กรมการปกครอง เดินหน้า "เก็บตก" ผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เกณฑ์คัดกรอง
กรมการปกครองเดินหน้าเก็บตกกลุ่มตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กว่า 1 ล้านราย พร้อมช่องทางลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เกณฑ์คัดกรอง
ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชน กรมการปกครอง (DOPA) กำลังเร่งดำเนินภารกิจครั้งใหญ่เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมให้ทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “เก็บตก” ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่นจากการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนกว่า 1 ล้านราย
ภารกิจเชิงรุกของกรมการปกครอง: เข้าถึงทุกครัวเรือนเพื่อสวัสดิการที่ครอบคลุม
เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและลดช่องว่างทางสังคมตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองได้เปิดหน้างานเชิงรุกอย่างเต็มที่ โดยนายอําเภอ ปลัดอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านแบบปูพรมถึงหมู่บ้านและหัวบันไดครัวเรือน
เป้าหมายหลักคือการอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลและรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์สำหรับ “กลุ่มตกหล่น” ที่ไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางมาดำเนินการด้วยตนเองได้ ซึ่งฐานข้อมูลกลุ่มดังกล่าวได้รับการคัดกรองอย่างละเอียดผ่านระบบความจําเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มตกหล่นที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและอยู่ในบัญชีรายชื่อ สามารถขอรับสิทธิ์ด้วยตัวเองได้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/login หรือ QR Code โดยใช้แอปพลิเคชัน ThaiD ในการเข้าใช้งาน ซึ่งเปิดให้ตรวจสอบและลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 4 จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เท่านั้น
มุมมองที่หลากหลาย: เสียงวิจารณ์และความกังวลต่อเกณฑ์คัดกรอง
แม้กรมการปกครองจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่การออกแบบนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ก็ยังคงเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลจากหลายฝ่าย
- จากภาคการเมือง: นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ชี้ว่ารัฐบาลยังคงติดกับดักแนวคิด “ผู้ใหญ่ใจดี” ที่มองประชาชนจากบนลงล่าง ให้รัฐเป็นผู้ตัดสินว่าใครจนพอ และสร้างเส้นแบ่งใหม่ระหว่างคนจนกับคนจนกว่า สิ่งนี้ทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนจริงจำนวนมากตกหล่นจากระบบ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ทั้งที่ความยากจนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคลที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง
- จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ธปท. ได้ส่งความเห็นต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยมีข้อสังเกตว่า เกณฑ์การกำหนดหนี้สินของผู้ลงทะเบียนที่ไม่เกิน 100,000 บาท ตามฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) อาจส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางบางส่วน เช่น กลุ่มลูกหนี้เกษตรกรหรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลจากวิกฤต ต้องหลุดสิทธิ์ไปโดยไม่ตั้งใจ ธปท. จึงเสนอแนะให้พิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง และควรมีมาตรการเสริมศักยภาพในการสร้างรายได้ในระยะยาวควบคู่ไปด้วย

ขั้นตอนการตรวจสอบและยืนยันสิทธิ์: สิ่งที่ควรรู้
สำหรับผู้ลงทะเบียนทั้งรายใหม่และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม สามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้ผ่านเว็บไซต์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ welfare.mof.go.th โดยพิสูจน์ตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือกรอกเลขประจำตัวประชาชนและวันเดือนปีเกิด ระบบจะแสดงผลสถานะ 3 รูปแบบ:
- “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”: ไม่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติ
- “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”: ให้ดำเนินการลงทะเบียนใหม่
- “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”: ให้กลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่ามีผู้ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย และผู้ที่สถานะขึ้นว่า “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” สามารถรอประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ได้เลย
กรมการปกครองยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายสวัสดิการสังคมให้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากทั้งเกณฑ์คัดกรองและข้อจำกัดต่างๆ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือเชื่อว่าตนเองอยู่ในกลุ่มตกหล่น จึงไม่ควรละเลยที่จะตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการที่รัฐบาลจัดสรรให้