ฮุน มาเนต: การทูตสองหน้า - สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับฝรั่งเศส และปมร้อนชายแดนไทย-กัมพูชา
เจาะลึกการเยือนฝรั่งเศสของฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับมาครง สู่ "หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์" พร้อมจุดยืนแข็งกร้าวต่อประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา.
การเคลื่อนไหวทางการทูตของ สมเด็จมหาบวรธิบดี เดโช ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดบนเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยือนฝรั่งเศสเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการกระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจยุโรปเท่านั้น แต่ยังมีการหยิบยกประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชาขึ้นมาหารืออีกด้วย บทความนี้จะเจาะลึกถึงเบื้องหลังและนัยยะสำคัญของการเดินทางครั้งนี้
ความสัมพันธ์กัมพูชา-ฝรั่งเศส: ก้าวสู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 6-9 เมษายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้เดินทางเยือนฝรั่งเศส โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเข้าพบ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ตามรายงานจาก Thairath.co.th ฮุน มาเนต ได้โพสต์ภาพคู่กับมาครงพร้อมระบุถึงการหารือที่ประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับเป็น "หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์" ในอนาคตอันใกล้
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ตอกย้ำความสัมพันธ์นี้คือการที่ประธานาธิบดีมาครงยืนยันที่จะเข้าร่วม การประชุมสุดยอดฟรังโกโฟนี (Francophonie Summit) ครั้งที่ 20 ซึ่งกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน 2026 ณ กรุงพนมเปญ การประชุมระดับโลกครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นกลไกสำคัญในการกระชับสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกัมพูชาบนเวทีโลก โดยเฉพาะในฐานะสมาชิกหนึ่งใน 90 รัฐและรัฐบาลขององค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (OIF) นอกจากนี้ ยังมีการขยายความร่วมมือในด้านสำคัญอื่นๆ เช่น พลังงาน สาธารณสุข และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
ปมร้อนชายแดนไทย-กัมพูชา: เสียงจากผู้นำเขมร
นอกเหนือจากวาระทางการทูตเชิงบวกแล้ว การเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ยังเป็นเวทีที่ ฮุน มาเนต ใช้หยิบยกประเด็นข้อพิพาทชายแดนกับประเทศไทยขึ้นมาหารือกับประธานาธิบดีมาครง ตามรายงานของ MGR Online ผ่านการแถลงข่าวของ ฌ็อง-ฟร็องซัวส์ แต็ง รัฐมนตรีช่วยว่าการสำนักนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้บรรยายสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยอ้างว่ากองทัพไทยได้เข้ายึดครองดินแดนกัมพูชา ทำลายบ้านเรือน และสร้างโครงสร้างพื้นฐานถาวร ทำให้ชาวเขมรหลายหมื่นคนไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้

ผู้นำกัมพูชายืนยันว่ากัมพูชาจะไม่ยอมรับการกระทำหรือการแก้ไขเส้นแบ่งเขตแดนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และแม้จะมีการอ้างว่าไทยรุกราน แต่ดินแดนเหล่านั้นยังคงเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของกัมพูชา ที่สำคัญคือ ฮุน มาเนต ไม่ได้ร้องขอการสนับสนุนทางการเมืองจากฝรั่งเศสโดยตรง แต่ขอให้ฝรั่งเศสยังคงยึดมั่นในหลักการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกชาติ ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของกัมพูชา
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาได้ร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลังจากการปะทะในอดีต (ปี 2554) ที่มีข้อตกลง "ใครอยู่ตรงไหน ก็ให้อยู่ตรงนั้น" แต่กลับมีการอ้างว่ากัมพูชารุกคืบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางไทยได้ผลักดันทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่หลายแห่ง โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้พื้นที่คืนถึง 13,000 ไร่ (Bangkokbiznews) อย่างไรก็ตาม ฮุน มาเนต ได้ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากการใช้กำลังทหาร และเตรียมเดินหน้า ทวงคืนพื้นที่ทั้งหมด หลังสงกรานต์ นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน บิดาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ก็ได้ออกสารคำมั่นถึงชาวกัมพูชาว่าจะเอาคืนแผ่นดินจากไทยเช่นกัน (Topnews.co.th) ซึ่งตอกย้ำถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของกัมพูชาในประเด็นนี้
บทสรุป
การเยือนฝรั่งเศสของฮุน มาเนต แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกัมพูชาในการสร้างสมดุลระหว่างการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับนานาชาติกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติในประเด็นอ่อนไหวอย่างข้อพิพาทชายแดน การเดินหน้าสู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับฝรั่งเศสอาจเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสถานะของกัมพูชา แต่ในขณะเดียวกัน จุดยืนที่แข็งกร้าวเรื่องเขตแดนกับไทยก็สะท้อนถึงความท้าทายที่ยังคงคุกรุ่นในภูมิภาค ต้องจับตาดูว่าแนวทางการทูตที่ซับซ้อนนี้จะนำพากัมพูชาไปในทิศทางใดต่อไป