แผ่นดินไหว: ทำความเข้าใจภัยเงียบใกล้ตัวและเตรียมพร้อมรับมือ

สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวเมียนมาล่าสุด ทำความเข้าใจสาเหตุ ผลกระทบจากความลึก พร้อมแนวทางเตรียมตัวและรับมือแผ่นดินไหวเพื่อความปลอดภัย

แผ่นดินไหว: ทำความเข้าใจภัยเงียบใกล้ตัวและเตรียมพร้อมรับมือ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ มนุษย์เราได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวและเข้าใจถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของโลกที่เราอาศัยอยู่ หนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตัวและส่งผลกระทบอย่างมหาศาลคือ "แผ่นดินไหว" ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสามารถก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ในพริบตา ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ต่างจับตาสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้เราทุกคนไม่ประมาทและหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติชนิดนี้อย่างจริงจัง

สถานการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดในเมียนมา: สัญญาณเตือนใกล้ไทย

จากรายงานของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย ได้มีการตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาถึงสองครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งมีลักษณะและผลกระทบที่แตกต่างกันไป:

แผ่นดินไหวขนาด 4.8: ลึกแต่ยังไม่กระทบ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.51 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.8 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ณ พิกัด 22.88°N, 94.58°E โดยมีความลึกถึง 165 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 532 กิโลเมตร แม้จะเป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่เนื่องจากความลึกของจุดศูนย์กลางที่มาก ทำให้พลังงานที่ส่งมาถึงพื้นผิวโลกในระยะไกลถูกลดทอนลง ส่งผลให้ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ภาพประกอบแผ่นดินไหวเมียนมา

แผ่นดินไหวขนาด 5.5: ตื้นและน่ากังวล

ในวันเดียวกัน คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 แต่เป็นช่วงเวลา 10.15 น. (ก่อนหน้าเหตุการณ์ 4.8 แมกนิจูด) ได้เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งในเมียนมา ด้วยขนาดที่รุนแรงกว่าที่ 5.5 แมกนิจูด ณ พิกัด 24.369°N, 97.633°E จุดศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 494 กิโลเมตร สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้คือ ความลึกของจุดศูนย์กลางที่เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งจัดเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นมาก การที่จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้พื้นผิวโลกทำให้พลังงานที่ปลดปล่อยออกมามีโอกาสส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างบนพื้นผิวได้มากกว่าแผ่นดินไหวระดับลึกที่มีขนาดเท่ากัน กรมอุตุนิยมวิทยาจัดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ในเกณฑ์ "รุนแรง" และเตือนให้เฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือน (Aftershock) ที่อาจตามมา ซึ่งหากเกิดในพื้นที่ชุมชน อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารที่ไม่แข็งแรงได้ทันที ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บในประเทศไทย แต่การเฝ้าระวังยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำความเข้าใจ "แผ่นดินไหว" คืออะไร?

แผ่นดินไหว (Earthquake) คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นผิวโลก อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ในเปลือกโลกอย่างฉับพลัน พลังงานเหล่านี้ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Waves) ซึ่งเดินทางผ่านพื้นโลกและทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่เราสัมผัสได้

สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหว

สาเหตุหลักของแผ่นดินไหวคือการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plates) โลกของเราประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่หลายแผ่นที่ลอยอยู่บนชั้นหินหนืดที่ร้อนและเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา เมื่อแผ่นเปลือกโลกเหล่านี้เคลื่อนที่เสียดสีกัน ชนกัน มุดซ้อนกัน หรือแยกออกจากกัน จะเกิดแรงเค้น (Stress) สะสมขึ้นตามแนวรอยเลื่อน (Fault Line) เมื่อแรงเค้นสะสมถึงจุดหนึ่งที่รอยเลื่อนไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ก็จะเกิดการแตกหักและปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น

  • การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก: เป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหวส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกบรรจบกัน
  • การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลัง: รอยเลื่อนคือรอยแตกในชั้นหินที่เคยมีการเคลื่อนที่มาก่อน การเคลื่อนที่ซ้ำของรอยเลื่อนเหล่านี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหว
  • กิจกรรมของภูเขาไฟ: การปะทุของภูเขาไฟสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักมีขนาดไม่ใหญ่และเกิดในพื้นที่จำกัด
  • การกระทำของมนุษย์: เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่กดทับเปลือกโลก หรือการอัดของเหลวลงใต้ดิน ก็อาจกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวได้

ความแตกต่างระหว่างขนาด (Magnitude) และความรุนแรง (Intensity)

บ่อยครั้งที่เราได้ยินคำว่า "ขนาด" (Magnitude) และ "ความรุนแรง" (Intensity) ของแผ่นดินไหว ซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน

  • ขนาด (Magnitude): เป็นการวัดพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว มักใช้มาตราส่วนริกเตอร์ (Richter Scale) หรือมาตราส่วนโมเมนต์แมกนิจูด (Moment Magnitude Scale) ซึ่งวัดจากคลื่นไหวสะเทือนที่บันทึกได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว (Seismograph) ค่าขนาดของแผ่นดินไหวจะเป็นตัวเลขเดียวที่บ่งบอกถึงพลังงานรวมที่ปลดปล่อยออกมา ไม่ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นที่ไหนหรือลึกเท่าใด
  • ความรุนแรง (Intensity): เป็นการวัดผลกระทบที่แผ่นดินไหวมีต่อคน อาคาร และสิ่งแวดล้อม ณ ตำแหน่งที่เกิดการสั่นสะเทือน มักใช้มาตราส่วนเมอร์คัลลี (Modified Mercalli Intensity Scale) ซึ่งมีหลายระดับ โดยระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากจุดศูนย์กลาง ความลึกของแผ่นดินไหว ลักษณะธรณีวิทยาของพื้นที่ และประเภทของโครงสร้างอาคารนั่นเอง นี่คือสาเหตุที่แผ่นดินไหวขนาดเดียวกันอาจสร้างความเสียหายต่างกันในแต่ละพื้นที่

ทำไม "ความลึก" ของจุดศูนย์กลางจึงสำคัญ?

จากกรณีแผ่นดินไหวในเมียนมา เราเห็นว่าความลึกของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดระดับผลกระทบ

  • แผ่นดินไหวตื้น (Shallow-focus earthquakes): คือแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกไม่เกิน 70 กิโลเมตร เช่นกรณีแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ที่เมียนมาซึ่งลึกเพียง 1 กิโลเมตร การเกิดแผ่นดินไหวในระดับตื้นทำให้พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเดินทางมาถึงพื้นผิวโลกโดยมีการลดทอนน้อย ทำให้แรงสั่นสะเทือนบนพื้นผิวรุนแรง และมีโอกาสสร้างความเสียหายต่ออาคารและสิ่งก่อสร้างได้มากกว่า
  • แผ่นดินไหวลึก (Deep-focus earthquakes): คือแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกมากกว่า 70 กิโลเมตรขึ้นไป เช่นกรณีแผ่นดินไหวขนาด 4.8 ที่เมียนมาซึ่งลึกถึง 165 กิโลเมตร แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากคลื่นไหวสะเทือนต้องเดินทางผ่านชั้นหินเป็นระยะทางไกล ทำให้พลังงานถูกดูดซับและลดทอนไปมากก่อนจะมาถึงพื้นผิวโลก แรงสั่นสะเทือนบนพื้นผิวจึงมักจะเบากว่าและสร้างความเสียหายน้อยกว่า

ประเทศไทยกับความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว

ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียและแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลีย แม้จะไม่ได้อยู่บนแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบจากรอยเลื่อนมีพลังที่พาดผ่านประเทศและบริเวณใกล้เคียง

  • รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย: ในประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลังหลายแนว เช่น รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ และรอยเลื่อนระนอง เป็นต้น รอยเลื่อนเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางถึงรุนแรงได้
  • ผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน: ประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในเมียนมา สปป.ลาว และอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ในเขตที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะแกง (Sagaing Fault) ในเมียนมา ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่และมีพลังสูง การเกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และมีจุดศูนย์กลางตื้น ก็ย่อมส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมาถึงพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยได้ ดังเช่นกรณีล่าสุดที่กล่าวไป
ภาพประกอบแผนที่รอยเลื่อนมีพลัง

ภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง: บทเรียนจากบาหลี

นอกเหนือจากแผ่นดินไหวแล้ว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเผชิญกับภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางธรณีวิทยาอื่น ๆ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบน เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน อย่างรุนแรง

รายงานข่าวระบุว่า เกาะบาหลีประสบปัญหาน้ำท่วมอ่วมในหลายพื้นที่ บางแห่งระดับน้ำสูงเกิน 1.5 เมตร จนต้องเร่งอพยพทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านเทวีศรี เขตกูตา โรงแรมและที่พักหลายแห่งได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวต้องย้ายไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งสถานการณ์ฝนตกหนักเช่นนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำหลากฉับพลัน นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้เป็นแผ่นดินไหวโดยตรง แต่ภัยธรรมชาติอื่นๆ ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคการท่องเที่ยวได้ไม่แพ้กัน และตอกย้ำถึงความจำเป็นที่เราจะต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติทุกรูปแบบอย่างรอบด้าน

การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว: สิ่งที่คุณต้องรู้

การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการมีความรู้และแผนการรับมือที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ก่อนเกิดแผ่นดินไหว

  • ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร: หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารที่พักอาศัย หรือพิจารณาเสริมความแข็งแรงตามมาตรฐานการป้องกันแผ่นดินไหว
  • ยึดติดสิ่งของ: ตรึงตู้ ชั้นวางของ และเครื่องเรือนขนาดใหญ่เข้ากับผนัง เพื่อป้องกันการล้มทับ
  • จัดเก็บสิ่งของอันตราย: วางของหนักและของที่แตกหักง่ายไว้บนชั้นล่างสุด และเก็บสารเคมีไวไฟให้ปลอดภัย
  • เตรียมชุดยังชีพฉุกเฉิน: เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย วิทยุใส่ถ่าน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนกหวีด
  • วางแผนครอบครัว: กำหนดจุดนัดพบที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในครอบครัว หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องพลัดพรากกัน
  • ศึกษาเส้นทางหนีภัย: ทำความรู้จักทางออกฉุกเฉินและพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน ที่ทำงาน หรือโรงเรียน
  • เรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น: เพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้เมื่อเกิดเหตุ

ขณะเกิดแผ่นดินไหว

  • หมอบ กำบัง ยึดจับ (Drop, Cover, Hold On):
    • หมอบ (Drop): ลงไปหมอบกับพื้น
    • กำบัง (Cover): คลานเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะหรือโครงสร้างที่แข็งแรง และใช้แขนกำบังศีรษะและลำคอ
    • ยึดจับ (Hold On): จับยึดโต๊ะหรือโครงสร้างนั้นไว้ให้มั่นคง จนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุด
  • หากอยู่ในอาคาร: อยู่ห่างจากหน้าต่าง กระจก ประตูบานเลื่อน และสิ่งของที่อาจล้มทับ หากอยู่บนเตียง ให้อยู่บนเตียงและใช้หมอนกำบังศีรษะ
  • หากอยู่นอกอาคาร: เคลื่อนย้ายไปยังที่โล่งแจ้งให้เร็วที่สุด ห่างจากอาคาร ต้นไม้ สายไฟ เสาไฟฟ้า และป้ายโฆษณา
  • หากอยู่ในรถยนต์: จอดรถในที่โล่ง เปิดวิทยุฟังข่าวสาร และอยู่ในรถจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุด
  • ห้ามใช้ลิฟต์: เนื่องจากไฟฟ้าอาจดับและติดค้างในลิฟต์ได้

หลังเกิดแผ่นดินไหว

  • ตรวจสอบตัวเองและผู้อื่น: หากได้รับบาดเจ็บ ให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และขอความช่วยเหลือ
  • ระวังอาฟเตอร์ช็อก: แรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กที่อาจตามมาหลังแผ่นดินไหวใหญ่ ซึ่งอาจทำให้สิ่งของที่เสียหายอยู่แล้วล้มลงได้
  • ตรวจสอบความเสียหาย: ตรวจสอบอาคารบ้านเรือนอย่างรอบคอบ ระวังแก๊สรั่ว สายไฟขาด หรือโครงสร้างเสียหาย หากสงสัยว่าโครงสร้างไม่แข็งแรง ห้ามเข้าไปในอาคาร
  • สวมรองเท้า: ป้องกันเท้าจากการเหยียบเศษกระจกหรือวัตถุมีคม
  • ฟังข่าวสารจากทางการ: ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานราชการ หรือสถานีวิทยุท้องถิ่น เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง
  • ใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็น: เพื่อให้สายโทรศัพท์ว่างสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • ไม่ควรขับรถ: เว้นแต่เป็นเหตุฉุกเฉิน เพราะถนนอาจเสียหายและมีเศษซากขวางทาง

บทบาทของเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง

ปัจจุบัน เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวทั่วประเทศและในภูมิภาค เพื่อตรวจจับคลื่นไหวสะเทือนและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ระบบเหล่านี้ช่วยให้สามารถออกประกาศเตือนภัย ประเมินสถานการณ์ และแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ทันท่วงที การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารยังช่วยให้ข้อมูลข่าวสารไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน SMS หรือโซเชียลมีเดีย

สร้างความตระหนักและยืดหยุ่นในชุมชน

การรับมือกับแผ่นดินไหวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชุมชนและสังคม การสร้างความตระหนักรู้ การให้ความรู้ และการฝึกซ้อมรับมือแผ่นดินไหวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนทุกคน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อภัยธรรมชาติ

  • การฝึกซ้อม: เข้าร่วมการฝึกซ้อมอพยพและรับมือแผ่นดินไหวที่จัดขึ้นในโรงเรียน ที่ทำงาน หรือในชุมชน
  • การเผยแพร่ความรู้: แบ่งปันข้อมูลและวิธีการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวให้กับคนรอบข้าง
  • การสนับสนุนนโยบาย: สนับสนุนนโยบายและมาตรการของภาครัฐในการเสริมสร้างความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและระบบเตือนภัย

สรุป

แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ เตรียมพร้อม และลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมันได้ การตระหนักรู้ถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวตื้นขนาด 5.5 แมกนิจูดที่ส่งสัญญาณเตือนถึงภาคเหนือของไทย รวมถึงบทเรียนจากภัยธรรมชาติอื่นๆ เช่น น้ำท่วมในบาหลี ล้วนเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เราไม่ประมาท การมีความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว การเตรียมพร้อมชุดยังชีพ การฝึกซ้อม และการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเราและคนที่เรารักให้ปลอดภัยจากภัยเงียบที่มาพร้อมกับการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน ขอให้ทุกคนตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

Read more

Tesla Model Y L Premium: มิติใหม่ของรถ EV 6 ที่นั่งสำหรับครอบครัว เปิดตัวครั้งแรกในไทย!

Tesla Model Y L Premium: มิติใหม่ของรถ EV 6 ที่นั่งสำหรับครอบครัว เปิดตัวครั้งแรกในไทย!

ค้นพบ Tesla Model Y L Premium รถ EV 6 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดในไทย เปิดตัวที่ Motor Show 2026 ราคา 1.999 ล้านบาท พร้อมฟีเจอร์สำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ

By ทีมงาน devdog
ผลหวยลาววันนี้ 25 มีนาคม 2569: ตรวจหวยลาวพัฒนาล่าสุด พร้อมวิธีรับชมและเงินรางวัล

ผลหวยลาววันนี้ 25 มีนาคม 2569: ตรวจหวยลาวพัฒนาล่าสุด พร้อมวิธีรับชมและเงินรางวัล

เช็คผลหวยลาววันนี้ 25 มีนาคม 2569 ล่าสุดทุกรางวัล! พร้อมวิธีตรวจ, ตารางออกรางวัล และอัตราเงินรางวัลหวยลาวพัฒนาครบถ้วน

By ทีมงาน devdog
ช่องวัน31 กับปรากฏการณ์ "หงสาวดี" ซีรีส์ประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ที่กวาดใจคนดู

ช่องวัน31 กับปรากฏการณ์ "หงสาวดี" ซีรีส์ประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ที่กวาดใจคนดู

เจาะลึกความสำเร็จของช่องวัน31 กับซีรีส์ประวัติศาสตร์ "หงสาวดี" ที่กวาดเรตติ้งนิวไฮ พร้อมเผยเบื้องลึกตัวละครและโปรดักชันอลังการ.

By ทีมงาน devdog
ช่องวัน31: อัปเดตละครฟอร์มยักษ์ "กลิ่นมาลี" และ "หงสาวดี" ที่คุณต้องไม่พลาด!

ช่องวัน31: อัปเดตละครฟอร์มยักษ์ "กลิ่นมาลี" และ "หงสาวดี" ที่คุณต้องไม่พลาด!

ค้นพบละครฟอร์มยักษ์จากช่องวัน31! ทั้งเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกใน 'กลิ่นมาลี' และมหาศึกแห่งศักดิ์ศรีใน 'หงสาวดี'. ดูย้อนหลังได้ที่ oneD!

By ทีมงาน devdog