ลิงดำคริปโต: แกะรอยคดีฉ้อโกงพันล้าน ความจริงเบื้องหลังฉายาแห่งโลกคริปโต

แกะรอยคดี "ลิงดำคริปโต" สามีนางเอกดัง ถูกกล่าวหาฉ้อโกงลงทุนคริปโตพันล้านบาท พร้อมเปิดประวัติและข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

ลิงดำคริปโต: แกะรอยคดีฉ้อโกงพันล้าน ความจริงเบื้องหลังฉายาแห่งโลกคริปโต

วงการคริปโตเคอร์เรนซีและวงการบันเทิงไทยต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อกระแสข่าวการแจ้งความดำเนินคดีกับ "ลิงดำคริปโต" สามีของนางเอกช่องดัง ได้ผุดขึ้นมาอย่างร้อนแรงบนหน้าสื่อสังคมออนไลน์และสำนักข่าวต่างๆ ความเสียหายที่ถูกกล่าวอ้างมีมูลค่าสูงถึงหลักพันล้านบาท สร้างความตกใจและคำถามมากมายให้กับสาธารณชน บทความนี้จะพาคุณไปแกะรอยเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังฉายา "ลิงดำคริปโต" และความเคลื่อนไหวของคดีฉ้อโกงสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเป็นที่จับตา

ต้นตอของกระแส: "ลิงดำคริปโต" คือใคร?

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเพจดัง "บิ๊กเกรียน" ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ว่ามีกลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินคดีกับชายคนหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสามีของนางเอกช่องดัง โดยข้อกล่าวหาคือการหลอกลวงให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี จนทำให้ผู้ลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสูงวัย ต้องสูญเสียเงินเก็บไปเป็นมูลค่ามหาศาลรวมกันกว่าพันล้านบาท

ภาพประกอบ

ผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนได้พร้อมใจกันตั้งฉายาให้กับชายผู้นี้ว่า "ลิงดำคริปโต" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในขณะนี้ ฉายานี้ไม่ได้มาอย่างลอยๆ แต่แฝงไปด้วยนัยยะที่สะท้อนถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ถูกกล่าวหา นั่นคือการชอบเกาะเกี่ยวบุคคลที่มีชื่อเสียงและอิทธิพล เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง ตัวอย่างที่ถูกยกมาคือภาพถ่ายคู่กับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเกี่ยวกับบทบาทของเขาในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจก่อนหน้านี้

เบื้องหลังฉายาและตัวตนที่ถูกกล่าวอ้าง

ข้อมูลจากเพจบิ๊กเกรียนและสำนักข่าวต่างๆ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ "ลิงดำคริปโต" ที่ทำให้สาธารณชนเกิดความสนใจและประหลาดใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ บุคคลผู้นี้เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลสาธารณะที่มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างโดดเด่น:

  • อดีตนักร้องดังวงร็อก: ก่อนจะเข้าสู่วงการธุรกิจและคริปโตฯ เขามีประวัติเคยเป็นนักร้องในวงร็อกชื่อดังมาก่อน
  • นักธุรกิจหมื่นล้านและผู้ก่อตั้งกลุ่มนักลงทุน: ในวงการเชื่อกันว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินระดับหมื่นล้าน และยังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มชุมชนนักลงทุนที่เน้นการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลและทองคำ ซึ่งอาจเป็นช่องทางหนึ่งที่ใช้ในการชักชวนผู้คนให้เข้ามาลงทุน
  • "ดร.ลิงดำ" และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์: เขาเคยได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ทำให้ถูกเรียกว่า "ดร.ลิงดำ" ซึ่งตำแหน่งทางวิชาการนี้อาจถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตนเองและโครงการลงทุนที่นำเสนอ
  • ผู้เสนอแนวคิดเชิงกลยุทธ์: ในช่วงปลายปี 2567 เขาเคยเสนอแนวคิดให้รัฐบาลไทยใช้ Bitcoin เป็นทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างบทบาทและความเชี่ยวชาญในด้านคริปโตเคอร์เรนซี
  • การประกาศบริจาค: เดือนสิงหาคม 2568 มีการประกาศผ่านเฟซบุ๊กเพจส่วนตัวว่าได้เตรียมบริจาคหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดมูลค่า 100 ล้านบาท ให้แก่กองทัพไทย ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการทำประโยชน์เพื่อสังคม แต่ภายหลังก็มีคำถามจากโฆษกกองทัพบกถึงสถานะของการบริจาคดังกล่าว
  • ชีวิตส่วนตัวกับนางเอกชื่อดัง: เขาได้สมรสกับนางเอกชื่อดังเมื่อปลายปี 2566 และเพิ่งได้มีลูกแฝดเพศชาย ซึ่งการเป็นสามีของบุคคลสาธารณะย่อมทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อและสังคมเป็นพิเศษ

ภาพลักษณ์เหล่านี้สร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดใจให้นักลงทุนจำนวนมากหลงเชื่อและตัดสินใจนำเงินมาร่วมลงทุนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงวัยที่อาจขาดความเข้าใจในเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง และมักจะเชื่อมั่นในบุคคลที่มีภาพลักษณ์ดี มีฐานะ และมีเส้นสายกับผู้มีอิทธิพล

พฤติกรรมการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหา และความเสียหายพันล้าน

แก่นของเรื่องราว "ลิงดำคริปโต" อยู่ที่ข้อกล่าวหาการฉ้อโกงเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่หลักสิบล้านหรือร้อยล้าน แต่พุ่งสูงถึง "พันล้านบาท" ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความรุนแรงและผลกระทบที่กว้างขวางของคดีนี้

กลโกงที่มักพบในวงการคริปโตฯ

แม้รายละเอียดของวิธีการฉ้อโกงที่ "ลิงดำคริปโต" ใช้จะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่โดยทั่วไปแล้ว กลโกงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมักมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็น:

  • การสร้างแพลตฟอร์มปลอม: หลอกให้ผู้ลงทุนนำเงินไปฝากหรือเทรดในแพลตฟอร์มที่ดูน่าเชื่อถือ แต่แท้จริงแล้วเป็นของปลอมที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่สามารถถอนเงินออกได้
  • การให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง: สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงมากในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นจุดที่มักดึงดูดความสนใจของผู้ที่ต้องการรวยทางลัด
  • การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงหรืออิทธิพล: นำภาพถ่ายหรือการอ้างอิงถึงบุคคลสาธารณะมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับโครงการลงทุน
  • การโอนเงินโดยตรงให้บุคคล: แทนที่จะเป็นการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมาย กลับเป็นการชักชวนให้โอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัวของบุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่มีความโปร่งใส
  • โครงการลงทุนที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก: ใช้คำศัพท์ทางเทคนิคและอธิบายโมเดลการลงทุนที่ซับซ้อนเกินกว่าที่นักลงทุนทั่วไปจะเข้าใจ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบความจริง
ภาพประกอบ

จากข้อมูลข่าวที่ระบุว่าผู้เสียหาย "รวมตัวแจ้งความ" และ "สูญเงินนับพันล้าน" ชี้ให้เห็นว่าน่าจะเป็นกลโกงที่มีลักษณะเป็นเครือข่าย หรือมีจำนวนผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกชักชวนให้ลงทุนในโครงการที่นำเสนอโดย "ลิงดำคริปโต" หรือกลุ่มของเขา

ผลกระทบต่อผู้เสียหายและสังคม

ความเสียหายระดับพันล้านบาทไม่เพียงส่งผลกระทบทางการเงินอย่างร้ายแรงต่อผู้เสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่อาจนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน แต่ยังส่งผลกระทบทางจิตใจ ความรู้สึกไม่ปลอดภัย และความไม่ไว้วางใจต่อการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม

นอกจากนี้ คดีนี้ยังตอกย้ำถึงความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดคริปโตฯ ที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมที่รัดกุมเท่าที่ควร และยังสร้างความกังวลใจให้กับหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องหาทางป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงในรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวของการสืบสวนและอนาคตของคดี

การที่ผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการเรียกร้องความยุติธรรม บช.ก. ถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีอำนาจและศักยภาพในการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน

บทบาทของตำรวจสอบสวนกลาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจะเข้ามารับเรื่องและเริ่มดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งรวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สอบปากคำผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง และอาจมีการเรียก "ลิงดำคริปโต" เข้ามาให้ปากคำเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในลำดับต่อไป การสืบสวนคดีฉ้อโกงสินทรัพย์ดิจิทัลมักมีความท้าทาย เนื่องจากธรรมชาติของการทำธุรกรรมคริปโตฯ ที่มีความซับซ้อน การติดตามร่องรอยทางการเงินที่อาจข้ามประเทศ และความรู้ความเข้าใจเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการดำเนินคดี

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

  • ผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่: ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางมีความคืบหน้าและมีข้อสรุปที่ชัดเจน
  • การเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหา: จะมีการเรียกตัว "ลิงดำคริปโต" เข้ามาให้ปากคำเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาหรือไม่
  • มาตรการทางกฎหมาย: จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายใดบ้าง เช่น ข้อหาฉ้อโกงประชาชน หรือความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
  • การเยียวยาผู้เสียหาย: มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่ผู้เสียหายจะได้รับเงินคืน และกระบวนการจะเป็นอย่างไร
  • บทเรียนสำหรับวงการคริปโตฯ: คดีนี้จะนำไปสู่การทบทวนหรือปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยอย่างไรบ้าง

บทเรียนสำหรับนักลงทุนในยุคดิจิทัล

คดี "ลิงดำคริปโต" เป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับทุกคนที่สนใจหรือกำลังลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ตลาดคริปโตฯ มีความผันผวนสูงและยังคงมีช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้ง่าย นี่คือบทเรียนและข้อควรระวังที่สำคัญ:

  1. อย่าเชื่อถือเพียงภาพลักษณ์: การมีภาพลักษณ์ที่ดี มีตำแหน่งทางสังคม มีชื่อเสียง หรือการได้ถ่ายรูปคู่กับบุคคลสำคัญ ไม่ได้แปลว่าจะปราศจากเจตนาทุจริตเสมอไป
  2. ศึกษาและทำความเข้าใจด้วยตนเอง: ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทำความเข้าใจเทคโนโลยี ความเสี่ยง และโมเดลธุรกิจของสินทรัพย์นั้นๆ
  3. ระวังผลตอบแทนที่สูงเกินจริง: หากมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงผิดปกติและรวดเร็ว ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ เพราะการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน
  4. ตรวจสอบช่องทางที่ได้รับอนุญาต: เลือกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มหรือผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เท่านั้น
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอิสระ: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหรือทนายความที่เชื่อถือได้
  6. ระมัดระวังการโอนเงินส่วนตัว: หลีกเลี่ยงการโอนเงินลงทุนเข้าบัญชีส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะหากไม่มีสัญญาหรือหลักประกันที่ชัดเจน
  7. ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ: การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ในวงการคริปโตฯ จะช่วยให้คุณตระหนักถึงความเสี่ยงและแนวโน้มของตลาด

สรุป: คดี "ลิงดำคริปโต" กับความท้าทายของยุคดิจิทัล

คดี "ลิงดำคริปโต" เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของยุคดิจิทัลที่มาพร้อมกับทั้งโอกาสและความเสี่ยงมหาศาล ขณะที่เทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกการเงิน ก็เป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีใช้แสวงหาประโยชน์จากการขาดความรู้และความโลภของมนุษย์

เราต้องจับตาดูความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ระบบกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายในยุคที่อาชญากรรมทางเศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากบทเรียนที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและสังคมในการก้าวเข้าสู่โลกการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชาญฉลาดและปลอดภัย

Read more

ไขข้อข้องใจ: เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กับมรสุมทางการเมืองและการฟ้องร้องหมิ่นประมาท

ไขข้อข้องใจ: เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กับมรสุมทางการเมืองและการฟ้องร้องหมิ่นประมาท

เจาะลึกความขัดแย้งระหว่างเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กับพรรคภูมิใจไทย ต้นตอคดีเก่าและใหม่ ผลกระทบต่ออนาคตทางการเมือง และบทบาทกฎหมายไทย

By ทีมงาน devdog
วิกฤตศรัทธาหุ้น BCPG: ผู้ถือหุ้นใหญ่เอี่ยวฟอกเงินข้ามชาติ เขย่าตลาดและจุดชนวนการเรียกร้องในไทย

วิกฤตศรัทธาหุ้น BCPG: ผู้ถือหุ้นใหญ่เอี่ยวฟอกเงินข้ามชาติ เขย่าตลาดและจุดชนวนการเรียกร้องในไทย

เจาะลึกข่าวผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ BCPG ถูกรวบข้อหาฟอกเงินในสิงคโปร์ ส่งผลหุ้นดิ่ง 25% ตร.ไทยถูกจี้สอบสวนต่อ.

By ทีมงาน devdog
วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันทะยาน: ทำความเข้าใจผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอนาคตของ <strong>bbl</strong>

วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันทะยาน: ทำความเข้าใจผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอนาคตของ <strong>bbl</strong>

เจาะลึกผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งทะยาน (bbl) เหนือ 100 ดอลลาร์, ช่องแคบฮอร์มุซ, G7 และเงินเฟ้อ

By ทีมงาน devdog
Metallica บุก Sphere Las Vegas: ประสบการณ์คอนเสิร์ตเหนือจินตนาการ "Life Burns Faster" ที่คุณไม่ควรพลาด!

Metallica บุก Sphere Las Vegas: ประสบการณ์คอนเสิร์ตเหนือจินตนาการ "Life Burns Faster" ที่คุณไม่ควรพลาด!

เจาะลึกคอนเสิร์ต Metallica "Life Burns Faster" residency ที่ Sphere Las Vegas ปี 2026-2027 พร้อมรายละเอียดตั๋วและเทคโนโลยีสุดล้ำที่คุณไม่ควรพลาด

By ทีมงาน devdog