ราคาทอง 26 มี.ค. 69: ปรับลดช่วงเช้าพร้อมจับตาปัจจัยผันผวนทั่วโลก
สรุปราคาทอง 26 มี.ค. 69 ลด 200 บาทช่วงเช้า พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์, เศรษฐกิจ, ดอกเบี้ยเฟด และแนวโน้มตลาดทองคำวันนี้
วันที่ 26 มีนาคม 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทยเปิดตลาดช่วงเช้าด้วยการปรับลดลง 200 บาท ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนอีกหลายครั้งตลอดทั้งวัน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ บทความนี้จะสรุปภาพรวมราคาทองคำวันนี้ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทอง
สรุปราคาทองประจำวันที่ 26 มีนาคม 2569
จากการประกาศของสมาคมค้าทองคำในเวลา 09:05 น. ราคาทองมีการปรับลด 200 บาท ส่งผลให้:
- ราคาทองคำแท่ง: รับซื้อบาทละ 70,100 บาท, ขายออกบาทละ 70,300 บาท
- ราคาทองรูปพรรณ: รับซื้อบาทละ 68,705.12 บาท, ขายออกบาทละ 71,100 บาท
อย่างไรก็ตาม ราคามีการปรับเปลี่ยนตลอดช่วงเช้า และในประกาศครั้งล่าสุดเวลา 10:28 น. ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 69,800 บาท ขายออกบาทละ 70,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 68,401.92 บาท ขายออกบาทละ 70,800 บาท ซึ่งราคาเหล่านี้ยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำในวันนี้
ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็มีแรงกดดันที่ทำให้เกิดความผันผวนในระยะสั้น:
1. สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
- ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน: ยังคงเป็นประเด็นหลักที่สร้างความกังวล โดยสหรัฐฯ ได้ร่างแผนสันติภาพ 15 ข้อ และมีปากีสถานเป็นคนกลาง ทว่าทรัมป์ยังคงย้ำชัดเจนถึงเงื่อนไขห้ามอิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่จีนและอินเดียกดดันให้มีการเจรจาและเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงเตรียมกำลังทหารพร้อมรับมือหากการเจรจาล้มเหลว
- ข่าวการตอบโต้: มีรายงานจากกองทัพอิหร่านอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งหากเป็นจริง อาจยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค
- บทบาทซาอุดีอาระเบีย: มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (MBS) แห่งซาอุฯ ได้ยุยงให้ทรัมป์เดินหน้าสงครามต่อ โดยมองว่าเป็นโอกาสจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจในตะวันออกกลางใหม่
2. ปัจจัยทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน
- ดัชนีเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์: ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 99.35 หน่วย ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวที่ 4.34%
- ความคาดหวังดอกเบี้ยเฟด: ตลาด CME FedWatch ได้ลดการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบถัดไป เหลือเพียง 5.2% จากเดิม 8.3% ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาทองลดลงในช่วงเช้า
- เงินเฟ้อและดอกเบี้ย: ดร.นูเรียล รูบินี หรือ "Dr. Doom" เตือนว่า หากอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจากภาวะสงครามอิหร่าน เฟดอาจถูกบังคับให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันทีเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ
- ธนาคารกลางยุโรป: เริ่มส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจำกัดการขึ้นของราคาทองคำในระยะถัดไป
- กองทุน SPDR: มีการขายทองคำออก 0.57 ตัน ส่งผลให้ยอดรวมสุทธิอยู่ที่ 1,052.42 ตัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันด้านอุปทาน

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนทองคำ
นักวิเคราะห์จากฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า ราคาทองโลกยังคงอยู่ในระยะฟื้นตัว โดยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,630 และ 4,700 ดอลลาร์ ในขณะที่ InterGold ชี้ว่า "ความกลัว" และ "การป้องกันความเสี่ยง" ยังคงมีอิทธิพลเหนือปัจจัยลบจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความสนใจ แม้จะมีแรงขายทำกำไรเข้ามาบ้าง
สำหรับนักลงทุนในประเทศ ราคาทองไทยมีการฟื้นตัวขึ้นตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแบบ Sideway จึงมีคำแนะนำดังนี้
กลยุทธ์ที่แนะนำ:
- แนวรับทองโลก: 4,470 และ 4,400 ดอลลาร์
- แนวต้านทองโลก: 4,630 และ 4,700 ดอลลาร์
- แนวรับทองคำแท่ง (ไทย): 69,300 และ 68,600 บาท
- แนวต้านทองคำแท่ง (ไทย): 71,600 และ 72,500 บาท
แนะนำให้ทยอยซื้อสะสมหากราคาทองปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับ และทยอยขายทำกำไรตามแนวต้านที่กำหนดไว้ หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,400 ดอลลาร์ หรือ 68,600 บาท ควรพิจารณาขายตัดขาดทุน
สรุปได้ว่า ราคาทองคำในวันนี้ยังคงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางนโยบายการเงินโลก แม้จะมีการปรับลดลงในช่วงเช้า แต่แนวโน้มระยะสั้นยังคงมีโอกาสฟื้นตัว นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้กลยุทธ์ที่ระมัดระวัง