รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ
รมว.พลังงาน ประกาศปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 เป็น 3 บาท กระตุ้นใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมรณรงค์คนไทยประหยัดพลังงาน สร้างความมั่นคงพลังงานของชาติ
ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่ทั่วโลกยังคงเผชิญความผันผวน รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพลังงานได้เร่งออกมาตรการหลากหลายเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ล่าสุด รมว.พลังงาน ได้ประกาศปรับแผนส่วนต่างราคาน้ำมัน E20 ให้ห่างจากโซฮอล์ 95 มากขึ้นเป็นลิตรละ 3 บาท เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้ E20 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ผลิตในประเทศมากขึ้น พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง
ส่วนต่าง E20 กับโซฮอล์ 95 ห่างกัน 3 บาท: กลยุทธ์กระตุ้นการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยถึงการปรับนโยบายสำคัญด้านราคาน้ำมัน โดยเน้นย้ำว่า มาตรการของรัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ 15 วัน ผ่านการสนับสนุนจากกองทุนน้ำมัน ในส่วนของน้ำมันเบนซินนั้น กองทุนน้ำมันได้เข้าไปช่วยเหลือสร้างความแตกต่างระหว่างน้ำมันแต่ละชนิด
จากเดิมที่กองทุนน้ำมันช่วยเหลือ E20 มากกว่า E10 อยู่ 1 บาท ปัจจุบันได้มีการปรับเพิ่มการช่วยเหลือ E20 ให้มากกว่า E10 เป็น 2 บาท โดยการปรับกลไกนี้ทำให้ราคาขายปลีกของแก๊สโซฮอล์ 95 ปรับขึ้น 50 สตางค์ และ E20 ปรับลดลง 50 สตางค์ ส่งผลให้ส่วนต่างราคาขายปลีกของน้ำมัน E20 กับโซฮอล์ 95 ซึ่งเดิมต่างกัน 2 บาท ตอนนี้ได้ขยับเป็น 3 บาท

เป้าหมายของการปรับส่วนต่างราคาครั้งนี้คือ การจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 ให้มากขึ้น เนื่องจากรถยนต์จำนวนมากในปัจจุบันสามารถรองรับ E20 ได้ การเพิ่มสัดส่วนการใช้ E20 จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันเบนซินพื้นฐานที่มาจากน้ำมันดิบ และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้เองภายในประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่ยังสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงานของไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการปรับสเปกน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มในประเทศเช่นกัน
เชื้อเพลิงไม่ขาดแคลน แต่ต้องร่วมมือป้องกันการกักตุน
แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ อาทิ รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่ที่พบปั๊มน้ำมันบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากน้ำมันหมดจากการแห่เติมและกักตุนของประชาชน แต่ รมว.พลังงาน ได้ยืนยันว่าสถานการณ์ในตอนนี้เชื้อเพลิงน้ำมันของไทยยังไม่ขาดแคลน เพียงแต่ปัญหาอยู่ที่การขนส่งและการกระจายน้ำมันที่ไม่ทันต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นผิดปกติจากการตื่นตระหนกและกักตุนเชื้อเพลิง จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนเชื้อเพลิงเกินความจำเป็น เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบการจัดส่งน้ำมันโดยรวมด้วย
ขอคนไทยช่วยประหยัดไฟ: มาตรการประหยัดพลังงานเพื่อชาติ
นอกจากการบริหารจัดการราคาน้ำมัน รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นลำดับขั้น โดยเริ่มจากการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนี้
- ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ: เพิ่มขึ้นเป็น 26 - 27 องศาเซลเซียส
- ลดการสวมสูท/ผูกไทด์: หากไม่จำเป็น ยกเว้นการรับแขกสำคัญ
- ประหยัดการใช้แสงสว่าง: ปิดไฟในช่วงพักเที่ยง หรือเมื่อไม่ใช้งาน
- ส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (WFH): และการประชุมออนไลน์ให้มากขึ้น
- ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์: เพื่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง โดยภาครัฐได้ขอความร่วมมือผู้ค้าจัดโปรแกรมตรวจสอบสภาพรถยนต์บางรายการฟรี

นายอรรถพลเน้นย้ำว่า มาตรการเหล่านี้เป็นการขอความร่วมมือในเบื้องต้น แต่หากสถานการณ์ยังคงวิกฤต อาจมีการพิจารณาใช้มาตรการบังคับในอนาคต ดังนั้น การร่วมมือกันประหยัดพลังงานในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
บทสรุป
การปรับส่วนต่างราคาน้ำมัน E20 ให้จูงใจยิ่งขึ้น และการรณรงค์ให้คนไทยประหยัดพลังงาน เป็นสองมาตรการสำคัญที่กระทรวงพลังงานกำลังผลักดันเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานในปัจจุบัน การสนับสนุนการใช้ E20 ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการสนับสนุนพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ในประเทศ ในขณะที่การร่วมกันประหยัดไฟและพลังงานในชีวิตประจำวัน จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางพลังงานให้กับประเทศไทยในระยะยาว ขอคนไทยทุกคนร่วมมือกันเพื่ออนาคตพลังงานที่ยั่งยืน