ฮามาสเรียกร้องอิหร่าน: "อย่าโจมตีเพื่อนบ้าน" สัญญาณใหม่ในตะวันออกกลาง
ฮามาสเรียกร้องอิหร่านหยุดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน สะท้อนความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้หนุนสิทธิ์ตอบโต้สหรัฐฯ/อิสราเอล พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายยุติสงคราม
ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง กลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากอิหร่าน ได้ออกมาส่งสัญญาณที่น่าจับตา ด้วยการเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้อิหร่าน หลีกเลี่ยงการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะยังคงสนับสนุนสิทธิ์ของเตหะรานในการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ฮามาสแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายของอิหร่านอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาค.
ความกังวลในภูมิภาค: ทำไมฮามาสจึงส่งสัญญาณนี้?
แถลงการณ์ของฮามาสระบุชัดเจนว่า "ในขณะที่กลุ่มสนับสนุนสิทธิ์ของอิหร่านในการตอบโต้การรุกรานครั้งนี้ทุกวิถีทางที่มีอยู่ ตามบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ กลุ่มขอเรียกร้องให้พี่น้องของเราในอิหร่านอย่าโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน" โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษา "สายสัมพันธ์แห่งพี่น้อง" และความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อร่วมกันผลักดันให้สงครามยุติลงโดยทันที.

แม้ทางการอิหร่านจะยืนยันว่าปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของพวกตนนั้นมุ่งเป้าไปที่ "ฐานทัพและสิ่งติดตั้งของอเมริกา" แต่การโจมตีหลายครั้งกลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในหลายประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต โอมาน ซาอุดีอาระเบีย และบาห์เรน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและแรงงานต่างชาติ สถานการณ์นี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฮามาส ซึ่งแม้จะได้รับการสนับสนุนหลักจากอิหร่าน แต่ก็ยังได้รับเงินทุนและการสนับสนุนทางการเมืองจากตุรกีและกาตาร์ ซึ่งเพิ่งตกเป็นเป้าการโจมตีจากอิหร่านเช่นกัน ต้องออกมาแสดงจุดยืนที่ระมัดระวังมากขึ้น.
ภาพรวมสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความขัดแย้งในภูมิภาคยังคงลุกลาม โดยมีกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ที่อิหร่านหนุนหลังเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่เปิดฉากยิงใส่อิสราเอลเพื่อตอบโต้การสังหารผู้นำ และกลุ่มฮูตีในเยเมนที่โจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลในทะเลแดง ซึ่งทั้งหมดนี้ยิ่งเพิ่มความเปราะบางให้กับสถานการณ์.

ด้านสหรัฐฯ ก็ได้แสดงท่าทีตอบโต้ด้วยการส่งกำลังพลนาวิกโยธินและเรือรบเพิ่มเติม รวมถึงเรือยูเอสเอส ทริโปลี พร้อมกำลังพลประมาณ 5,000 นาย เข้าสู่ตะวันออกกลาง และยังมีการเคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD จากเกาหลีใต้มายังภูมิภาคนี้ด้วย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านบนเกาะคาร์กในช่องแคบฮอร์มุซจนสิ้นซาก การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปที่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบต่อศูนย์กลางการบินนานาชาติหลายแห่ง และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น.
ความท้าทายในการรักษาเสถียรภาพ
การเรียกร้องของฮามาสครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มติดอาวุธกับผู้สนับสนุนหลัก และความพยายามที่จะรักษาสมดุลในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การกระทำของอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและอาจนำไปสู่การขยายวงของสงครามได้ การเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติสงครามโดยทันทีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ตะวันออกกลางต้องจมดิ่งลงสู่ความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้.