แผ่นดินไหว: ทำความเข้าใจภัยเงียบใกล้ตัวและเตรียมพร้อมรับมือ

สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวเมียนมาล่าสุด ทำความเข้าใจสาเหตุ ผลกระทบจากความลึก พร้อมแนวทางเตรียมตัวและรับมือแผ่นดินไหวเพื่อความปลอดภัย

แผ่นดินไหว: ทำความเข้าใจภัยเงียบใกล้ตัวและเตรียมพร้อมรับมือ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ มนุษย์เราได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวและเข้าใจถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของโลกที่เราอาศัยอยู่ หนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตัวและส่งผลกระทบอย่างมหาศาลคือ "แผ่นดินไหว" ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสามารถก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ในพริบตา ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ต่างจับตาสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้เราทุกคนไม่ประมาทและหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติชนิดนี้อย่างจริงจัง

สถานการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดในเมียนมา: สัญญาณเตือนใกล้ไทย

จากรายงานของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย ได้มีการตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาถึงสองครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งมีลักษณะและผลกระทบที่แตกต่างกันไป:

แผ่นดินไหวขนาด 4.8: ลึกแต่ยังไม่กระทบ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.51 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.8 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ณ พิกัด 22.88°N, 94.58°E โดยมีความลึกถึง 165 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 532 กิโลเมตร แม้จะเป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่เนื่องจากความลึกของจุดศูนย์กลางที่มาก ทำให้พลังงานที่ส่งมาถึงพื้นผิวโลกในระยะไกลถูกลดทอนลง ส่งผลให้ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ภาพประกอบแผ่นดินไหวเมียนมา

แผ่นดินไหวขนาด 5.5: ตื้นและน่ากังวล

ในวันเดียวกัน คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 แต่เป็นช่วงเวลา 10.15 น. (ก่อนหน้าเหตุการณ์ 4.8 แมกนิจูด) ได้เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งในเมียนมา ด้วยขนาดที่รุนแรงกว่าที่ 5.5 แมกนิจูด ณ พิกัด 24.369°N, 97.633°E จุดศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 494 กิโลเมตร สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้คือ ความลึกของจุดศูนย์กลางที่เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งจัดเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นมาก การที่จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้พื้นผิวโลกทำให้พลังงานที่ปลดปล่อยออกมามีโอกาสส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างบนพื้นผิวได้มากกว่าแผ่นดินไหวระดับลึกที่มีขนาดเท่ากัน กรมอุตุนิยมวิทยาจัดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ในเกณฑ์ "รุนแรง" และเตือนให้เฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือน (Aftershock) ที่อาจตามมา ซึ่งหากเกิดในพื้นที่ชุมชน อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารที่ไม่แข็งแรงได้ทันที ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บในประเทศไทย แต่การเฝ้าระวังยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำความเข้าใจ "แผ่นดินไหว" คืออะไร?

แผ่นดินไหว (Earthquake) คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นผิวโลก อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ในเปลือกโลกอย่างฉับพลัน พลังงานเหล่านี้ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Waves) ซึ่งเดินทางผ่านพื้นโลกและทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่เราสัมผัสได้

สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหว

สาเหตุหลักของแผ่นดินไหวคือการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plates) โลกของเราประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่หลายแผ่นที่ลอยอยู่บนชั้นหินหนืดที่ร้อนและเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา เมื่อแผ่นเปลือกโลกเหล่านี้เคลื่อนที่เสียดสีกัน ชนกัน มุดซ้อนกัน หรือแยกออกจากกัน จะเกิดแรงเค้น (Stress) สะสมขึ้นตามแนวรอยเลื่อน (Fault Line) เมื่อแรงเค้นสะสมถึงจุดหนึ่งที่รอยเลื่อนไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ก็จะเกิดการแตกหักและปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น

  • การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก: เป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหวส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกบรรจบกัน
  • การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลัง: รอยเลื่อนคือรอยแตกในชั้นหินที่เคยมีการเคลื่อนที่มาก่อน การเคลื่อนที่ซ้ำของรอยเลื่อนเหล่านี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหว
  • กิจกรรมของภูเขาไฟ: การปะทุของภูเขาไฟสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักมีขนาดไม่ใหญ่และเกิดในพื้นที่จำกัด
  • การกระทำของมนุษย์: เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่กดทับเปลือกโลก หรือการอัดของเหลวลงใต้ดิน ก็อาจกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวได้

ความแตกต่างระหว่างขนาด (Magnitude) และความรุนแรง (Intensity)

บ่อยครั้งที่เราได้ยินคำว่า "ขนาด" (Magnitude) และ "ความรุนแรง" (Intensity) ของแผ่นดินไหว ซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน

  • ขนาด (Magnitude): เป็นการวัดพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว มักใช้มาตราส่วนริกเตอร์ (Richter Scale) หรือมาตราส่วนโมเมนต์แมกนิจูด (Moment Magnitude Scale) ซึ่งวัดจากคลื่นไหวสะเทือนที่บันทึกได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว (Seismograph) ค่าขนาดของแผ่นดินไหวจะเป็นตัวเลขเดียวที่บ่งบอกถึงพลังงานรวมที่ปลดปล่อยออกมา ไม่ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นที่ไหนหรือลึกเท่าใด
  • ความรุนแรง (Intensity): เป็นการวัดผลกระทบที่แผ่นดินไหวมีต่อคน อาคาร และสิ่งแวดล้อม ณ ตำแหน่งที่เกิดการสั่นสะเทือน มักใช้มาตราส่วนเมอร์คัลลี (Modified Mercalli Intensity Scale) ซึ่งมีหลายระดับ โดยระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากจุดศูนย์กลาง ความลึกของแผ่นดินไหว ลักษณะธรณีวิทยาของพื้นที่ และประเภทของโครงสร้างอาคารนั่นเอง นี่คือสาเหตุที่แผ่นดินไหวขนาดเดียวกันอาจสร้างความเสียหายต่างกันในแต่ละพื้นที่

ทำไม "ความลึก" ของจุดศูนย์กลางจึงสำคัญ?

จากกรณีแผ่นดินไหวในเมียนมา เราเห็นว่าความลึกของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดระดับผลกระทบ

  • แผ่นดินไหวตื้น (Shallow-focus earthquakes): คือแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกไม่เกิน 70 กิโลเมตร เช่นกรณีแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ที่เมียนมาซึ่งลึกเพียง 1 กิโลเมตร การเกิดแผ่นดินไหวในระดับตื้นทำให้พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเดินทางมาถึงพื้นผิวโลกโดยมีการลดทอนน้อย ทำให้แรงสั่นสะเทือนบนพื้นผิวรุนแรง และมีโอกาสสร้างความเสียหายต่ออาคารและสิ่งก่อสร้างได้มากกว่า
  • แผ่นดินไหวลึก (Deep-focus earthquakes): คือแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกมากกว่า 70 กิโลเมตรขึ้นไป เช่นกรณีแผ่นดินไหวขนาด 4.8 ที่เมียนมาซึ่งลึกถึง 165 กิโลเมตร แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากคลื่นไหวสะเทือนต้องเดินทางผ่านชั้นหินเป็นระยะทางไกล ทำให้พลังงานถูกดูดซับและลดทอนไปมากก่อนจะมาถึงพื้นผิวโลก แรงสั่นสะเทือนบนพื้นผิวจึงมักจะเบากว่าและสร้างความเสียหายน้อยกว่า

ประเทศไทยกับความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว

ประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียและแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลีย แม้จะไม่ได้อยู่บนแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบจากรอยเลื่อนมีพลังที่พาดผ่านประเทศและบริเวณใกล้เคียง

  • รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย: ในประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลังหลายแนว เช่น รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ และรอยเลื่อนระนอง เป็นต้น รอยเลื่อนเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางถึงรุนแรงได้
  • ผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน: ประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในเมียนมา สปป.ลาว และอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ในเขตที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะแกง (Sagaing Fault) ในเมียนมา ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่และมีพลังสูง การเกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และมีจุดศูนย์กลางตื้น ก็ย่อมส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมาถึงพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยได้ ดังเช่นกรณีล่าสุดที่กล่าวไป
ภาพประกอบแผนที่รอยเลื่อนมีพลัง

ภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง: บทเรียนจากบาหลี

นอกเหนือจากแผ่นดินไหวแล้ว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเผชิญกับภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางธรณีวิทยาอื่น ๆ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบน เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน อย่างรุนแรง

รายงานข่าวระบุว่า เกาะบาหลีประสบปัญหาน้ำท่วมอ่วมในหลายพื้นที่ บางแห่งระดับน้ำสูงเกิน 1.5 เมตร จนต้องเร่งอพยพทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านเทวีศรี เขตกูตา โรงแรมและที่พักหลายแห่งได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวต้องย้ายไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งสถานการณ์ฝนตกหนักเช่นนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำหลากฉับพลัน นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้เป็นแผ่นดินไหวโดยตรง แต่ภัยธรรมชาติอื่นๆ ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคการท่องเที่ยวได้ไม่แพ้กัน และตอกย้ำถึงความจำเป็นที่เราจะต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติทุกรูปแบบอย่างรอบด้าน

การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว: สิ่งที่คุณต้องรู้

การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการมีความรู้และแผนการรับมือที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ก่อนเกิดแผ่นดินไหว

  • ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร: หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารที่พักอาศัย หรือพิจารณาเสริมความแข็งแรงตามมาตรฐานการป้องกันแผ่นดินไหว
  • ยึดติดสิ่งของ: ตรึงตู้ ชั้นวางของ และเครื่องเรือนขนาดใหญ่เข้ากับผนัง เพื่อป้องกันการล้มทับ
  • จัดเก็บสิ่งของอันตราย: วางของหนักและของที่แตกหักง่ายไว้บนชั้นล่างสุด และเก็บสารเคมีไวไฟให้ปลอดภัย
  • เตรียมชุดยังชีพฉุกเฉิน: เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย วิทยุใส่ถ่าน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนกหวีด
  • วางแผนครอบครัว: กำหนดจุดนัดพบที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในครอบครัว หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องพลัดพรากกัน
  • ศึกษาเส้นทางหนีภัย: ทำความรู้จักทางออกฉุกเฉินและพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน ที่ทำงาน หรือโรงเรียน
  • เรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น: เพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้เมื่อเกิดเหตุ

ขณะเกิดแผ่นดินไหว

  • หมอบ กำบัง ยึดจับ (Drop, Cover, Hold On):
    • หมอบ (Drop): ลงไปหมอบกับพื้น
    • กำบัง (Cover): คลานเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะหรือโครงสร้างที่แข็งแรง และใช้แขนกำบังศีรษะและลำคอ
    • ยึดจับ (Hold On): จับยึดโต๊ะหรือโครงสร้างนั้นไว้ให้มั่นคง จนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุด
  • หากอยู่ในอาคาร: อยู่ห่างจากหน้าต่าง กระจก ประตูบานเลื่อน และสิ่งของที่อาจล้มทับ หากอยู่บนเตียง ให้อยู่บนเตียงและใช้หมอนกำบังศีรษะ
  • หากอยู่นอกอาคาร: เคลื่อนย้ายไปยังที่โล่งแจ้งให้เร็วที่สุด ห่างจากอาคาร ต้นไม้ สายไฟ เสาไฟฟ้า และป้ายโฆษณา
  • หากอยู่ในรถยนต์: จอดรถในที่โล่ง เปิดวิทยุฟังข่าวสาร และอยู่ในรถจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุด
  • ห้ามใช้ลิฟต์: เนื่องจากไฟฟ้าอาจดับและติดค้างในลิฟต์ได้

หลังเกิดแผ่นดินไหว

  • ตรวจสอบตัวเองและผู้อื่น: หากได้รับบาดเจ็บ ให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และขอความช่วยเหลือ
  • ระวังอาฟเตอร์ช็อก: แรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กที่อาจตามมาหลังแผ่นดินไหวใหญ่ ซึ่งอาจทำให้สิ่งของที่เสียหายอยู่แล้วล้มลงได้
  • ตรวจสอบความเสียหาย: ตรวจสอบอาคารบ้านเรือนอย่างรอบคอบ ระวังแก๊สรั่ว สายไฟขาด หรือโครงสร้างเสียหาย หากสงสัยว่าโครงสร้างไม่แข็งแรง ห้ามเข้าไปในอาคาร
  • สวมรองเท้า: ป้องกันเท้าจากการเหยียบเศษกระจกหรือวัตถุมีคม
  • ฟังข่าวสารจากทางการ: ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานราชการ หรือสถานีวิทยุท้องถิ่น เพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง
  • ใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็น: เพื่อให้สายโทรศัพท์ว่างสำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • ไม่ควรขับรถ: เว้นแต่เป็นเหตุฉุกเฉิน เพราะถนนอาจเสียหายและมีเศษซากขวางทาง

บทบาทของเทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง

ปัจจุบัน เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวทั่วประเทศและในภูมิภาค เพื่อตรวจจับคลื่นไหวสะเทือนและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ระบบเหล่านี้ช่วยให้สามารถออกประกาศเตือนภัย ประเมินสถานการณ์ และแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ทันท่วงที การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารยังช่วยให้ข้อมูลข่าวสารไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน SMS หรือโซเชียลมีเดีย

สร้างความตระหนักและยืดหยุ่นในชุมชน

การรับมือกับแผ่นดินไหวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชุมชนและสังคม การสร้างความตระหนักรู้ การให้ความรู้ และการฝึกซ้อมรับมือแผ่นดินไหวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนทุกคน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อภัยธรรมชาติ

  • การฝึกซ้อม: เข้าร่วมการฝึกซ้อมอพยพและรับมือแผ่นดินไหวที่จัดขึ้นในโรงเรียน ที่ทำงาน หรือในชุมชน
  • การเผยแพร่ความรู้: แบ่งปันข้อมูลและวิธีการเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหวให้กับคนรอบข้าง
  • การสนับสนุนนโยบาย: สนับสนุนนโยบายและมาตรการของภาครัฐในการเสริมสร้างความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและระบบเตือนภัย

สรุป

แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ เตรียมพร้อม และลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมันได้ การตระหนักรู้ถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวตื้นขนาด 5.5 แมกนิจูดที่ส่งสัญญาณเตือนถึงภาคเหนือของไทย รวมถึงบทเรียนจากภัยธรรมชาติอื่นๆ เช่น น้ำท่วมในบาหลี ล้วนเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เราไม่ประมาท การมีความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว การเตรียมพร้อมชุดยังชีพ การฝึกซ้อม และการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของเราและคนที่เรารักให้ปลอดภัยจากภัยเงียบที่มาพร้อมกับการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน ขอให้ทุกคนตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

Read more

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ประกาศปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 เป็น 3 บาท กระตุ้นใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมรณรงค์คนไทยประหยัดพลังงาน สร้างความมั่นคงพลังงานของชาติ

By ทีมงาน devdog
DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

สำรวจสองความหมายสำคัญของ DMC! จาก Run-DMC ผู้บุกเบิกการร่วมงานฮิปฮอป-ร็อกที่พลิกโฉมวงการ สู่ dmc.tv ช่องธรรมะนำทางจิตใจเพื่อสันติสุขภายใน.

By ทีมงาน devdog
PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

อัปเดตสถานการณ์ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ประจำวันที่ 10 มี.ค. 2569 พร้อมเปิด 12 เขตค่าฝุ่นสูงสุด และคำแนะนำป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

By ทีมงาน devdog
One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ซีซัน 2 "มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์" เตรียมลงจอ 10 มี.ค. 2569 พร้อมกิจกรรม "GRAND LINE IN THAILAND" ที่สวนลุมพินี ห้ามพลาด!

By ทีมงาน devdog