้แก่ นายสรวีย์ หรือ ซี รัฐพิทักษ์ถิรดา ซึ่งสื่อบางแห่งอาจเรียกขานว่า "บิ๊กสรวีย์" หรือ "บอสใหญ่" และ น.ส.เบญญาภา หรือ "หญิงสาวคนสนิท" ของนายสรวีย์

ตามข้อมูลที่ปรากฏ นายสรวีย์ ถูกระบุว่าเป็น "บอสใหญ่" หรือ "ตัวการสั่งตาย" ในคดีนี้ ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการวางแผนและสั่งการให้มีการอุ้มฆ่า นายรุทธ์ ส่วน น.ส.เบญญาภา ถูกระบุว่าเป็น "หญิงสาวคนสนิท" ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเช่นกัน

จากพยานหลักฐานที่หนักแน่น ศาลอาญาจึงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย โดยออกหมายจับ นายสรวีย์ ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1293/2569 และ น.ส.เบญญาภา ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1294/2569 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุม

นาทีรวบตัว: การจับกุมนายสรวีย์และ น.ส.เบญญาภา

ปฏิบัติการจับกุมเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่งด่วน ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 และ พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร

เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 5 มีนาคม 2569 กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เข้าทำการจับกุม นายสรวีย์ ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งย่านวังทองหลาง และควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งเป็นสถานีตำรวจเจ้าของคดี

ในเวลาต่อมาไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัว น.ส.เบญญาภา หญิงสาวคนสนิทของผู้ต้องหาได้เช่นกัน และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญทั้งสองรายนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเป็นสัญญาณว่าคดีนี้กำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนของการสอบสวนและดำเนินคดีอย่างเข้มข้น

ข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ต้องเผชิญ: บทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาที่รุนแรงและมีโทษสูง ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะของอาชญากรรมที่กระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายสรวีย์ในฐานะผู้บงการ ซึ่งถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานต่างๆ ส่วน น.ส.เบญญาภา ถูกตั้งข้อหาร่วมกันกระทำความผิด

ข้อหาหลักที่สำคัญ:

  • ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน: นี่คือข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดข้อหนึ่ง หมายถึงการที่ผู้กระทำมีเจตนาฆ่าโดยมีการวางแผนล่วงหน้า มีการคิดใคร่ครวญถึงผลที่จะตามมา และเตรียมการไว้ก่อนที่จะลงมือกระทำ การไตร่ตรองไว้ก่อนทำให้ข้อหานี้มีโทษหนักกว่าการฆ่าโดยไม่เจตนาหรือโดยบันดาลโทสะ ในกรณีนี้ การจัดฉากอุ้มและนำไปทำลายศพอย่างโหดเหี้ยม ยิ่งตอกย้ำถึงการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่ออำพรางความผิด
  • หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย: ข้อหานี้เกี่ยวข้องกับการที่ผู้ต้องหาได้กระทำการใดๆ ที่ทำให้ผู้ตายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ถูกบังคับให้อยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยไม่สมัครใจ ซึ่งชัดเจนจากพฤติการณ์ที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดที่นายรุทธ์ถูกอุ้มออกไป
  • ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น: ข้อหานี้ครอบคลุมถึงการใช้กำลังบังคับ การข่มขู่ หรือการกระทำให้เกิดความกลัว เพื่อให้เหยื่อกระทำตามความต้องการของผู้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล การส่งมอบทรัพย์สิน หรือการยอมจำนนต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่ถูกบังคับ
  • ปล้นทรัพย์: การปล้นทรัพย์คือการเอาทรัพย์สินของผู้อื่นไปโดยทุจริต โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งในคดีนี้ ข่าวที่ 2 ระบุชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเป็น "ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะฯ" ซึ่งเป็นข้อหาที่มีความร้ายแรงมาก เนื่องจากผลของการปล้นนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ถูกกระทำ และมีการใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด
  • ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย: ข้อหานี้เป็นผลมาจากการที่พบศพนายรุทธ์ในสภาพถูกเผาทำลายเหลือเพียงโครงกระดูก ในบ้านร้างที่จังหวัดลพบุรี พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำลายหลักฐานและปิดบังสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต รวมถึงเจตนาที่จะไม่ให้มีการตรวจสอบหรือระบุตัวตนของผู้ตายได้ง่าย ซึ่งข่าวที่ 2 ยังเพิ่มรายละเอียดว่า "ไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ ส่วนของศพ" เพื่อบ่งบอกถึงการจงใจทำลายศพ
  • อั้งยี่ ซ่องโจร: ข่าวที่ 2 ระบุข้อหานี้ไว้อย่างชัดเจน "อั้งยี่" หมายถึงการรวมตัวกันเป็นคณะบุคคลเพื่อกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด ส่วน "ซ่องโจร" คือการที่บุคคลตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปรวมตัวกันเพื่อกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีโทษร้ายแรง และมีการกระทำผิดจริง ซึ่งในคดีนี้ ข่าวที่ 1 ก็ระบุว่า "โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป" ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของข้อหาซ่องโจรที่บ่งชี้ว่ามีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากในการอุ้มฆ่าครั้งนี้

ข้อหาทั้งหมดที่ถูกตั้งขึ้นกับ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ชี้ให้เห็นถึงความร้ายแรงและซับซ้อนของคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางแผน การใช้ความรุนแรง การอำพรางคดี และการรวมกลุ่มกันเพื่อกระทำความผิด ซึ่งแต่ละข้อหามีบทลงโทษที่รุนแรงตามกฎหมายไทย และการดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างเข้มงวดเพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษตามกฎหมายอย่างสาสม

ประวัติส่วนตัวที่ถูกเปิดเผย: อดีตที่เชื่อมโยง

นอกจากข้อกล่าวหาในคดีอุ้มฆ่า นายสรวีย์ ยังมีประวัติส่วนตัวที่ถูกเปิดเผยและสร้างความสนใจให้กับสาธารณชน ข่าวจากเดลินิวส์ได้ระบุว่า "พบประวัติคืออดีตสามี “สาวซีวิค 9 ศพ”" ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเขากับคดีที่เป็นที่รู้จักในอดีต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ถูกนำเสนอในฐานะข้อมูลประกอบเท่านั้น และการมุ่งเน้นหลักของคดีนี้ยังคงอยู่ที่ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในคดี: ไทม์ไลน์สู่การจับกุม

เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ "ท็อป" มณีประเสริฐ ได้ดียิ่งขึ้น เราสามารถสรุปไทม์ไลน์ของเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามข้อมูลข่าวได้ดังนี้:

  • 18 กุมภาพันธ์ 2569: นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ "ท็อป" ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ หายตัวไปอย่างปริศนาหลังออกจากบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์การจัดฉากอุ้มออกไปได้ มารดาของนายรุทธ์เข้าแจ้งความคนหายที่ สน.สุทธิสาร
  • 3 มีนาคม 2569: เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจนพบศพนายรุทธ์ในสภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก ภายในห้องน้ำบ้านร้าง ไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ซึ่งยืนยันว่าเป็นการเสียชีวิตจากการฆาตกรรม
  • 5 มีนาคม 2569: ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นายสรวีย์ หรือ ซี รัฐพิทักษ์ถิรดา (บิ๊กสรวีย์) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1293/2569 และ น.ส.เบญญาภา (สาวคนสนิท) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1294/2569 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและการอำพรางศพ
  • 5 มีนาคม 2569 (เวลา 23.00 น.): พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย พร้อมคณะนำกำลังฝ่ายสืบสวนเข้าจับกุมตัว นายสรวีย์ ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง และควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.สุทธิสาร
  • หลังเวลา 23.00 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569: เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว น.ส.เบญญาภา ได้ในเวลาต่อมา และนำตัวมาดำเนินคดีที่ สน.สุทธิสาร เช่นเดียวกัน
  • 6 มีนาคม 2569 (เวลา 00.00 น.): ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกนำตัวมายัง สน.สุทธิสาร และอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อขยายผลและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ลำดับเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถคลี่คลายคดีที่ซับซ้อนและนำตัวผู้ต้องหาคนสำคัญมาดำเนินคดีได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ภาพสะท้อนต่อสังคมและกระบวนการยุติธรรม

คดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ ที่มีชื่อของ "บิ๊กสรวีย์" เข้ามาเกี่ยวข้องนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมส่วนบุคคล แต่ยังส่งผลสะท้อนต่อสังคมและกระบวนการยุติธรรมในหลายมิติ

  • ความตระหนกตกใจของสังคม: ความโหดเหี้ยมของวิธีการฆ่าและการอำพรางศพสร้างความหวาดผวาและความไม่สบายใจให้กับประชาชนทั่วไป การที่ผู้จัดการบริษัทเอกชนคนหนึ่งต้องมาจบชีวิตลงด้วยวิธีการที่รุนแรงเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน และความกล้าหาญของผู้ก่อเหตุ
  • ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม: การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวน ติดตาม และจับกุมผู้ต้องหาสำคัญ ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า อาชญากรรมร้ายแรงจะไม่ถูกปล่อยผ่าน และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย
  • การบังคับใช้กฎหมาย: คดีนี้จะกลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญในการบังคับใช้กฎหมายอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อหาที่ร้ายแรง เช่น การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน การกักขังหน่วงเหนี่ยว การปล้นทรัพย์ และการอำพรางศพ รวมถึงข้อหาซ่องโจร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรวมกลุ่มเพื่อกระทำความผิด บทสรุปของคดีนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
  • การให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย: หัวใจสำคัญของคดีอาญาคือการนำความยุติธรรมกลับคืนสู่ผู้เสียหายและครอบครัว การดำเนินคดีอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม จะช่วยเยียวยาความรู้สึกของครอบครัวนายรุทธ์ และเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่คิดจะก่ออาชญากรรม

บทสรุป: เส้นทางสู่การพิพากษา

คดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ โดยมี นายสรวีย์ หรือ "บิ๊กสรวีย์" และ น.ส.เบญญาภา เป็นผู้ต้องหาสำคัญ กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ข้อกล่าวหาที่พวกเขากำลังเผชิญนั้นมีความร้ายแรงและซับซ้อน สะท้อนถึงการวางแผนอย่างรอบคอบและความโหดเหี้ยมในการก่อเหตุ

แม้จะมีการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญได้แล้ว แต่กระบวนการยุติธรรมยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม สอบสวนพยาน และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาล การตัดสินใจของศาลจะเป็นบทสรุปสุดท้ายของคดีนี้ และเป็นสิ่งที่จะกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้กระทำผิด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต ครอบครัว และสร้างความสงบสุขให้กับสังคมต่อไป

Read more

ราคาทอง 1 บาท วันนี้ 15 มิถุนายน 2569: เปิดตลาดพุ่งแรง! พร้อมจับตาทิศทางโลก

ราคาทอง 1 บาท วันนี้ 15 มิถุนายน 2569: เปิดตลาดพุ่งแรง! พร้อมจับตาทิศทางโลก

สรุปราคาทอง 1 บาท ล่าสุด 15 มิ.ย. 2569 ที่พุ่งขึ้นแรง พร้อมเจาะลึกปัจจัยสำคัญจาก BOJ, เฟด, และการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ส่งผลต่อทองคำวันนี้

By ทีมงาน devdog
เผยหมัดเด็ด iOS 27 ที่ Apple ยังซ่อนไว้ เตรียมปล่อยช่วงปลายปีนี้!

เผยหมัดเด็ด iOS 27 ที่ Apple ยังซ่อนไว้ เตรียมปล่อยช่วงปลายปีนี้!

Apple ยังมีหมัดเด็ดซ่อนไว้ใน iOS 27! พบกับ Siri AI อัจฉริยะที่เชื่อมต่อแชทบอทอื่นได้, กล้องปรับแต่งได้, หน้าปัด Apple Watch ใหม่ และเครื่องมือวาดรูปที่รอคุณอยู่ปลายปีนี้

By ทีมงาน devdog
สวีเดน พบ ตูนิเซีย: ศึกเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F – ใครจะเหนือกว่ากัน?

สวีเดน พบ ตูนิเซีย: ศึกเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F – ใครจะเหนือกว่ากัน?

วิเคราะห์เจาะลึกแมตช์เดือด สวีเดน พบ ตูนิเซีย ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F พร้อมรายชื่อนักเตะ การวิเคราะห์เกมรุก-รับ และช่องทางดูบอลสด

By ทีมงาน devdog
ลือสะเทือนวงการ! HUAWEI Mate 90 series เตรียมเขย่าตลาดด้วย 5 รุ่นรวด พร้อม "Fan Edition" ทรงพลัง

ลือสะเทือนวงการ! HUAWEI Mate 90 series เตรียมเขย่าตลาดด้วย 5 รุ่นรวด พร้อม "Fan Edition" ทรงพลัง

เตรียมพบกับ HUAWEI Mate 90 series ที่ลือว่าจะเปิดตัว 5 รุ่นรวด รวมถึง Fan Edition พร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อน 3D Liquid-Cooling สุดล้ำ คาดการณ์กันยายนนี้!

By ทีมงาน devdog