ราคาทองวันนี้ 1 มีนาคม 2569: ตลาดไทยนิ่งสวนทางราคาทองโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์!
อัปเดตราคาทองวันนี้ 1 มีนาคม 2569 ในไทยและวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำโลกพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางและแนวโน้มเศรษฐกิจ.
ราคาทองวันนี้ 1 มีนาคม 2569 แม้ตลาดทองคำในประเทศไทยจะยังคงนิ่ง ไม่มีการประกาศปรับเปลี่ยนราคาซื้อ-ขายในวันอาทิตย์นี้ แต่ภาพรวมของราคาทองคำทั่วโลกกลับร้อนแรงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกสถานการณ์ราคาทองคำทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนตลาดทองคำให้เข้าสู่ยุคที่น่าจับตาในต้นเดือนมีนาคม 2569
สถานการณ์ราคาทองคำในประเทศไทย ประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
สำหรับในประเทศไทย สมาคมค้าทองคำได้ประกาศราคาทองคำประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยปรากฏว่าราคาซื้อ-ขายยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวานนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ได้เคยให้ความเห็นถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะภายหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ว่าอาจมีการพิจารณาปรับขึ้นราคาซื้อ-ขายทองคำในประเทศในวันที่ 1 มีนาคมนี้ แม้ปกติแล้วตลาดจะปิดทำการในวันหยุดสุดสัปดาห์
แต่ถึงแม้จะมีการคาดการณ์ดังกล่าว ราคาทองคำในประเทศก็ยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ทองรูปพรรณ:
- ราคาขายออก: บาทละ 78,400 บาท
- ฐานภาษี: บาทละ 75,845.48 บาท
- ทองคำแท่ง:
- ราคาขายออก: บาทละ 77,600 บาท
- ราคารับซื้อ: บาทละ 77,400 บาท

การที่ราคาทองคำในประเทศไม่เปลี่ยนแปลงในวันอาทิตย์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบของสมาคมค้าทองคำ ซึ่งอาจรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนสูง และเตรียมพร้อมสำหรับการปรับราคาในวันทำการถัดไป หากแนวโน้มราคาทองคำโลกยังคงเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
เบื้องหลังการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของราคาทองคำในตลาดโลก (28 ก.พ. 2569)
ขณะที่ราคาทองคำในบ้านเรายังคงทรงตัว ราคาทองคำในตลาดโลกกลับปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรายงานว่าราคาทองคำได้พุ่งสูงขึ้นกว่า 100-114 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไปอยู่ที่ระดับประมาณ 5,278 - 5,280 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน การพุ่งขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ:
1. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
- สถานการณ์ความไม่มั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่อิสราเอลมีการโจมตีกรุงเตหะรานของอิหร่าน รวมถึงความคืบหน้าของการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ ได้ก่อให้เกิดความกังวลและผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) อย่างทองคำเพิ่มขึ้น
- ทองคำมักถูกมองว่าเป็นที่พึ่งที่มั่นคงในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์มีความไม่แน่นอน เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองและไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยตรง
2. แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายทางการเงิน
- ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง: เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ทำให้การถือครองสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่อย่างพันธบัตรมีความน่าสนใจน้อยลง นักลงทุนจึงย้ายเงินทุนไปยังทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน แต่มีโอกาสในการปรับขึ้นของราคา
- ความคาดหวังการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed: ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งตอกย้ำความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 การลดอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำลดลง ทำให้ทองคำน่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับนักลงทุน
3. ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก
- รายงานระบุว่าความต้องการทองคำสำรองจากธนาคารกลางหลักๆ ทั่วโลกยังคงไม่มีทีท่าว่าจะลดลง สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของธนาคารกลางในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทุนสำรองของประเทศในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ความต้องการจากภาคส่วนนี้เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาว

โดยรวมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมองว่าราคาทองคำโลกกำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่เจ็ด ซึ่งเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งของทิศทางขาขึ้นในตลาดทองคำ
สำหรับในตลาดทองคำของเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับราคาทองคำโลกอย่างใกล้ชิด ได้รายงานถึงการปรับขึ้นของราคาทองคำในประเทศอย่างรวดเร็ว โดยราคาทองคำแท่งของ SJC ในช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปรับขึ้นถึง 3 ล้านดงต่อออนซ์ ไปอยู่ที่ประมาณ 184 - 187 ล้านดงต่อออนซ์ (ราคาซื้อ-ขาย) ในขณะที่ราคาทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะพุ่งสูงขึ้น ผู้ที่ซื้อทองคำในช่วงเทศกาลเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง (26 กุมภาพันธ์) ยังคงอยู่ในระดับ "คุ้มทุน" เท่านั้น เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายยังคงสูงถึงประมาณ 3 ล้านดงต่อออนซ์ นอกจากนี้ ยังพบว่าราคาทองคำในประเทศของเวียดนามสูงกว่าราคาทองคำในตลาดโลกที่แปลงเป็นเงินดองแล้วประมาณ 20 ล้านดงต่อออนซ์ ซึ่งเป็นส่วนต่างที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในประเทศ
จับตาสถานการณ์ทองคำในวันข้างหน้า: โอกาสและความท้าทาย
แม้ราคาทองคำในประเทศไทยจะยังคงนิ่งในวันที่ 1 มีนาคม 2569 แต่แรงหนุนจากราคาทองคำในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ย่อมส่งผลต่อการพิจารณาปรับราคาทองคำในประเทศอย่างแน่นอนเมื่อตลาดกลับมาเปิดทำการปกติในวันจันทร์ หรือวันทำการถัดไป
สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจทองคำ:
- ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ต้องจับตา เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
- ทำความเข้าใจส่วนต่างราคา: ในบางประเทศ เช่น เวียดนาม มีรายงานว่าราคาทองคำในประเทศสูงกว่าราคาทองคำโลกประมาณ 20 ล้านดองต่อออนซ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงส่วนต่างที่กว้างและเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาเมื่อมีการซื้อขายในแต่ละตลาด
- พิจารณาการลงทุนระยะยาว: ด้วยความต้องการทองคำจากธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบันที่ยังคงแข็งแกร่ง คาดว่าราคาทองคำจะยังคงได้รับการสนับสนุนในระยะกลางและระยะยาว ทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเพื่อรักษามูลค่าและกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
สรุปได้ว่า ราคาทองวันนี้ 1 มีนาคม 2569 ในประเทศไทยอาจจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ภายใต้พื้นผิวที่สงบนิ่งนั้น ตลาดทองคำโลกกำลังเดือดพล่านด้วยแรงขับเคลื่อนจากหลายปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าตลาดทองคำยังคงมีศักยภาพในการเติบโต และเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนควรศึกษาและติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด.