วิกฤตน้ำมันพ่นพิษ! รถบัสนำเที่ยวบุรีรัมย์ถึงกับ "ร้องจ๊าก" ตระเวนหาปั๊ม เติมได้แค่พันเดียว
รถบัสนำเที่ยวบุรีรัมย์เผชิญวิกฤตน้ำมันหนัก เติมได้จำกัดแค่ 1,000 บาท ต้องตระเวนหาปั๊ม รัฐบาลเร่งระดมขนส่งเพิ่มรอบ หวังคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว.
สถานการณ์พลังงานในประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยวบุรีรัมย์ ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำมันอย่างจัง.
ข่าวล่าสุดจาก Thaipost.net รายงานว่า ผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ถึงกับ “ร้องจ๊าก” เพราะต้องวิ่งหาปั๊มน้ำมันทั้งวัน บางปั๊มน้ำมันดีเซลหมดเกลี้ยง ต้องขึ้นป้ายแจ้ง “ดีเซลหมด” ในขณะที่ปั๊มที่มีน้ำมันก็จำกัดปริมาณการเติมอย่างเข้มงวด.
จำกัดปริมาณ: เติมได้แค่หลักร้อยถึงหนึ่งพันบาท
นายประชา สุปะโกสัง เจ้าของรถบัสประชานำเที่ยว เล่าถึงความทุลักทุเลที่ต้องพบเจอว่า ตนมีรถบัส 3 คันที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับลูกค้าเดินทางออกต่างจังหวัด แต่การเติมน้ำมันกลับเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ เขาพยายามหาเติมน้ำมันมาแล้วถึง 2 ปั๊มแต่ก็หมดเกลี้ยง เมื่อเจอ ปตท. สาขาวิทยาลัยเกษตร ต.อิสาณ อ.เมือง ที่มีน้ำมัน ก็กลับเติมได้เพียงคันละ 1,000 บาทเท่านั้น

นี่เป็นสถานการณ์ที่สร้างความปวดหัวอย่างมาก เพราะการเติมน้ำมันได้เพียงครั้งละน้อยนิด ทำให้ต้องเสียเวลาขับตระเวนหาปั๊มอื่นเพื่อเติมให้เต็มถัง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าปั๊มถัดไปจะมีน้ำมันให้เติมหรือไม่ และที่เติมไปเมื่อครู่ก็อาจจะหมดไปกับการวิ่งหานั่นเอง สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับรถบัสนำเที่ยวบุรีรัมย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถยนต์ 4 ล้อที่จำกัดการเติม 500 บาท และรถบรรทุกอีกด้วย.
วิกฤตพลังงานครั้งนี้มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น ประกอบกับกระแสข่าวการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันที่แพร่หลาย ทำให้ประชาชนจำนวนมากพากันแห่ไปเติมน้ำมันจนเกิดความต้องการที่สูงกว่าปกติ หลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์จึงมีภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อคิวเติมน้ำมันแน่นปั๊มตลอดทั้งวัน
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา: เพิ่มรอบขนส่งน้ำมันสยบความตื่นตระหนก
เพื่อสยบความวิตกกังวลและแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมด่วนกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น โดยมีมาตรการเร่งด่วนดังนี้:
- ระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน: เพื่อให้มีทรัพยากรในการเคลื่อนย้ายน้ำมันสู่สถานีบริการมากขึ้น.
- เพิ่มรอบและขยายเวลาจัดส่ง: เพิ่มความถี่ในการกระจายน้ำมันจากคลังสู่ปั๊มเป้าหมาย.
- เน้นย้ำการบูรณาการข้อมูล: ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ.

พลังงานจังหวัดยันน้ำมันมีพอเพียง พร้อมขอความร่วมมือประชาชน
ด้านพลังงานจังหวัดนครปฐม (และโดยนัยคือพลังงานในภาพรวม) ได้ออกมาขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและงดการกักตุนน้ำมัน โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีแผนสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอถึง 98 วัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการขนส่งที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นอย่างกะทันหันได้ทันท่วงที นอกจากนี้ รถบรรทุกบางส่วนที่ปกติมีคลังน้ำมันของตนเอง ก็ต้องออกมาเติมน้ำมันตามปั๊มสาธารณะ เนื่องจากมีการระงับการส่งน้ำมันให้ผู้ประกอบการ ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง.
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือความร่วมมือจากประชาชนในการใช้ยานพาหนะเท่าที่จำเป็น วางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ และช่วยกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด.
วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยวบุรีรัมย์และภาคการขนส่ง แต่ด้วยมาตรการเร่งด่วนจากภาครัฐและความร่วมมือจากประชาชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในไม่ช้า และทุกภาคส่วนจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง