Samsung Galaxy Z TriFold: ปิดฉากสมาร์ตโฟนจอพับสองทบ หลังเปิดตัวเพียง 3 เดือน – สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?
Samsung Galaxy Z TriFold สมาร์ตโฟนจอพับสองทบสุดล้ำ ปิดฉากลงอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวเพียง 3 เดือน! เจาะลึกเบื้องหลังการตัดสินใจจากซัมซุง
วงการเทคโนโลยีต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อมีรายงานยืนยันว่า Samsung Galaxy Z TriFold สมาร์ตโฟนจอพับสองทบสุดล้ำ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมกราคม กำลังจะยุติการจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมนี้ นับเป็นการปิดฉากที่รวดเร็วเกินคาด หลังวางขายได้เพียงประมาณ 3 เดือนเท่านั้น เหตุการณ์นี้สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก Galaxy Z TriFold มักจะขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็วทุกครั้งที่เปิดจอง

ความสำเร็จที่สวนทางกับอายุผลิตภัณฑ์: ขายดี แต่จำนวนน้อยนิด
แม้ว่าข่าวการยุติการจำหน่ายจะสร้างความฉงนใจ แต่เบื้องหลังกลับไม่ใช่เรื่องของยอดขายที่ย่ำแย่ ตรงกันข้าม Galaxy Z TriFold กลับขายหมดสต็อกภายใน 2-5 นาทีหลังจากการเปิดขายแต่ละครั้งบนเว็บไซต์ทางการของ Samsung อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้สินค้าหมดอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มาจากความต้องการที่สูงลิบลิ่วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ Samsung ผลิตสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ออกมาในจำนวนที่ น้อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ (Incredibly small quantities) โดยมีรายงานคาดการณ์ว่าจำนวนเครื่องที่ขายได้ทั้งหมดมีเพียงประมาณ 3,000 เครื่องเท่านั้น
ความต้องการที่มีมากกว่าจำนวนเครื่องที่ผลิต ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในตลาดมือสอง โดยมีการซื้อขาย Galaxy Z TriFold ในราคาสูงถึง 10 ล้านวอน (ประมาณ 6,700 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเกือบสามเท่าของราคาขายปลีกอย่างเป็นทางการที่ 3.59 ล้านวอน (ประมาณ 2,415 ดอลลาร์สหรัฐ) เลยทีเดียว
ต้นทุนการผลิตมหาศาล คือชนวนสำคัญ
เหตุผลหลักที่ทำให้ Samsung ต้องตัดสินใจยุติการจำหน่าย Galaxy Z TriFold อย่างรวดเร็วคือ ต้นทุนการผลิตที่สูงลิบลิ่วและอัตรากำไรที่ต่ำจนแทบไม่คุ้มค่า รายงานระบุว่าราคาของส่วนประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND flash ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยบางรายงานชี้ว่าเพิ่มขึ้นถึง 20-25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รวมถึงชิปประมวลผลก็เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนเช่นเดียวกัน
ลิม ซอง-แท็ก รองประธานบริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ประจำตลาดเกาหลีใต้ ได้กล่าวว่าราคา 3.59 ล้านวอนนั้น "เป็นตัวเลขที่เราได้มาจากการพิจารณามาตรการลดต้นทุนหลายอย่าง" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทในการควบคุมต้นทุนที่ไม่สามารถทำได้ง่ายนัก แหล่งข่าวในวงการยังเปิดเผยว่า Samsung แทบจะไม่มีกำไรเลยจากการขาย Galaxy Z TriFold แต่ละเครื่อง โดยมีรายงานบางฉบับระบุว่าบริษัทได้ปรับลดอัตรากำไรลงเหลือเพียง 100 วอนต่อเครื่องเท่านั้น

โครงสร้างที่ซับซ้อนและเทคโนโลยีขั้นสูง
ปัจจัยด้านโครงสร้างของ Galaxy Z TriFold ก็มีส่วนทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สมาร์ตโฟนรุ่นนี้จำเป็นต้องใช้บานพับถึงสองอัน แผงหน้าจอ OLED คุณภาพสูงหลายแผง และมาตรฐานการประกอบที่แน่นหนาเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความทนทาน Samsung ถึงกับใช้เทคโนโลยีการสแกน CT ความเร็วสูงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละส่วนประกอบ เพราะแม้แต่ความผิดพลาดเล็กน้อยก็อาจทำให้ชิ้นส่วนทั้งหมดใช้งานไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มต้นทุนการผลิตอย่างมหาศาล
มากกว่าผลิตภัณฑ์ แต่คือการแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยี
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหลายคนมองว่า Galaxy Z TriFold อาจถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น "ผลิตภัณฑ์เชิงสัญลักษณ์" ที่มุ่งเน้นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ Samsung มากกว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่สร้างรายได้หรือทำตลาดในวงกว้างอย่างแท้จริง วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ที่สั้นผิดปกติและการผลิตในสเกลที่เล็กมาก ยิ่งตอกย้ำแนวคิดที่ว่านี่อาจเป็นเพียง "เครื่องต้นแบบ (Prototype)" ที่นำมาทดลองวางจำหน่ายในจำนวนจำกัดเท่านั้น
อนาคตของสมาร์ตโฟนจอพับ Samsung ยังคงสดใส
การตัดสินใจยุติการผลิต Galaxy Z TriFold ไม่ได้หมายความว่า Samsung จะละทิ้งตลาดโทรศัพท์จอพับ ตรงกันข้าม IDC คาดการณ์ว่าตลาดโทรศัพท์พับได้ทั่วโลกจะเติบโตเกือบ 30% ในปี 2026 โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากผู้เล่นรายใหม่อย่าง Apple ที่อาจเข้ามาในตลาดสมาร์ตโฟนพับได้ที่มีราคาสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แฟนๆ ของ Samsung ยังคงมีความหวังว่าการยุติการจำหน่ายในครั้งนี้ จะเป็นการปูทางไปสู่การพัฒนา Galaxy Z TriFold 2 ที่มีความสมบูรณ์แบบและมีความเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ (Proper Product) มากกว่ารุ่นแรก นอกจากนี้ Samsung ยังคาดว่าจะเปิดตัว Galaxy Z Fold8 และ Z Flip8 ในช่วงฤดูร้อนนี้ พร้อมกับสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่อื่นๆ อีกด้วย แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมจอพับของ Samsung ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง