ธนาคารออมสิน: รับมือวิกฤตพลังงานโลก พร้อมปกป้องเงินคุณจากภัยไซเบอร์
ออมสินเดินหน้า 4 มาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐ พร้อมเตือนภัยมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ชวนรู้กลโกงและวิธีป้องกันเพื่อความปลอดภัยทางการเงิน.
ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก ประเทศไทยเองก็ได้เร่งออกมาตรการรับมือเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและประชาชน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ต้องเป็นต้นแบบในการปรับตัว และหนึ่งในนั้นคือ ธนาคารออมสิน ที่ได้ประกาศมาตรการเชิงรุกทั้งด้านการประหยัดพลังงานและการป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับลูกค้า
ออมสินเดินหน้า 4 มาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐ
เพื่อตอบรับนโยบายรัฐบาลในการลดการใช้พลังงานและรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงาน นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้เปิดเผยถึง 4 มาตรการสำคัญที่ธนาคารออมสินได้นำมาใช้ในการดำเนินงาน ได้แก่
- ควบคุมการใช้เชื้อเพลิง: ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นและบริหารจัดการการใช้ยานพาหนะอย่างมีประสิทธิภาพ
- ประหยัดไฟฟ้า: ปรับลดการใช้กระแสไฟฟ้าในอาคารสำนักงานและสาขาต่างๆ รวมถึงการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (26-27 องศาเซลเซียส)
- ปรับการแต่งกาย: งดการสวมสูทและผูกเนกไทในที่ประชุมและในการทำงานประจำ เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ
- สนับสนุนการทำงานที่บ้าน (Work from Home): เปิดทางให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ตามความเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน
มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารออมสินในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาระดับประเทศ และยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงธนาคารออมสินเท่านั้นที่ปรับตัว ภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง อาทิ ก.ล.ต., ตลาดหลักทรัพย์ฯ, ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกขนาดใหญ่ ก็ได้นำรูปแบบ Hybrid Work และมาตรการประหยัดพลังงานมาใช้เป็นมาตรฐานใหม่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้น

เตือนภัยมิจฉาชีพ: ออมสินห่วงใย ไม่ทิ้งลูกค้า
นอกจากการปรับตัวด้านพลังงานแล้ว ธนาคารออมสินยังให้ความสำคัญกับการปกป้องลูกค้าจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยได้ออกประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีสองรูปแบบหลักที่น่าจับตา:
1. หลอกลวงผ่าน SMS และลิงก์ปลอม
มิจฉาชีพมักส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ที่อ้างว่าเป็นของธนาคาร หากคุณเผลอกดเข้าไป อาจเสี่ยงต่อการถูกติดตั้งโปรแกรมควบคุมระยะไกล (Remote Access) เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำให้แม่น 4 ไม่: ไม่คลิก ไม่โหลด ไม่กรอก ไม่โดนหลอก หากต้องการทำธุรกรรม ให้ใช้แอปพลิเคชัน MyMo ที่อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดเท่านั้น

2. มุก "ช่วยปิดหนี้" และ "หลอกให้ลงทุนต่อ"
ในยุคที่หลายคนเผชิญปัญหาหนี้สิน มิจฉาชีพใช้คำโฆษณาหวานหู เช่น “ช่วยปิดหนี้ให้ ไม่คิดดอกเบี้ย” หรือ “ดอกเบี้ยต่ำมาก” เพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจ แล้วชวนไปกู้เงินก้อนใหม่มาแทนที่หนี้เก่า โดยมีค่าใช้จ่ายแฝงหรือเงื่อนไขที่เสียเปรียบ หรือหนักกว่านั้นคือ หลอกขอเอกสารเพื่อนำไปยื่นกู้กับธนาคารโดยอ้างว่าจะนำเงินไป “ลงทุนต่อ” ในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น คอนโด หรือที่ดิน ซึ่งสุดท้ายแล้วเหยื่อก็ต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนโตที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า และไม่มีรายได้ตามที่คาดหวัง
ธนาคารออมสินย้ำเตือนว่า หากต้องการปิดหนี้ หรือขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ให้ติดต่อธนาคารโดยตรงเสมอ อย่าหลงเชื่อคำชวนเชื่อที่ฟังดูดีเกินจริง และมีสติทุกครั้งก่อนตัดสินใจเรื่องการเงิน
สรุป
ธนาคารออมสิน ไม่เพียงแต่เป็นสถาบันการเงินที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานโลก หรือการยืนหยัดปกป้องเงินในกระเป๋าของลูกค้าจากภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการ จึงเป็นพลังสำคัญในการก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปด้วยกัน