ราคาทอง: ทิศทางล่าสุด ปัจจัยขับเคลื่อน และกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569

วิเคราะห์เจาะลึกราคาทองล่าสุด ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดโลก เงินเฟ้อ และบอนด์ยีลด์ร่วง พร้อมแนวโน้มและกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนทองคำ

ราคาทอง: ทิศทางล่าสุด ปัจจัยขับเคลื่อน และกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569

ในโลกของการลงทุนที่ผันผวน ทองคำ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติของการเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) และเครื่องมือในการ ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจหรือภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ราคาทองคำก็มักจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วและน่าจับตา บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุดในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ รวมถึงแนวโน้มและกลยุทธ์ที่นักลงทุนควรพิจารณา

ภาพรวมสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตลาดทองคำโลกได้แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยมีแนวโน้ม Sideway Up ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่มีทิศทางที่ชัดเจน

  • ราคาทอง Spot (ตลาดโลก): มีการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 5,199 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีจุดต่ำสุดที่ 5,166 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการพักตัวลงเล็กน้อย
  • ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5%: สอดคล้องกับตลาดโลก โดยมีราคาสูงสุดที่ 76,350 บาท และต่ำสุดที่ 76,100 บาท (อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จาก Hua Seng Heng)

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงหนุนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง

ภาพประกอบ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน และปิดบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยได้แรงหนุนสำคัญจากความวิตกกังวลในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 53.70 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 5,247.90 ดอลลาร์/ออนซ์ (อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จาก LINE TODAY)

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ

ราคาทองคำเป็นผลรวมของการตอบสนองต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ภูมิรัฐศาสตร์ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ได้แก่:

1. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Tensions)

ความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนมักจะหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเมื่อเผชิญกับความเสี่ยงเหล่านี้:

  • สถานการณ์สหรัฐฯ - อิหร่าน: การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อ แม้จะมีความคืบหน้าอยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนได้ ความตึงเครียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงดำรงอยู่ พร้อมกับการข่มขู่ตอบโต้กันไปมา และการเสริมกำลังทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งบ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่ยังคงคุกรุ่น การที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเยรูซาเลมอนุญาตให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวเดินทางออกจากอิสราเอล โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับตลาดว่าอาจจะเกิดปฏิบัติการทางทหารในช่วงสุดสัปดาห์ (อ้างอิงจาก LINE TODAY)
  • การเจรจาระหว่างยูเครนและสหรัฐฯ: แม้การเจรจาที่นครเจนีวาจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นทางเศรษฐกิจและการสนับสนุนระยะยาวเพื่อฟื้นฟูประเทศ ซึ่งสื่อถึงแนวโน้มความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng) แต่ความขัดแย้งในภูมิภาคก็ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนเข้าสู่ภาวะ หลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Aversion) และเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อเป็นหลักประกัน

2. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Bond Yields)

การปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอีกประเภทหนึ่งลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำก็จะลดลงตาม ทำให้ทองคำมีความน่าสนใจในสายตานักลงทุนมากขึ้น (อ้างอิงจาก LINE TODAY)

3. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar Index - DXY)

โดยทั่วไปแล้ว ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำมักจะมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น และในทางกลับกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 97.63 หน่วย (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng) ซึ่งการทรงตัวของดอลลาร์ในขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ หนุนราคาทอง ก็ส่งผลให้ทองคำสามารถฟื้นตัวขึ้นได้

4. ข้อมูลเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index - PPI): ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อ อาจเร่งตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า (อ้างอิงจาก LINE TODAY) หากเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็น ทองคำก็จะได้รับความสนใจในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ
  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ Fed: ตลาดประเมินความเป็นไปได้ประมาณ 42% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมิถุนายน (อ้างอิงจาก CME FedWatch) การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเป็นบวกต่อราคาทองคำ เนื่องจากจะลดต้นทุนการถือครองทองคำ และลดความน่าสนใจของพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย

5. อุปสงค์จากผู้บริโภครายใหญ่

ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนราคาทองคำ ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติฮ่องกงระบุว่า การนำเข้าทองคำสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 68.7% จากเดือนธันวาคม (อ้างอิงจาก LINE TODAY) ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและเป็นแรงหนุนให้กับราคาทองคำในตลาดโลก

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคและแนวโน้มราคาทองคำ

จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองคำโลกยังคงมีแนวโน้มที่น่าจับตา:

  • แนวต้าน (Resistance): ราคาทองโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแนวต้านถัดไปที่ 5,220 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเป้าหมายถัดไปของนักวิเคราะห์บางรายอยู่ที่ 5,450 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng และ LINE TODAY)
  • แนวรับ (Support): หลังจากที่ทองโลกมีการพักตัวลงเล็กน้อย มีการประเมินว่าทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 5,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ แนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ 5,130 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ 5,120 ดอลลาร์สหรัฐฯ (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng และ LINE TODAY)

หากราคาทองโลกยังคงอยู่ในระยะทยอยปรับตัวขึ้น และสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ ก็มีโอกาสที่จะทดสอบแนวต้านที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับที่ 5,130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจมีการปรับฐานลงอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุนสำหรับนักลงทุนทองคำ

จากสถานการณ์และแนวโน้มที่กล่าวมา นักลงทุนทองคำควรพิจารณากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้:

สำหรับนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพในการปรับตัวขึ้นของทองคำ และเชื่อมั่นในปัจจัยหนุนระยะยาว:

  • กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสม (Accumulate Buy): หากราคาทองคำมีการปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 5,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 5,120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อสะสม (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng)
  • กลยุทธ์ขายทำกำไรตามแนวต้าน: พิจารณาขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 5,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ, 5,220 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเป้าหมายถัดไปที่ 5,450 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (Risk Management): หากราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญที่ 5,130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงไป ควรพิจารณาขายตัดขาดทุน (Stop Loss) เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng)

สิ่งสำคัญคือ การติดตามข่าวสารและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ: คืนนี้ (ณ วันที่ 27 ก.พ. 2569) จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานและทั่วไปของสหรัฐฯ ประจำเดือนมกราคม ทั้งแบบเทียบรายเดือนและรายปี ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ถึงทิศทางเงินเฟ้อและอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ Fed ในอนาคต (อ้างอิงจาก Hua Seng Heng)
  • ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน: การเจรจาที่จะดำเนินต่อไปในสัปดาห์หน้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจลดหรือเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้
  • การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร: การเปลี่ยนแปลงของสองปัจจัยนี้จะยังคงส่งผลโดยตรงต่อความน่าสนใจของทองคำ

ทำไมทองคำจึงยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ?

นอกเหนือจากสถานการณ์เฉพาะหน้าแล้ว ทองคำยังคงเป็นส่วนสำคัญในพอร์ตการลงทุนของใครหลายคนด้วยเหตุผลพื้นฐานที่แข็งแกร่ง:

1. เป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge): เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น มูลค่าของเงินสกุลต่างๆ มีแนวโน้มลดลง แต่ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดและมีมูลค่าในตัวเอง มักจะรักษามูลค่าได้ดีกว่า ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีในการปกป้องอำนาจซื้อ

2. สินทรัพย์ปลอดภัยยามวิกฤต (Safe Haven Asset): ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นผันผวน เศรษฐกิจถดถอย หรือเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทองคำมักจะเป็นที่พึ่งของนักลงทุน เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและรักษามูลค่าได้ดีในภาวะที่ไม่แน่นอน

3. ลดความผันผวนของพอร์ต (Portfolio Diversification): การเพิ่มทองคำเข้าไปในพอร์ตการลงทุนสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ เนื่องจากทองคำมักจะมีการเคลื่อนไหวที่ไม่สัมพันธ์กันหรือสัมพันธ์กันน้อยกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ เช่น หุ้นและพันธบัตร

4. ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมและอัญมณี: นอกจากการลงทุนแล้ว ทองคำยังมีอุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ซึ่งเป็นอุปสงค์ที่รองรับราคาทองคำในระยะยาว

ข้อควรพิจารณาก่อนการลงทุนทองคำ

แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ แต่การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความเสี่ยง นักลงทุนควรพิจารณา:

  • ความผันผวนของราคา: แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาก็ยังคงมีความผันผวนในระยะสั้นจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนั้น การลงทุนทองคำจึงต้องอาศัยการวิเคราะห์และการตัดสินใจที่รอบคอบ
  • ต้นทุนการเก็บรักษา: การลงทุนในทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณอาจมีต้นทุนเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ค่ากำเหน็จ และค่าเก็บรักษาที่ปลอดภัย
  • การลงทุนทางเลือก: นอกจากทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณแล้ว นักลงทุนยังสามารถเลือกลงทุนในทองคำผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้ เช่น กองทุนรวมทองคำ (Gold Fund), สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures) หรือกองทุน ETF ทองคำ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
  • เป้าหมายการลงทุน: กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน เช่น ลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อปกป้องความมั่งคั่งระยะยาว หรือเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ต เพื่อให้สามารถเลือกกลยุทธ์และเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด

สรุป: การลงทุนทองคำในสถานการณ์ปัจจุบัน

ราคาทองคำในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่น การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสัญญาณเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้น รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากประเทศจีน ทำให้ทองคำยังคงมีแนวโน้ม Sideway Up และเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบ โดยพิจารณาเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ และทำกำไรตามแนวต้านที่สำคัญ พร้อมทั้งติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันท่วงที ท่ามกลางความไม่แน่นอน ทองคำยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการสร้างสมดุลและปกป้องพอร์ตการลงทุนของคุณ

Read more

บาห์เรน: สมรภูมิแห่งใหม่ในความขัดแย้งระดับภูมิภาค – ผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่านและเดิมพันแห่งสันติภาพ

บาห์เรน: สมรภูมิแห่งใหม่ในความขัดแย้งระดับภูมิภาค – ผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่านและเดิมพันแห่งสันติภาพ

เจาะลึกสถานการณ์บาห์เรนหลังถูกโจมตี amid สงครามอิสราเอล-อิหร่าน วิเคราะห์ความสำคัญทางยุทธศาสตร์และผลกระทบต่อภูมิภาค.

By ทีมงาน devdog
Abu Dhabi และน่านฟ้า UAE: เสาหลักแห่งความปลอดภัยท่ามกลางพลวัตภูมิภาค

Abu Dhabi และน่านฟ้า UAE: เสาหลักแห่งความปลอดภัยท่ามกลางพลวัตภูมิภาค

เจาะลึกมาตรการปิดน่านฟ้าชั่วคราวของ UAE เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเที่ยวบินและดินแดน รวมถึงผลกระทบต่อการเดินทางไปยัง Abu Dhabi และภูมิภาค ตระหนักถึงความมั่นคง

By ทีมงาน devdog
Rockstar Games กับปฏิบัติการลับสุดยอด: เปิดโปงกลยุทธ์ป้องกันข้อมูลหลุด GTA 6

Rockstar Games กับปฏิบัติการลับสุดยอด: เปิดโปงกลยุทธ์ป้องกันข้อมูลหลุด GTA 6

เจาะลึกกลยุทธ์ความปลอดภัยสุดเข้มข้นของ Rockstar Games เพื่อปกป้อง GTA 6 หลังเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ พร้อมเปิดเผยเทคนิค Canary Trap และข่าวลือปลอม

By ทีมงาน devdog
อาบูดาบี ท่ามกลางสมรภูมิระอุ: ความตึงเครียดในภูมิภาคกับผลกระทบที่ไม่คาดฝันต่อเมืองแห่งความมั่งคั่ง

อาบูดาบี ท่ามกลางสมรภูมิระอุ: ความตึงเครียดในภูมิภาคกับผลกระทบที่ไม่คาดฝันต่อเมืองแห่งความมั่งคั่ง

สำรวจผลกระทบจากการโจมตีในตะวันออกกลางต่ออาบูดาบี ทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์เมืองหลวงแห่ง UAE ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปะทุ

By ทีมงาน devdog