ราคาทองคำวันนี้ 22 พ.ค. 2569: Sideway สะสมพลัง ท่ามกลางปัจจัยโลกผันผวน
อัปเดตราคาทองคำ 22 พ.ค. 2569 พร้อมเจาะลึกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดทองโลก ทั้งการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน, Fed, Bond Yield และกลยุทธ์ลงทุน.
ราคาทองคำวันนี้ 22 พฤษภาคม 2569 ปิดตลาดในประเทศปรับตัวขึ้น 50 บาทต่อบาททองคำ จากช่วงเปิดตลาด โดยมีการปรับราคาถึง 21 ครั้งตลอดทั้งวัน สะท้อนถึงความผันผวนและปัจจัยรอบด้านที่กำลังกดดันตลาดทองคำทั่วโลก ในขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการเลือกทิศทางรอบใหม่ของสินทรัพย์ปลอดภัยชนิดนี้อย่างใกล้ชิด
อัปเดตราคาทองคำในประเทศประจำวันที่ 22 พ.ค. 2569
จากประกาศของสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ราคาทองคำมีการปรับขึ้น 50 บาทจากเมื่อวานนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ราคาทองคำแท่ง 96.5%
- รับซื้อ: 69,850 บาท/บาททองคำ
- ขายออก: 70,050 บาท/บาททองคำ
- ราคาทองรูปพรรณ 96.5%
- รับซื้อ: 68,447.40 บาท/บาททองคำ
- ขายออก: 70,850 บาท/บาททองคำ
สำหรับราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวทรงตัวเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีราคารายงานอยู่ที่ประมาณ 4,531 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่กดดันและพยุงราคาทองคำทั่วโลก
บทวิเคราะห์จากหลายสำนักชี้ให้เห็นว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway หรือพักฐาน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัยสำคัญ:
- ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน: มีสัญญาณเชิงบวกบางส่วนจากการเจรจา ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลและลดการถือครองทองคำในฐานะ Safe Haven ขณะที่ราคาน้ำมันที่เริ่มอ่อนตัวลงยังสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านพลังงานที่ลดลงด้วย
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed: ตลาดยังคงให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อเร่งตัวจากปัญหาพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย
- Bond Yield ทั่วโลก: แม้ Bond Yield สหรัฐฯ จะย่อตัวลงและช่วยพยุงราคาทองคำได้บ้าง แต่ความกังวลจากฝั่งญี่ปุ่น หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มลด QE อาจดัน Bond Yield โลกให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกลับมากดดันราคาทองคำในระยะกลาง
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า: ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคลังยูเรเนียมของอิหร่านและการควบคุมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจว่าการเจรจาจะบรรลุข้อตกลงได้ในระยะสั้น ทำให้ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงและเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกลับมาหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้

กลยุทธ์และแนวโน้มสำหรับนักลงทุน
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway โดยมีแนวรับสำคัญที่ประมาณ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 69,700 - 69,800 บาท และมีแนวต้านสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 70,700 บาท ตลาดกำลังรอสัญญาณที่ชัดเจนเพื่อเลือกทิศทางรอบใหม่
นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed รวมถึงการเคลื่อนไหวของ Bond Yield ทั่วโลก สำหรับกลยุทธ์การลงทุน อาจพิจารณาการเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้แนวรับ หรือรอจังหวะที่ชัดเจนเพื่อเข้าลงทุน
สรุป: ราคาทองคำในช่วงนี้ยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งจากข่าวดีเรื่องการเจรจาที่ลดแรงกดดันในฐานะ Safe Haven และแรงกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักๆ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาไว้ได้ ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างระมัดระวัง นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจอย่างรอบคอบ