อิหร่านปัดข้ออ้างทรัมป์ ไม่คิดเจรจาหยุดยิง เดินหน้าจับกุม 500 ผู้ต้องสงสัยส่งข้อมูลศัตรู
รัฐมนตรีอิหร่านปัดข้ออ้างทรัมป์ไม่คิดเจรจาหยุดยิง เดินหน้าจับกุม 500 ผู้ส่งข้อมูลศัตรู ท่ามกลางความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซและภัยคุกคามอิสราเอล
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าอิหร่านกำลังแสวงหาการเจรจาหรือการสงบศึก นายอับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นเพียง "เรื่องเพ้อเจ้อ" พร้อมประกาศกร้าวว่ากองทัพอิหร่านจะยังคงเดินหน้าต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะตระหนักถึงความผิดพลาดของสงครามครั้งนี้
การปฏิเสธของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social และให้สัมภาษณ์กับ NBC News โดยอ้างว่าอิหร่าน "พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงและต้องการข้อตกลง" แต่ตนไม่ยอมรับเนื่องจาก "เงื่อนไขยังไม่ดีพอ" อย่างไรก็ตาม นายอะรอกชียืนยันอย่างหนักแน่นว่าอิหร่านไม่เคยร้องขอการหยุดยิงหรือการเจรจาใดๆ และไม่มีเหตุผลที่จะพูดคุยกับสหรัฐฯ อีก หลังจากการเจรจานิวเคลียร์ก่อนหน้านี้จบลงด้วยการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลตัดสินใจโจมตีอิหร่านซ้ำสองครั้ง

อิหร่านเดินหน้าปราบปรามผู้ส่งข้อมูลให้ศัตรู
ในขณะที่ความตึงเครียดยังคงพุ่งสูงขึ้น อิหร่านได้ดำเนินการปราบปรามภายในประเทศอย่างเข้มงวด ผู้บัญชาการตำรวจอิหร่านประกาศจับกุมประชาชนมากถึง 500 คน ในข้อหาแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อศัตรู โดยระบุว่าครึ่งหนึ่งของคดีทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายแรง รวมถึง "ผู้ที่ให้ข้อมูลสำหรับโจมตีเป้าหมาย และผู้ที่ถ่ายภาพสถานที่โจมตีและส่งภาพเหล่านั้นให้กับศัตรู"
ก่อนหน้านี้ สื่อทางการอิหร่านได้รายงานการจับกุมประชาชนหลายสิบคนในภูมิภาคต่างๆ เช่น ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีผู้ถูกจับกุม 20 คน ในข้อหาส่งรายละเอียดสถานที่ตั้งของทรัพย์สินทางทหารและความมั่นคงของอิหร่านให้กับอิสราเอล และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการจับกุม 10 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในพื้นที่ การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างยิ่งของรัฐบาลอิหร่านต่อความมั่นคงภายในประเทศท่ามกลางภัยคุกคามภายนอก

ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและการขยายวงของสงคราม
สถานการณ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโต้ตอบทางการทูตและการปราบปรามภายในประเทศ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ยังคงเป็นประเด็นที่เปราะบาง อิหร่านยืนยันว่าจะยังคงเปิดช่องแคบนี้ให้เรือลำอื่นๆ ผ่านได้ แต่จะปิดเฉพาะเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และชาติพันธมิตรเท่านั้น ซึ่งเป็นการตอบโต้ต่อท่าทีของทรัมป์ที่กำลังหารือกับ "ประเทศต่างๆ" เกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบ
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลได้เปิดเผยว่ากองทัพของพวกเขายังคงมีเป้าหมายโจมตีในอิหร่านอีกหลายพันจุด และพร้อมที่จะดำเนินปฏิบัติการร่วมกับพันธมิตรสหรัฐฯ ไปจนถึงช่วงเทศกาลปัสกาเป็นอย่างน้อย อิหร่านได้เตือนประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในสงครามที่กำลังขยายวงนี้ ซึ่งสถานการณ์โดยรวมบ่งชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ กำลังมีแนวโน้มขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น ทั้งในมิติทางทหารและความมั่นคงของเส้นทางพลังงานโลก
ท่าทีที่แข็งกร้าวของอิหร่าน การปราบปรามภายใน และการขยายวงของความขัดแย้ง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเปราะบางอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน