เยอรมนี: อัปเดตนโยบายความมั่นคงและเศรษฐกิจล่าสุดที่ต้องจับตา
เจาะลึกกฎหมายเกณฑ์ทหารใหม่ในเยอรมนีที่เน้นความมั่นคง และข้อเสนอเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากบริษัทพลังงาน เพื่อรับมือวิกฤตราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
เยอรมนี หนึ่งในประเทศผู้ทรงอิทธิพลและเป็นเสาหลักของสหภาพยุโรป กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งในมิติของความมั่นคงระดับภูมิภาค และการบริหารจัดการเศรษฐกิจภายในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเยอรมนีได้ออกมาตรการและข้อเสนอใหม่ๆ เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป บทความนี้จะเจาะลึกถึงประเด็นสำคัญเหล่านี้
การเสริมสร้างความมั่นคง: กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่
เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย หลังจากการรุกรานยูเครน วารสารการเงินธนาคาร รายงานว่า เยอรมนีได้ประกาศใช้กฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับราชการทหารแบบสมัครใจ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา
- ข้อกำหนดใหม่สำหรับชายชาวเยอรมัน: ชายอายุระหว่าง 17-45 ปี อาจต้องขออนุญาตจากทางการ หากต้องการพำนักในต่างประเทศเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน ซึ่งโฆษกกระทรวงกลาโหมยืนยันว่ากฎนี้มีเป้าหมายเพื่อ "สร้างระบบทะเบียนทหารที่เชื่อถือได้" และสามารถติดตามผู้ที่พำนักในต่างประเทศระยะยาวได้ในกรณีฉุกเฉิน มาตรการนี้อ้างอิงจากกฎหมายเกณฑ์ทหารปี 1956 ที่มีการแก้ไขล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม
- การเสริมกำลังพล: กฎหมายนี้ยังมุ่งเพิ่มกำลังพลประจำการจากประมาณ 180,000 นาย เป็น 260,000 นายภายในปี 2035 โดยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เยาวชนอายุ 18 ปีจะได้รับแบบสอบถามเพื่อแสดงความสนใจเข้าร่วมกองทัพ และตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2027 จะต้องเข้ารับการประเมินสมรรถภาพร่างกายเพื่อพิจารณาความพร้อมหากเกิดสงคราม
- ภูมิหลังและเสียงวิพากษ์วิจารณ์: เยอรมนีเคยลดขนาดกองทัพลงอย่างมากหลังยุคสงครามเย็น และยุติการเกณฑ์ทหารภาคบังคับในปี 2011 แต่สถานการณ์ความมั่นคงที่เลวร้ายลง หรือหากมีผู้สมัครไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่การพิจารณากลับมาใช้ระบบเกณฑ์ทหารภาคบังคับอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มีคนหนุ่มสาวจำนวนมากออกมาประท้วง โดยแสดงความไม่ต้องการใช้เวลาหลายเดือนในการฝึกทหาร
มาตรการทางเศรษฐกิจ: ข้อเสนอเก็บ "ภาษีลาภลอย" จากบริษัทพลังงาน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความพยายามของเยอรมนีและอีก 4 ประเทศในสหภาพยุโรป (อิตาลี สเปน โปรตุเกส และออสเตรีย) ที่เรียกร้องให้มีการเก็บ "ภาษีพิเศษจากกำไรของบริษัทพลังงาน" ทั่วทั้งสหภาพยุโรป เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
ตามรายงานของ spacebar.th ข้อเสนอภาษีลาภลอยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:
- บรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค: ใช้เงินทุนที่ได้จากภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เผชิญกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งในภูมิภาค เช่น สงครามอิหร่าน
- ควบคุมอัตราเงินเฟ้อ: ช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับงบประมาณสาธารณะ
- ความชอบธรรม: ส่งข้อความที่ชัดเจนว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากผลกระทบของสงครามต้องมีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนทั่วไป
ข้อเสนอนี้คล้ายกับมาตรการฉุกเฉินที่สหภาพยุโรปเคยนำมาใช้ในปี 2022 เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานหลังรัสเซียรุกรานยูเครน แม้ว่าปัจจุบันประเทศในสหภาพยุโรปจะได้รับพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม สมาคมเชื้อเพลิงและพลังงานแห่งเยอรมนีได้ออกมาแย้งว่า การที่บริษัทพลังงานได้รับผลกำไรอย่างไม่เป็นธรรมนั้นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง และไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสียภาษีกำไรส่วนเกิน
บทสรุป
ความเคลื่อนไหวทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของเยอรมนีสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับตัวและรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่การปฏิรูปกองทัพเพื่อเสริมสร้างความพร้อม ไปจนถึงการหาทางออกทางเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน การตัดสินใจและผลลัพธ์ของนโยบายเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของเยอรมนีและสหภาพยุโรปในอนาคตอันใกล้