ทุบสถิติกองทุนน้ำมันอุ้มราคาดีเซลทะลุ 20 บาท/ลิตร
เปิดสถิติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเงินชดเชยดีเซลเป็น 20.36 บาท/ลิตร เพื่อตรึงราคาและบรรเทาภาระประชาชน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนอย่างหนัก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้สร้างประวัติการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเพิ่มอัตราเงินชดเชยราคาน้ำมันดีเซลขึ้นเป็น 20.36 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งนับเป็นการอุดหนุนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อตรึงราคาขายปลีกดีเซลในประเทศไม่ให้พุ่งทะลุ 30 บาทต่อลิตร และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

ทำไมกองทุนน้ำมันต้อง "ทุบสถิติ" การอุดหนุน?
การตัดสินใจของ กบน. ในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้กรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน และเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนพลังงานในประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของชาติ
เดิมที กบน. ได้อุดหนุนดีเซลอยู่ที่ 18.31 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม แต่ด้วยปัจจัยความผันผวนของราคาต้นทุนที่แท้จริงในตลาดโลก ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของการปรับเพิ่มเงินชดเชยดังกล่าว โดยคำนึงถึงหลักการหลีกเลี่ยงการชดเชยเพื่อช่วยเหลือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ
ผลกระทบและเสียงสะท้อนจากภาคประชาชน
แม้ภาครัฐจะพยายามตรึงราคาดีเซลไว้ แต่ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานก็เริ่มปรากฏให้เห็นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะหลังจากที่มาตรการตรึงราคาครบกำหนด 15 วัน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569
- ผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยว: ในจังหวัดบุรีรัมย์ประสบปัญหาต้องวิ่งรอกหาเติมน้ำมัน และบางปั๊มจำกัดปริมาณการเติมเพียงคันละ 1,000 บาท
- ประชาชนทั่วไป: ในหลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น พบการเข้าคิวเติมน้ำมันแน่นปั๊ม และมีการจำกัดปริมาณการเติมเพียง 500-1,000 บาทต่อคัน
- ชาวไร่อ้อย: ต้องเผชิญข้อจำกัดการเติมน้ำมันเพียงวันละ 3,000 บาท ทำให้มีความเสี่ยงที่จะตัดอ้อยไม่ทันก่อนโรงงานปิด
ในขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 (ศบก.) ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ขาดแคลนพลังงาน แต่ปัญหาเกิดจากการบริหารจัดการขนส่งและกระจายน้ำมัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน พร้อมเร่งออกมาตรการรับมือต่อไป

ทิศทางพลังงานไทยในภาวะผันผวน
การทุบสถิติการอุดหนุนดีเซลของกองทุนน้ำมันฯ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการประคองสถานการณ์พลังงานในประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน การประชุมร่วมของรัฐมนตรีพลังงานจาก 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ยืนยันถึงความกังวลร่วมกันในระดับนานาชาติ
สำหรับประเทศไทย การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องและการรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพของประชาชน กับการสะท้อนมูลค่าต้นทุนที่แท้จริง จะเป็นหัวใจสำคัญในการฝ่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปให้ได้ โดยไม่กระทบต่อกลไกตลาดเสรีมากเกินไป และยังคงความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
การจับตามาตรการต่อไปของภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนของประเทศ