Gold Spot พุ่งทะยาน! เจาะลึก 3 ปัจจัยหนุนทองคำไทยแตะ 80,000 บาท พร้อมอัปเดตราคาทองล่าสุด

เจาะลึก Gold Spot ราคาทองคำทะยานรับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และเศรษฐกิจ บทความนี้มีคำตอบและอัปเดตราคาทองล่าสุด

Gold Spot พุ่งทะยาน! เจาะลึก 3 ปัจจัยหนุนทองคำไทยแตะ 80,000 บาท พร้อมอัปเดตราคาทองล่าสุด

ในโลกของการลงทุนที่ผันผวนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคำ ยังคงเป็นที่พึ่งพิงและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และในขณะนี้ สัญญาณที่ชัดเจนจากตลาด "Gold Spot" กำลังบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นครั้งสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

หลังจากที่ราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและตลาดไทยได้ผ่านช่วงเวลาของการพักฐานและสะสมพลังมานานกว่า 3 สัปดาห์ ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญจาก กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ได้ออกมาให้ทัศนะที่สร้างความคึกคักให้กับตลาดอีกครั้ง โดยยืนยันว่าราคาทองคำได้จบการพักฐานและทะลุกรอบ (Breakout) เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว พร้อมกับเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับทองคำไทยที่อาจแตะระดับ 80,000 บาท

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงความหมายของ Gold Spot, วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่กำลังขับเคลื่อนราคาทองคำให้พุ่งทะยาน, อัปเดตราคาทองคำล่าสุด และมองถึงโอกาสและความเสี่ยงที่คุณควรรู้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทองคำในช่วงเวลานี้

Gold Spot คืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนเริ่มต้นลงทุน

ก่อนที่เราจะลงลึกในรายละเอียดของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจพื้นฐานของคำว่า "Gold Spot" หรือ "ราคาทองคำ Spot" กันก่อน

Gold Spot Price คือ ราคาซื้อขายทองคำแบบทันทีทันใด หรือราคาที่ตกลงกัน ณ ปัจจุบัน เพื่อทำการส่งมอบและชำระเงินในทันที โดยทั่วไปแล้ว ราคานี้จะอ้างอิงจากราคาทองคำแท่งที่มีการซื้อขายกันในตลาดโลก เช่น ตลาดลอนดอน (LBMA), ตลาดนิวยอร์ก (COMEX) หรือตลาดเซี่ยงไฮ้ (SGE) ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนถึงอุปสงค์และอุปทานที่แท้จริงของทองคำในเวลานั้น

ความสำคัญของราคาทองคำ Spot คือการเป็น benchmark หรือเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ในการกำหนดราคาทองคำทั่วโลก รวมถึงราคาทองคำในประเทศไทยด้วย โดยราคาทองคำ Spot จะมีความผันผวนตลอดเวลาตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก, เหตุการณ์ทางการเมือง, นโยบายการเงินของธนาคารกลาง, และความต้องการของนักลงทุน ทำให้การติดตามราคา Gold Spot เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนทองคำ

แตกต่างจากสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Futures) ที่เป็นการตกลงซื้อขายทองคำในอนาคตด้วยราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า Gold Spot คือการซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ซึ่งทำให้ราคานี้มีความรวดเร็วในการสะท้อนสถานการณ์ตลาดมากที่สุด และมักเป็นตัวกำหนดทิศทางของราคาทองคำโดยรวม

สัญญาณจาก MTS Gold: ทองคำพ้นจุดพักฐาน สู่ขาขึ้นชัดเจน

นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าทองคำรายใหญ่และมีอิทธิพลในตลาด ได้ออกมายืนยันมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำอย่างชัดเจน โดยระบุว่า ราคาทองคำได้ "จบการพักฐานและทะลุกรอบ (Breakout) เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว"

คำว่า "พักฐาน" (Consolidation) ในทางเทคนิคหมายถึงช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์มีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไม่ได้ปรับขึ้นหรือลงอย่างรุนแรง เป็นช่วงที่ตลาดกำลังประเมินสถานการณ์และสะสมพลังก่อนที่จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

ส่วน "ทะลุกรอบ" (Breakout) คือสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าราคาได้หลุดพ้นจากกรอบการพักฐานนั้นๆ และกำลังจะเริ่มเทรนด์ใหม่ที่ชัดเจน การที่ผู้เชี่ยวชาญจาก MTS Gold ออกมายืนยันสัญญาณนี้ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ที่น่าจับตา และอาจเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ปลอดภัย

ทัศนะนี้ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์ แต่เป็นการวิเคราะห์จากประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกในตลาด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานหลายประการที่เราจะกล่าวถึงต่อไป

ภาพประกอบ

3 ปัจจัยหลัก หนุนราคาทองคำพุ่งทะยานไม่หยุด

นายแพทย์ กฤชรัตน์ ได้ชี้แจงถึง 3 ปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในรอบนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักและส่งผลกระทบต่อตลาดทองคำในวงกว้าง

1. ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์: ประกายไฟจากสหรัฐฯ-อิหร่าน

ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญที่มักจะส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเสมอ เนื่องจากทองคำถูกมองว่าเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven Asset) ที่นักลงทุนจะหันเข้าหามันเมื่อเกิดความไม่แน่นอนหรือความขัดแย้งทั่วโลก

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะยังไม่มีการปะทะกันโดยตรง แต่ทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับตลาดโลก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เองก็ได้มีการขีดเส้นตายให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ภายใน 10 วัน มิฉะนั้นสหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหาร การขีดเส้นตายเช่นนี้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงและสร้างความไม่แน่นอนให้กับภูมิภาค และมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น

ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองหรือความขัดแย้งทางทหาร เช่น สงครามอ่าว, เหตุการณ์ 9/11 หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาทองคำมักจะตอบสนองด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความกังวลว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและระบบการเงิน การที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะเผชิญหน้า จึงเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามได้ในการพิจารณาทิศทางของราคาทองคำ

2. สงครามการค้าปะทุซ้ำ: ทรัมป์ขึ้นภาษี ดันทองคำคึกคัก

ประเด็นสงครามการค้าที่เคยเป็นปัจจัยหลักในการจุดพลุราคาทองคำให้พุ่งขึ้นมาแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา กำลังกลับมาสร้างแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ พ่ายแพ้คดีในศาลฎีกาเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการตอบโต้ด้วยการประกาศ ขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศทั่วไปจาก 10% เป็น 15% การประกาศขึ้นภาษีนี้ถือเป็นการจุดชนวนความตึงเครียดทางการค้าครั้งใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและสร้างความไม่แน่นอนให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน

เมื่อเกิดสงครามการค้า บริษัทต่างๆ อาจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ยอดขายที่ลดลง และความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ความกังวลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนพยายามลดความเสี่ยงโดยการขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าอย่างทองคำแทน

ประสบการณ์จากสงครามการค้าครั้งก่อนได้พิสูจน์แล้วว่า ทองคำเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากข้อพิพาททางการค้า และการกลับมาของปัจจัยนี้ ยิ่งเสริมให้แนวโน้มขาขึ้นของทองคำมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

3. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ: ดอลลาร์ร่วง ทองคำรุ่ง

สถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางของราคาทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาทองคำ

เมื่อตัวเลข ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง โดยทั่วไปแล้ว เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองคำมักจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้การซื้อทองคำด้วยสกุลเงินอื่นมีราคาถูกลง ซึ่งจะกระตุ้นความต้องการซื้อทองคำจากนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น

นอกจากนี้ แม้ว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Personal Consumption Expenditures) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ จะออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ในภาพรวมแล้ว ตลาด CME FedWatch ยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมที่ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคม ด้วยโอกาสสูงถึง 96% การที่อัตราดอกเบี้ยไม่ปรับขึ้น หรือมีแนวโน้มที่จะคงที่หรือไม่ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำยังคงน่าสนใจ เพราะต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย) จะไม่เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับการฝากเงินหรือลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย

ดังนั้น การรวมกันของตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า จึงเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้

อัปเดตราคาทองคำล่าสุด: ทะยานสู่เป้าหมาย 80,000 บาท?

จากสถานการณ์ปัจจัยสนับสนุนข้างต้น ทำให้ราคาทองคำในตลาดไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิงข้อมูลล่าสุดเมื่อ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 จากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำมีการปรับขึ้นถึง 600 บาท ซึ่งสะท้อนถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาในตลาดอย่างคึกคัก โดยมีรายละเอียดราคาดังนี้:

  • ราคาทองคำแท่ง:
    • รับซื้อบาทละ: 75,500.00 บาท
    • ขายออกบาทละ: 75,700.00 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ:
    • รับซื้อบาทละ: 73,995.96 บาท
    • ขายออกบาทละ: 76,500.00 บาท

เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจน้ำหนักของทองคำไทย สมาคมค้าทองคำกำหนดน้ำหนักดังนี้:

  • ทองคำแท่ง 1 บาท น้ำหนัก 15.244 กรัม
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท น้ำหนัก 15.16 กรัม
  • ทองคำ 2 สลึง (50 สตางค์) น้ำหนักครึ่งหนึ่งของ 1 บาท
  • ทองคำ 1 สลึง น้ำหนัก 3.811 กรัม (แท่ง) และ 3.79 กรัม (รูปพรรณ)
  • ทองคำครึ่งสลึง น้ำหนัก 1.905 กรัม (แท่ง) และ 1.89 กรัม (รูปพรรณ)

และที่น่าจับตาที่สุดคือ เป้าหมายที่ นายแพทย์ กฤชรัตน์ คาดการณ์ไว้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกอาจแตะระดับ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศไทยมีโอกาสพุ่งสูงถึง 80,000 บาท

การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในทิศทางขาขึ้นของทองคำ และเป็นสัญญาณที่นักลงทุนควรให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

ภาพประกอบ

สัญญาณอื่นๆ ที่น่าจับตา: อุปทานลด กองทุนเข้าซื้อ

นอกเหนือจาก 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวมา ยังมีสัญญาณอื่นๆ จากตลาดโลกที่ยิ่งตอกย้ำถึงแนวโน้มขาขึ้นของทองคำ:

1. ปริมาณการผลิตทองคำลดลงจาก Newmont Corp.

Newmont Corp. ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมากล่าวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ว่า บริษัทคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตทองคำในปีนี้จะลดลงประมาณ 10% การลดลงของอุปทานทองคำจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลกนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนราคาทองคำให้สูงขึ้นได้ เนื่องจากเมื่อสินค้าในตลาดมีปริมาณลดลง ในขณะที่ความต้องการยังคงเดิมหรือเพิ่มขึ้น ราคาของสินค้าก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด

2. กองทุน SPDR Gold Trust เข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง

กองทุน SPDR Gold Trust (SPDR) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในทองคำ โดย มีการเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น 1.71 ตันเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ยอดสุทธิรวมอยู่ที่ 1,078.75 ตัน การที่กองทุนขนาดใหญ่ระดับโลกเข้าซื้อทองคำในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่านักลงทุนสถาบันและผู้จัดการกองทุนมีความเชื่อมั่นในอนาคตของทองคำ และมองว่าทองคำยังมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี

3. การวิเคราะห์ทางเทคนิค: แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ

จากมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำโลกได้ปรับตัวขึ้นมายืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก โดยประเมินว่าทองคำโลกมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 5,171 และ 5,190 ดอลลาร์ การที่ราคาอยู่เหนือแนวรับที่แข็งแกร่ง บ่งบอกถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาด

สำหรับราคาทองคำในประเทศ การปรับตัวขึ้นตามทองโลก แต่ก็ได้รับอิทธิพลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเช่นกัน

กลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับนักลงทุน:

  • ทยอยขายตามแนวต้าน: หากราคาทองคำโลกเข้าใกล้ 5,171 และ 5,190 ดอลลาร์ หรือทองคำไทยเข้าใกล้ 75,850 บาท
  • ทยอยซื้อสะสมตามแนวรับ: หากราคาทองคำโลกมีการย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับที่ 5,100 ดอลลาร์ หรือทองคำไทยที่ 75,150 บาท
  • จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): หากราคาทองคำโลกหลุดแนวรับสำคัญที่ 5,070 ดอลลาร์ หรือทองคำไทยหลุดแนวรับที่ 74,850 บาทลงไป แนะนำให้พิจารณาขายตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยง

การทำความเข้าใจแนวรับ-แนวต้านและมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน

โอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนทองคำช่วงนี้

เมื่อมีโอกาส ย่อมมีความเสี่ยงควบคู่กันไป การลงทุนใน Gold Spot ในช่วงที่ตลาดกำลังคึกคักเช่นนี้ มีทั้งด้านที่เป็นโอกาสและข้อควรระวังที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

โอกาสในการลงทุน:

  • สินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยง: ในช่วงที่โลกเผชิญกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในฐานะที่หลบภัย เมื่อสถานการณ์โลกไม่แน่นอน นักลงทุนจะหันมาถือครองทองคำเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
  • ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ: หากเศรษฐกิจโลกเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ทองคำมักจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการรักษามูลค่าของสินทรัพย์ เนื่องจากทองคำเป็นสินค้าที่มีจำกัดและไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางใดๆ
  • โอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gains): ด้วยสัญญาณขาขึ้นที่ชัดเจนและเป้าหมายที่สูงถึง 80,000 บาทสำหรับทองคำไทย หากการคาดการณ์เป็นไปตามนั้น นักลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ
  • อุปทานลดลง: การที่บริษัทเหมืองทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Newmont Corp. คาดการณ์ว่าจะลดการผลิตลง 10% จะส่งผลให้ปริมาณทองคำในตลาดลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนราคาให้สูงขึ้นไปอีกในระยะกลางถึงระยะยาว
  • แรงซื้อจากสถาบัน: การที่กองทุนขนาดใหญ่อย่าง SPDR Gold Trust เข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมักจะเป็นสัญญาณนำที่นักลงทุนรายย่อยควรให้ความสนใจ

ความเสี่ยงที่ควรระวัง:

  • ความผันผวนของราคา: แม้จะมีแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน แต่ราคาทองคำก็ยังคงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากข่าวสารและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน การซื้อขายโดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนอาจนำไปสู่การขาดทุนได้
  • การคลี่คลายของสถานการณ์: หากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลง หรือสงครามการค้ายุติลงอย่างกะทันหัน ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยก็อาจลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้
  • ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น: หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาด หรือธนาคารกลางสหรัฐฯ มีท่าทีที่แข็งกร้าวเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ย: แม้ปัจจุบันจะมีโอกาสสูงที่ Fed จะคงดอกเบี้ย แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายไปในทิศทางที่เพิ่มอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น และอาจลดความน่าสนใจในการลงทุนทองคำ

การตัดสินใจลงทุนในทองคำจึงควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและแนวโน้มตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

สรุป: ทองคำขาขึ้นรอบใหม่ โอกาสทองของนักลงทุน?

สถานการณ์ Gold Spot ในปัจจุบันชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับตลาดทองคำ ด้วยสัญญาณขาขึ้นที่ชัดเจนจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง MTS Gold และปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งถึง 3 ประการ ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้าที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ล้วนเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ส่งให้ทองคำทะยานขึ้น

การอัปเดตราคาทองคำล่าสุดที่ปรับขึ้นถึง 600 บาทในวันเดียว พร้อมกับการคาดการณ์ว่าทองคำไทยอาจแตะ 80,000 บาท และทองคำโลกถึง 5,300 ดอลลาร์ ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ นอกจากนี้ การลดกำลังการผลิตจากเหมืองทองคำรายใหญ่ และการเข้าซื้อของกองทุน SPDR ก็เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ไม่ควรมองข้าม

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง การติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ และการมีกลยุทธ์การลงทุนที่ชัดเจน รวมถึงการกำหนดจุดตัดขาดทุน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและคว้าโอกาสในตลาดทองคำที่กำลังคึกคักนี้

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจทองคำ นี่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องจับตา Gold Spot อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสครั้งใหญ่ในรอบนี้

SEO_TITLE: Gold Spot พุ่ง! ทองคำขาขึ้น แรงหนุน 3 ปัจจัยสำคัญ SEO_DESC: เจาะลึก Gold Spot ราคาทองคำทะยานรับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และเศรษฐกิจ บทความนี้มีคำตอบและอัปเดตราคาทองล่าสุด

Read more

ไอลีน กู: ตำนานนักสกีฟรีสไตล์ผู้พลิกโฉมวงการและความหมายของชัยชนะ

ไอลีน กู: ตำนานนักสกีฟรีสไตล์ผู้พลิกโฉมวงการและความหมายของชัยชนะ

เจาะลึกเรื่องราวของ Eileen Gu นักสกีฟรีสไตล์ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในโอลิมปิก 2026 สถิติที่ไม่เคยมีมาก่อน ประเด็นถกเถียง และความแข็งแกร่งส่วนตัวที่ทำให้เธอก้าวสู่ระดับโลก

By ทีมงาน devdog
วันพระ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจยุคใหม่

วันพระ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจยุคใหม่

เจาะลึกวันพระและความสำคัญของวันมาฆบูชา 2569 ทั้งวันหยุดราชการ ธนาคาร กิจกรรมเวียนเทียนต้นไม้ และผลกระทบต่อบริการขนส่ง เตรียมตัววางแผนทำบุญและพักผ่อน

By ทีมงาน devdog
ถอดรหัสรักแท้: "บังมัดคลองตันต้นข้าว" เรื่องราวที่สะท้อนการให้อภัยและการเริ่มต้นใหม่

ถอดรหัสรักแท้: "บังมัดคลองตันต้นข้าว" เรื่องราวที่สะท้อนการให้อภัยและการเริ่มต้นใหม่

เจาะลึกงานวิวาห์ "บังมัดคลองตัน" กับ "ต้นข้าว มิสแกรนด์" พร้อมเหตุผลจากใจเจ้าสาวที่เลือกความรักเหนือกาลเวลาและคำวิจารณ์ สู่การเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สะท้อนการให้อภัย

By ทีมงาน devdog
ไฮไลท์บอลไทยลีก 2: มหาสารคาม เอสบีที เอฟซี กับฟอร์มร้อนแรงสู่เส้นทางเพลย์ออฟ

ไฮไลท์บอลไทยลีก 2: มหาสารคาม เอสบีที เอฟซี กับฟอร์มร้อนแรงสู่เส้นทางเพลย์ออฟ

เจาะลึกไฮไลท์บอลไทยลีก 2 ของมหาสารคาม เอสบีที เอฟซี กับฟอร์มร้อนแรง ชัยชนะสำคัญจาก ชิตชนก และบทบาทโค้ชดุสิต สู่เส้นทางเพลย์ออฟที่น่าจับตา!

By ทีมงาน devdog