ตลาดทองปิดร่วงแรง! วิกฤตอิหร่าน-น้ำมันพุ่ง ฉุดทองดิ่งกว่า 1,100 บาทในวันเดียว
ราคาทองคำปิดร่วงแรงกว่า 1,100 บาทในวันเดียว! พบกับบทวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญจากสถานการณ์อิหร่าน น้ำมันพุ่ง ดอลลาร์แข็งค่า และผลกระทบต่อนักลงทุน
วันที่ 2 เมษายน 2569 นับเป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจดจำสำหรับตลาดทองคำไทยและทั่วโลก เมื่อราคาทองคำปิดตลาดในประเทศปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 1,100 บาท/บาททองคำ จากราคาเปิดตลาดเมื่อช่วงเช้า เพียงวันเดียวมีการปรับราคาถึง 64 ครั้ง! ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 72,500.00 บาท/บาททองคำ ขณะที่ราคาทองแท่งขายออกอยู่ที่ 71,700.00 บาท/บาททองคำ ส่วน Gold Spot ในตลาดโลกก็ดิ่งลงมากกว่า 4% สู่ระดับ 4,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์จาก 4,618 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อช่วงเช้า การดิ่งลงครั้งนี้สร้างความผันผวนและความสับสนให้กับนักลงทุนอย่างมาก

ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำให้ดิ่งลง
การร่วงลงของราคาทองคำครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุ แต่มีปัจจัยหลักหลายประการที่เข้ามากดดันพร้อมกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเนื่อง:
- ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณอย่างไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านอาจดำเนินต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ด้วยความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น และยังขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงจน "กลับไปสู่ยุคหิน" คำกล่าวนี้ดับความหวังของนักลงทุนที่คาดหวังการคลี่คลายสถานการณ์ ทำให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูง
- ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น: ท่าทีของทรัมป์หนุนให้เกิดแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เนื่องจากนักลงทุนแสวงหาที่พักพิงในภาวะไม่แน่นอน เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์จึงมีความน่าสนใจลดลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น
- ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น: ความกังวลเกี่ยวกับสงครามที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 11.41% ปิดที่ 111.54 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 7.78% ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์/บาร์เรล ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ
- ความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยสูง: เมื่อเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งหมายถึงการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ปัจจัยนี้เป็นลบต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน

ตลาดผันผวนหนักและสิ่งที่นักลงทุนควรจับตา
นอกจากทองคำแล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์เคยร่วงกว่า 600 จุดในช่วงวันก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดการเงินในภาวะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหลัก
แม้จะมีรายงานว่าอิหร่านกำลังหารือกับโอมานเพื่อบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และนานาชาติกว่า 40 ประเทศได้จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือ แต่ผลกระทบเหล่านี้ยังไม่สามารถบดบังปัจจัยมหภาคอย่างค่าเงินดอลลาร์และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยได้
ในระยะต่อไป นักลงทุนควรติดตามตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินและการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำ
สรุปและข้อควรพิจารณา
การที่ "ตลาดทองปิด" ด้วยการปรับลดลงอย่างรุนแรงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอนที่มีต่อราคาทองคำอย่างชัดเจน นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน พิจารณาปัจจัยทั้งมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์อย่างรอบด้าน และไม่ควรตื่นตระหนกไปกับการปรับราคาในระยะสั้น การทำความเข้าใจสาเหตุและผลกระทบจะช่วยให้สามารถวางแผนกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสมในภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้