สำรวจมหาอำนาจจีน: บทบาทโลก, ความสัมพันธ์ทวิภาคี และความท้าทายจากภายใน
เจาะลึกบทบาทของจีนบนเวทีโลก, ความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับสหรัฐฯ, กลยุทธ์ของไทยในการรับมือ และความท้าทายภายในประเทศที่จีนเผชิญ
จีน ดินแดนแห่งมังกรที่กุมบทบาทสำคัญบนเวทีโลกมายาวนาน กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการช่วงชิงอำนาจกับสหรัฐอเมริกา ความท้าทายด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ไปจนถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่สะท้อนถึงประเด็นด้านความปลอดภัย บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงภาพรวมของจีนในฐานะมหาอำนาจที่กำลังขับเคลื่อนทิศทางโลก และความนัยที่ไทยต้องจับตา
มหาอำนาจจีนกับการปรับสมดุลโลก
ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถือเป็นเหตุการณ์ที่โลกจับตา โดยเฉพาะเมื่อเป็นการพบกันอีกครั้งในรอบ 9 ปี ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและข้อพิพาทระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่ยังคงร้อนแรง การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา สะท้อนได้จากการส่งออกสินค้าจีนไปยังสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 19% เหลือเพียง 11% ของปริมาณสินค้าจีนที่ส่งออกทั้งหมด โดยมีเป้าหมายการเจรจาที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่าย สหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่การค้าและเศรษฐกิจ (Boeing, Beef, Bean, Board of Investment, Board of Trade) ขณะที่จีนให้ความสำคัญกับประเด็นไต้หวัน ภาษีการค้า และเทคโนโลยี ซึ่งประเด็นไต้หวันถูกเน้นย้ำว่าเป็น "ประเด็นสำคัญที่สุด" ในความสัมพันธ์
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังได้หยิบยกวาทะ "กับดักทูซิดิดีส" (Thucydides Trap) ขึ้นมาพูดคุย เพื่อเตือนถึงความเสี่ยงที่โลกอาจจะก้าวไปสู่สงครามครั้งใหญ่ หากมหาอำนาจเก่าและใหม่ไม่สามารถก้าวข้ามความระแวงได้ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะสร้าง "ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่มั่นคงและสร้างสรรค์" ซึ่งบ่งชี้ถึงการเข้าสู่ขั้นตอนการปรับตัวครั้งสำคัญ แม้จะมีรายงานจากนิตยสาร TIME ที่ระบุว่าการเยือนครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า "อำนาจโลก" กำลังเคลื่อนไปทางตะวันออก และทรัมป์เองก็ดูจะอยู่ในภาวะเสียเปรียบในการเจรจาเมื่อเทียบกับท่าทีที่แข็งกร้าวของสี จิ้นผิง โดยเฉพาะในประเด็นไต้หวัน

ทางรอดของไทยในเกมมหาอำนาจ
ในฐานะประเทศเล็กที่มีระบบเศรษฐกิจเปิด ไทยต้องพึ่งพาการค้าโลกสูงมาก และที่สำคัญคือเราพึ่งพาทั้งสหรัฐฯ และจีนอย่างแยกไม่ออก ตัวอย่างเช่น:
- จีน: คือคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย โดยมีมูลค่าการค้ารวมสูงถึง 121,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงมกราคม-ตุลาคม 2568 และครองสัดส่วนเม็ดเงินลงทุนในไทยสูงถึง 21.02% ในปี 2567
- สหรัฐฯ: เป็นพันธมิตรทางทหารที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยตั้งแต่ปี 2564 โดยในเดือนตุลาคม 2568 มียอดส่งออกสูงถึง 58,584 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ไทยได้ดุลการค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจาก 11,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2560 เป็น 41,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ซึ่งเป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์ 2.0 อาจนำมาเป็นข้ออ้างในการกดดันหรือตั้งกำแพงภาษีกับไทย
เมื่อมหาอำนาจทั้งสองจ้องหน้ากัน ไทยจึงต้องรักษาสมดุลอย่างชาญฉลาด ด้วยการ "เลือกประเด็น" ไม่ใช่ "เลือกข้าง" และใช้กลยุทธ์ "ทางสายกลาง" แบบไผ่ลู่ลม รวมถึงผลักดันให้ "อาเซียนเป็นศูนย์กลาง" เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และไม่ควรฝากชีวิตไว้กับเพียงสองมหาอำนาจนี้ แต่ควรดึงมหาอำนาจอื่น ๆ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น หรือยุโรป เข้ามาถ่วงดุล เพื่อเพิ่มตัวเลือกและลดความเสี่ยง
ภาพสะท้อนจากภายใน: ความท้าทายและการจัดการ
แม้จีนจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวบนเวทีโลก แต่ภายในประเทศก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ดังที่เห็นจากเหตุการณ์ระเบิดในเหมืองถ่านหินหลิวเฉินหยู มณฑลชานซี เมื่อคืนวันที่ 22 พฤษภาคม ที่คร่าชีวิตคนงานไปแล้วอย่างน้อย 90 ราย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัย แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนจะพยายามเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ก็ตาม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้สั่งการให้เร่งช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ และดำเนินการสอบสวนเพื่อลงโทษผู้รับผิดชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเหมืองถูกควบคุมตัวแล้ว
นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจภายในของจีนก็ยังคงน่าจับตามอง แม้จะเผชิญกับวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ยืดเยื้อ อุปสงค์ผู้บริโภคที่อ่อนแอ และภาวะเงินฝืด รวมถึงอัตราว่างงานของคนหนุ่มสาวที่ยังคงสูง แต่จีนก็ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจได้อย่างน่าทึ่ง โดยมียอดเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และตัวเลขส่งออกรายเดือนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
สรุป
จีนยังคงเป็นศูนย์กลางของพลวัตโลกที่ซับซ้อน ทั้งในฐานะมหาอำนาจที่กำลังปรับสมดุลกับสหรัฐฯ ในประเด็นสำคัญอย่างไต้หวันและเศรษฐกิจ รวมถึงในฐานะประเทศที่ต้องจัดการกับความท้าทายภายใน เพื่อรักษาเสถียรภาพและการเติบโต บทบาทของจีนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของจีน แต่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเดินหน้าอย่างมีกลยุทธ์และสมดุล เพื่อความอยู่รอดในเกมมหาอำนาจ