ดีเอสไอยุติคดี "ธัมมชโย" ฟอกเงิน-รับของโจร: ปิดฉากคดีประวัติศาสตร์เพราะ "หมดอายุความ"
DSI ยุติการดำเนินคดีฟอกเงินและรับของโจรกับ 'ธัมมชโย' อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กรณีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เหตุขาดอายุความ ติดตามรายละเอียดทั้งหมดที่นี่
เรื่องราวของ พระธัมมชโย หรืออดีตพระเทพญาณมหามุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในประเด็นทางกฎหมาย ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีประกาศสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับท่าน ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความสนใจและคำถามให้กับหลายฝ่าย
การยุติคดีฟอกเงินและรับของโจร
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ดีเอสไอได้แจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดี พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือที่รู้จักกันในนาม พระธัมมชโย และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร

คดีนี้มีต้นกำเนิดมาจากการทุจริตใน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งนายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวกได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอ โดยกล่าวหา นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ พระธัมมชโย และพวกรวม 5 คน ในคดีร่วมกันฟอกเงินจากเหตุทุจริตดังกล่าว ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ที่ถูกสอบสวนภายใต้ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
เบื้องหลังคดีและขั้นตอนการดำเนินงานของดีเอสไอ
คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 16,000 ล้านบาท โดยมีการกล่าวหาว่าพระธัมมชโยและพวกได้รับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งดีเอสไอเห็นว่าเป็นการรับเงินโดยไม่มีมูลหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกพระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 แต่กลับมีการขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนหลายครั้ง โดยอ้างเหตุผลด้านศาสนกิจและอาการอาพาธ ซึ่งมีการใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชนประกอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ที่ปรากฏ เช่น การเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาได้ตามปกติ ดีเอสไอจึงเห็นว่ามีพฤติการณ์เป็นไปในลักษณะหลบหนี และได้มีการขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับในเดือนเมษายน 2559 ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความซับซ้อนและยืดเยื้อของการดำเนินคดีมาโดยตลอด
เหตุผลของการยุติคดี: ขาดอายุความ
หัวใจสำคัญที่นำไปสู่การยุติคดีในครั้งนี้คือ "การขาดอายุความ" อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีต่อดีเอสไอ โดยระบุว่าคดีขาดอายุความ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 (7)
หลักการของอายุความคือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐสามารถดำเนินคดีอาญาได้ หากพ้นกำหนดเวลานี้ไปแล้ว รัฐก็ไม่มีสิทธิที่จะนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลได้อีกต่อไป ไม่ว่าข้อเท็จจริงในคดีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ แม้คดีจะมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับมูลค่าความเสียหายสูง แต่เมื่อถึงกำหนดอายุความตามกฎหมาย การดำเนินคดีทางอาญาก็ต้องสิ้นสุดลงตามหลักการยุติธรรม
บทสรุป
การยุติคดีฟอกเงินและรับของโจรของ พระธัมมชโย ด้วยเหตุผล "ขาดอายุความ" ถือเป็นการปิดฉากคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจมานานหลายปีอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่ได้เป็นการตัดสินว่ามีความผิดหรือไม่ แต่เป็นการสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเหล่านี้เนื่องจากข้อจำกัดทางเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทำให้คดีนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอายุความในคดีอาญา