พระราชวังโกเลสถาน: อัญมณีแห่งประวัติศาสตร์เปอร์เซียในห้วงเวลาแห่งความผันผวนของอิหร่าน

สำรวจความงดงามและประวัติศาสตร์ของพระราชวังโกเลสถาน มรดกโลกในอิหร่าน พร้อมอัปเดตสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคที่นักเดินทางควรรู้

พระราชวังโกเลสถาน: อัญมณีแห่งประวัติศาสตร์เปอร์เซียในห้วงเวลาแห่งความผันผวนของอิหร่าน

ในใจกลางของกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน มีอัญมณีทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่เปล่งประกายเจิดจรัส นั่นคือ พระราชวังโกเลสถาน (Golestan Palace) ซึ่งเป็นมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO และเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเปอร์เซียมายาวนานหลายศตวรรษ พระราชวังแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มอาคารที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพยานเงียบแห่งเหตุการณ์สำคัญมากมายที่หล่อหลอมประเทศอิหร่านให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตั้งแต่การเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ไปจนถึงการปฏิวัติทางการเมือง โกเลสถานได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์และยุคสมัยต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและงดงามของอารยธรรมเปอร์เซียที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

แต่ในขณะที่เราชื่นชมความงดงามเหนือกาลเวลาของพระราชวังโกเลสถาน การทำความเข้าใจบริบทปัจจุบันของประเทศอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลางก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ในช่วงต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 สถานการณ์ในภูมิภาคได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มีการออกคำเตือนด้านความปลอดภัยและการเดินทางจากหลายประเทศ การผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์กับความท้าทายในปัจจุบัน ทำให้การทำความเข้าใจอิหร่านในฐานะประเทศที่มีมิติหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาท่านดำดิ่งสู่ความงดงามและเรื่องราวของพระราชวังโกเลสถาน พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาค เพื่อให้ผู้อ่านได้รับมุมมองที่สมบูรณ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันของดินแดนแห่งนี้

ประวัติศาสตร์อันยาวนาน: จากกำเนิดสู่มรดกโลก

พระราชวังโกเลสถาน ซึ่งชื่อมีความหมายว่า "พระราชวังสวนดอกไม้" หรือ "วังแห่งกุหลาบ" มีรากฐานย้อนกลับไปถึงสมัยราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 แต่ได้รับการพัฒนาและขยายอย่างกว้างขวางจนกลายเป็นกลุ่มอาคารอันโอ่อ่าในช่วงราชวงศ์กอจาร์ (Qajar Dynasty) ซึ่งปกครองอิหร่านตั้งแต่ปี ค.ศ. 1785 ถึง 1925 ถือเป็นศูนย์กลางอำนาจและชีวิตของราชสำนักตลอดระยะเวลากว่า 140 ปี

การก่อสร้างที่สำคัญเริ่มต้นขึ้นภายใต้การนำของ อาฆอ โมฮัมหมัด ข่าน (Agha Mohammad Khan) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์กอจาร์ แต่เป็นในช่วงรัชสมัยของนัสเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ กอจาร์ (Naser al-Din Shah Qajar) ซึ่งครองราชย์ยาวนานถึง 49 ปี (ค.ศ. 1848-1896) ที่พระราชวังแห่งนี้ได้รับการบูรณะและตกแต่งอย่างหรูหราอลังการที่สุด ชาห์นัสเซอร์ อัล-ดิน เป็นกษัตริย์องค์แรกของเปอร์เซียที่เดินทางเยือนยุโรปหลายครั้ง และได้นำแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบยุโรปกลับมาผสมผสานกับการออกแบบเปอร์เซียแบบดั้งเดิม ทำให้เกิดสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของโกเลสถาน

พระราชวังโกเลสถานไม่เพียงแต่เป็นที่ประทับของกษัตริย์เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่จัดพิธีราชาภิเษก การประชุมสำคัญของรัฐบาล และงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ต่างๆ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดหลายเหตุการณ์ของอิหร่านเกิดขึ้นที่นี่ รวมถึงการลงนามในรัฐธรรมนูญฉบับแรกของอิหร่านในปี ค.ศ. 1906 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งรัฐสภาและจำกัดอำนาจของกษัตริย์

แม้หลังจากสิ้นสุดราชวงศ์กอจาร์และเข้าสู่ยุคราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty) ในปี ค.ศ. 1925 พระราชวังโกเลสถานยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีราชาภิเษกของชาห์เรซา ปาห์ลาวี และชาห์โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี พระราชวังแห่งนี้จึงเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอำนาจ วัฒนธรรม และสังคมของอิหร่านได้อย่างชัดเจน

ภาพประกอบ

สถาปัตยกรรมและศิลปะอันวิจิตรตระการตา

สิ่งที่ทำให้พระราชวังโกเลสถานโดดเด่นคือการผสมผสานอันลงตัวของศิลปะเปอร์เซียแบบดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลจากยุโรปที่ชาห์นัสเซอร์ อัล-ดิน นำกลับมาจากประสบการณ์การเดินทาง กระเบื้องโมเสกสีสันสดใส ภาพวาดอันประณีต งานกระจกเงาที่ซับซ้อน และการแกะสลักหินอ่อนที่ละเอียดอ่อน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

อาคารและส่วนสำคัญภายในพระราชวังโกเลสถาน

  • บัลลังก์หินอ่อน (Takht-e Marmar): เป็นระเบียงเปิดโล่งที่มีบัลลังก์แกะสลักจากหินอ่อนสีเหลืองอ่อนชิ้นเดียวที่มีขนาดใหญ่และงดงาม วางอยู่บนฐานที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง เคยใช้สำหรับพิธีราชาภิเษกและงานเลี้ยงรับรองสำคัญๆ ความงดงามของบัลลังก์และภาพวาดบนผนังสะท้อนถึงฝีมือช่างศิลป์เปอร์เซียชั้นสูง
  • ห้องโถงกระจก (Talar-e Aineh): หนึ่งในห้องโถงที่งดงามและมีชื่อเสียงที่สุดของพระราชวัง โดดเด่นด้วยงานกระจกเงาขนาดเล็กนับล้านชิ้นที่ประดับประดาอยู่ทั่วทั้งผนังและเพดาน สร้างสรรค์ลวดลายอันซับซ้อนและเล่นกับแสงสะท้อนอย่างน่าทึ่ง เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ห้องโถงแห่งนี้จะระยิบระยับราวกับเพชรนับพันเม็ด
  • ห้องโถงแสงเพชร (Talar-e Brelian): อีกหนึ่งห้องโถงที่เต็มไปด้วยงานกระจกเงาอันวิจิตรตระการตาเช่นกัน ชื่อ "Brelian" มาจากคำว่า "Brilliant" ซึ่งสะท้อนถึงความแวววาวของงานกระจกที่ประดับประดาอย่างหรูหราทั่วทั้งห้อง
  • อาคารแห่งดวงอาทิตย์ (Shams-ol-Emareh): ถือเป็นอาคารที่สูงที่สุดในสมัยนั้น สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของชาห์นัสเซอร์ อัล-ดิน ที่ต้องการชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของกรุงเตหะรานจากที่สูง อาคารนี้ผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซียและยุโรปอย่างชัดเจน ด้วยหอคอยคู่ที่โดดเด่นและระเบียงที่ตกแต่งอย่างงดงาม
  • บ้านสระน้ำ (Howz Khaneh): ห้องใต้ดินที่มีสระน้ำและระบบทำความเย็นแบบธรรมชาติ สร้างขึ้นเพื่อคลายร้อนในช่วงฤดูร้อนของเตหะราน ผนังตกแต่งด้วยภาพวาดศิลปะยุคกอจาร์ที่สวยงาม
  • พิพิธภัณฑ์ของขวัญ (Musee-e Hedieh): จัดแสดงของขวัญล้ำค่าที่ได้รับจากราชวงศ์และผู้นำต่างประเทศ รวมถึงของใช้ส่วนพระองค์ของชาห์กอจาร์
  • แกลเลอรีภาพ (Negar Khaneh): รวบรวมคอลเลกชันภาพวาดสีน้ำมันของราชวงศ์กอจาร์ ซึ่งแสดงถึงวิวัฒนาการของศิลปะภาพเหมือนในยุคนั้น

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในทุกมุมของพระราชวัง ตั้งแต่กระเบื้องเคลือบเจ็ดสี (Haft Rangi tiles) ที่ประดับภายนอก ไปจนถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังและงานไม้แกะสลักภายใน ล้วนบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของศิลปะและช่างฝีมือในยุคสมัยนั้น ความสมบูรณ์แบบของการออกแบบและการสร้างสรรค์นี้เองที่ทำให้พระราชวังโกเลสถานได้รับการยอมรับในระดับสากล

พระราชวังโกเลสถาน: มรดกโลกและสัญลักษณ์แห่งอารยธรรม

ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปะอันโดดเด่น ทำให้พระราชวังโกเลสถานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) การได้รับสถานะนี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญอันเป็นสากลของพระราชวังแห่งนี้ในฐานะที่เป็นตัวแทนที่โดดเด่นของศิลปะและสถาปัตยกรรมเปอร์เซียในยุคราชวงศ์กอจาร์ และเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง สังคม และวัฒนธรรมของอิหร่าน

การเป็นมรดกโลกไม่ได้เป็นเพียงการรับรองถึงความงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธกิจในการอนุรักษ์และปกป้องสถานที่แห่งนี้ให้คงอยู่คู่โลกต่อไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เรียนรู้ และชื่นชมอารยธรรมที่รุ่งโรจน์ของเปอร์เซีย พระราชวังโกเลสถานจึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นสมบัติล้ำค่าที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณแห่งชาติของอิหร่าน

การเยี่ยมชมพระราชวังโกเลสถาน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พระราชวังโกเลสถานเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกรุงเตหะราน การเดินทางสะดวกสบายเนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมือง การใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็มจะช่วยให้ท่านสามารถสำรวจอาคารต่างๆ สวนสวย และรายละเอียดทางศิลปะได้อย่างเต็มที่

เคล็ดลับสำหรับการเยี่ยมชม:

  • ควรซื้อตั๋วสำหรับแต่ละส่วนของพระราชวังที่คุณต้องการเข้าชม ซึ่งช่วยให้คุณเลือกได้ว่าจะสำรวจส่วนใดบ้าง
  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและแสงแดดที่ร้อนจัด
  • สวมรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากมีการเดินค่อนข้างมากในพื้นที่พระราชวัง
  • ควรเคารพธรรมเนียมและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การแต่งกายที่สุภาพ (สำหรับสุภาพสตรีควรคลุมศีรษะ)
  • เตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อม เพราะทุกมุมของพระราชวังล้วนเป็นมุมที่สวยงามสำหรับการบันทึกภาพ

อิหร่านในปัจจุบัน: ความงดงามที่มาพร้อมความท้าทาย

ในขณะที่เราดื่มด่ำกับเรื่องราวความงดงามของพระราชวังโกเลสถาน การทำความเข้าใจบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ของอิหร่านในปัจจุบันก็เป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าอิหร่านจะเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานและน่าทึ่ง แต่ก็เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีความผันผวนทางการเมืองสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภายในประเทศและการเดินทางท่องเที่ยว

จากรายงานข่าวที่เผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

ภาพประกอบ

1. การประเมินภัยคุกคามจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้ประเมินว่า อิหร่านและเครือข่ายพันธมิตรมีแนวโน้มที่จะตอบโต้สหรัฐฯ หลังจากเหตุการณ์ที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหาร จากปฏิบัติการโจมตีที่คาดว่าดำเนินการโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ในวันเสาร์ก่อนหน้านั้น

  • เป้าหมายเฉพาะภายในสหรัฐฯ: รายงานประเมินภัยคุกคามลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากสำนักงานข่าวกรองและการวิเคราะห์ (Office of Intelligence and Analysis) แห่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) ระบุว่า อิหร่านและกลุ่มที่สนับสนุนมีแนวโน้มค่อนข้างสูงที่จะก่อเหตุโจมตีแบบเฉพาะเป้าหมายภายในสหรัฐฯ แม้โอกาสที่จะเกิดการโจมตีทางกายภาพขนาดใหญ่จะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ภัยคุกคามต่อเป้าหมายเฉพาะยังคงอยู่และมีแนวโน้มที่จะยกระดับขึ้นหากมีการยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด
  • ภัยคุกคามทางไซเบอร์: ความกังวลในระยะสั้นอยู่ที่กลุ่มแฮ็กทิวิสต์ที่ฝักใฝ่อิหร่าน ซึ่งอาจดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ในระดับต่ำต่อเครือข่ายของสหรัฐฯ เช่น การเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ (website defacement) หรือการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) การโจมตีประเภทนี้อาจไม่ก่อให้เกิดความเสียหายทางกายภาพร้ายแรง แต่สามารถสร้างความปั่นป่วนและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทางดิจิทัลได้
  • การโจมตีเป้าหมายในตะวันออกกลาง: รายงานของ DHS ยังประเมินว่า อิหร่านจะยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และพันธมิตรในตะวันออกกลางต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาคนี้

2. คำเตือนการเดินทางจากสหรัฐฯ

สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ออกประกาศ เรียกร้องให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจาก 12 ประเทศในตะวันออกกลางในทันที โดยรวมถึงประเทศอิหร่านด้วย คำเตือนนี้มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค หลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และเตหะรานได้โจมตีตอบโต้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่

  • ประเทศที่ได้รับคำเตือน: พลเมืองสหรัฐฯ ได้รับคำเตือนให้เดินทางออกจากบาห์เรน, อียิปต์, อิหร่าน, อิรัก, อิสราเอล, เขตเวสต์แบงก์และกาซา, จอร์แดน, คูเวต, เลบานอน, โอมาน, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ซีเรีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน
  • เหตุผลของคำเตือน: สงครามในตะวันออกกลางขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากอิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ กับอิสราเอล ด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง เช่น ที่คูเวตซึ่งมีทหารอเมริกันเสียชีวิตหลายนาย, บาห์เรน, และนครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ว่าอิหร่านจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งมากมาย เช่น พระราชวังโกเลสถาน แต่ความตึงเครียดทางการเมืองในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ที่สนใจเดินทางไปยังภูมิภาคนี้จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ข้อพิจารณาสำหรับนักเดินทาง

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนหรือมีความสนใจที่จะเดินทางไปยังอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง การได้รับทราบข้อมูลและพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

  • ตรวจสอบคำแนะนำการเดินทาง: ควรตรวจสอบคำแนะนำการเดินทางจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศตนเองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลสถานการณ์และระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่
  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ในภูมิภาคได้ดีขึ้น และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
  • พิจารณาความปลอดภัยส่วนบุคคล: แม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักอาจจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ความผันผวนในภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการเดินทางโดยรวม
  • มีแผนสำรอง: หากตัดสินใจเดินทาง ควรมีแผนสำรองและข้อมูลติดต่อฉุกเฉินต่างๆ เตรียมพร้อมไว้เสมอ

สรุป

พระราชวังโกเลสถานยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ ศิลปะอันประณีต และอารยธรรมที่หยั่งรากลึกของเปอร์เซีย เป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์และเหตุการณ์สำคัญที่หล่อหลอมอิหร่านให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความงดงามของสถาปัตยกรรมและศิลปะภายในพระราชวังแห่งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ในการสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เราชื่นชมความยิ่งใหญ่ในอดีต การตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ซับซ้อนในภูมิภาคตะวันออกกลางก็เป็นสิ่งจำเป็น ข่าวสารเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการเมืองและคำเตือนการเดินทางจากนานาประเทศ เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าโลกของเรามีการเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิรัฐศาสตร์

พระราชวังโกเลสถานจึงเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของความงดงามทางวัฒนธรรมของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องกระตุ้นให้เราหันมาพิจารณาถึงความเปราะบางของสันติภาพ และความสำคัญของการทำความเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์และปัจจุบันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อที่เราจะสามารถชื่นชมมรดกอันล้ำค่าเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง พร้อมกับส่งเสริมความเข้าใจและสันติสุขในโลกใบนี้

Read more

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ประกาศปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 เป็น 3 บาท กระตุ้นใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมรณรงค์คนไทยประหยัดพลังงาน สร้างความมั่นคงพลังงานของชาติ

By ทีมงาน devdog
DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

สำรวจสองความหมายสำคัญของ DMC! จาก Run-DMC ผู้บุกเบิกการร่วมงานฮิปฮอป-ร็อกที่พลิกโฉมวงการ สู่ dmc.tv ช่องธรรมะนำทางจิตใจเพื่อสันติสุขภายใน.

By ทีมงาน devdog
PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

อัปเดตสถานการณ์ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ประจำวันที่ 10 มี.ค. 2569 พร้อมเปิด 12 เขตค่าฝุ่นสูงสุด และคำแนะนำป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

By ทีมงาน devdog
One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ซีซัน 2 "มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์" เตรียมลงจอ 10 มี.ค. 2569 พร้อมกิจกรรม "GRAND LINE IN THAILAND" ที่สวนลุมพินี ห้ามพลาด!

By ทีมงาน devdog