น้ำมันดีเซลหมดปั๊มที่ปทุมฯ: เบื้องหลังวิกฤตชั่วคราวและการแก้ปัญหาเร่งด่วน
เจาะลึกสถานการณ์น้ำมันดีเซลในปทุมธานีที่หมดหลายปั๊ม ผู้ว่าฯ ยันไม่ขาดแคลน เพียงขนส่งไม่ทัน กระทรวงพลังงานเร่งแก้ปัญหา เผยมาตรการรับมือและผลกระทบต่อประชาชน.
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ "น้ำมันดีเซลหมด" ในหลายพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ได้สร้างความตื่นตระหนกและผลกระทบอย่างมากต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์และผู้ประกอบอาชีพที่ต้องใช้ยานพาหนะเป็นประจำ แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกมายืนยันว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นปัญหาด้านการขนส่งที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นได้ทันท่วงที

สถานการณ์ในพื้นที่ปทุมธานี: ความต้องการพุ่งสูง การขนส่งตามไม่ทัน
นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน หลังได้รับรายงานการขาดแคลนน้ำมันในบางจุดจากการตรวจสอบพบว่า ปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสาม มีการติดป้ายประกาศว่า "น้ำมันดีเซลหมด" และอยู่ระหว่างการขนส่ง ขณะที่ปั๊มบางจากในพื้นที่ ต.คลองสอง มีสถานการณ์ที่หนักกว่านั้นคือน้ำมันทุกชนิดหมดเกลี้ยงปั๊ม ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้เลย
ผู้จัดการปั๊ม ปตท. ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันได้รับน้ำมันดีเซลรอบละประมาณ 8,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งโดยปกติจะเพียงพอต่อการใช้งาน 3 วัน แต่ด้วยจำนวนประชาชนที่มารอเติมน้ำมันล่วงหน้าจำนวนมาก ทำให้น้ำมันหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว ทำให้ปั๊มต้องจำกัดปริมาณการเติมที่ 500 บาทสำหรับรถยนต์ทั่วไป และไม่เกิน 1,000 บาทสำหรับรถขนาดใหญ่ เพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงที่สุด
นายเอกวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ชี้แจงว่าปัญหาหลักเกิดจากรอบการขนส่งที่ตามไม่ทันปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันว่าจังหวัดปทุมธานีไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน แต่ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันประหยัดพลังงานจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศที่ส่งผลกระทบทั่วโลก นอกจากนี้ ทางพาณิชย์จังหวัดยังได้เน้นย้ำว่า "การกักตุนน้ำมันมีความผิดตามกฎหมาย" และจะมีการลงโทษทั้งจำคุกและปรับอย่างหนักหากตรวจพบ
กระทรวงพลังงานเร่งแก้ปัญหา: ระดมรถขนส่ง เพิ่มรอบจัดส่ง
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมด่วนกับผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนโรงกลั่น เพื่อประเมินสถานการณ์และวางมาตรการแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า โดยมีข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติเร่งด่วนดังนี้:
- ระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน: เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเคลื่อนย้ายน้ำมัน
- เพิ่มรอบการจัดส่ง: ขยายเวลาและเพิ่มความถี่ในการกระจายน้ำมันจากคลังสู่สถานีบริการเป้าหมาย
- เน้นย้ำบูรณาการร่วมกัน: ให้ทุกภาคส่วนเชื่อมโยงข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ
นายอรรถพลยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำมันในปั๊มที่ขาดแคลนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และขอให้ประชาชนมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ

ข้อเสนอจากพรรคประชาชน: โปร่งใส, แรงจูงใจ, ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้แสดงความกังวลและมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังนี้:
- เปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมัน: จัดทำ Dashboard เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ว่าเพียงพอหรือไม่ และปัญหาการขาดแคลนเกิดจากสาเหตุใด (การไม่เพียงพอ การขนส่ง หรือการกักตุน)
- มาตรการประหยัดพลังงานต้องมีแรงจูงใจ: หากมีการรณรงค์ Work From Home ต้องควบคู่ไปกับการลดค่าไฟ หรือส่งเสริมขนส่งสาธารณะก็ต้องมีการสนับสนุนค่าโดยสาร
- มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล: หากไม่สามารถตรึงราคาได้ ควรมีการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพที่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน และช่วยพยุงค่าขนส่งเพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาสินค้าโดยรวม
- พิจารณาผลกำไรโรงกลั่น: หากโรงกลั่นมีกำไรสูงเกินควร ควรพิจารณามาตรการเพื่อ "เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข"
สถานการณ์น้ำมันดีเซลที่ปทุมธานีเป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งดำเนินการแก้ไขและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แม้ผู้ว่าฯ จะยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แต่การบริหารจัดการการขนส่งและการสื่อสารที่โปร่งใส คือหัวใจสำคัญในการคลี่คลายวิกฤตความกังวลนี้