เกาะติดสถานการณ์: “ทรัมป์” จวกพันธมิตรไม่ช่วยคุ้มกันฮอร์มุซ ท่ามกลางวิกฤตอิหร่าน
ประธานาธิบดีทรัมป์ตำหนิชาติพันธมิตรที่ไม่กระตือรือร้นช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ กระตุ้นวิกฤตพลังงานโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อชาติพันธมิตรหลายประเทศ ที่ดูเหมือนจะไม่ "กระตือรือร้น" เท่าที่ควรในการร่วมมือรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก

ทรัมป์ชี้พันธมิตร “ไม่กระตือรือร้น” แม้สหรัฐฯ คุ้มครองมานาน
ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำข้อเรียกร้องของเขาให้ประเทศต่าง ๆ ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรที่ลังเลจะเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในช่วงเวลาสงคราม โดยกล่าวว่า “บางประเทศเราช่วยเหลือพวกเขามานานหลายปี เราปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามภายนอกที่เลวร้าย แต่พวกเขากลับไม่ได้กระตือรือร้นขนาดนั้น และระดับความกระตือรือร้นนั้น สำหรับผม มันเป็นเรื่องสำคัญ” คำพูดดังกล่าวสะท้อนความไม่พอใจที่ชัดเจนของผู้นำสหรัฐฯ ที่มองว่าหลายประเทศกำลังพึ่งพาการคุ้มครองจากสหรัฐฯ แต่กลับไม่พร้อมที่จะตอบแทนในสถานการณ์วิกฤต
ท่าทีของฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร
ทรัมป์เผยว่าเขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ซึ่งแสดงความพร้อมที่จะช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือ โดยทรัมป์ให้คะแนนมาครงถึง “8 เต็ม 10” แม้จะไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกจากฝรั่งเศส
ในทางกลับกัน ทรัมป์ได้ตำหนินายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักรอย่างเปิดเผย โดยกล่าวว่าสตาร์เมอร์มีท่าทีระมัดระวังเกินไป และเรียกร้องให้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดมากกว่านี้ “คุณไม่จำเป็นต้องไปประชุมกับทีมงานหรอก คุณเป็นนายกรัฐมนตรีนะ คุณตัดสินใจเองได้เลย ทำไมต้องประชุมกับทีมงานเพื่อแค่จะหาคำตอบว่า คุณจะส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดหรือส่งเรือมาช่วยเราหรือไม่ด้วย” ทรัมป์กล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ สตาร์เมอร์ได้ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมในสงครามอิหร่านที่ขยายวงกว้างขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจเศรษฐกิจพลังงานโลก
วิกฤตในตะวันออกกลางที่ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่สามได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ ที่มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณ 20% การที่อิหร่านปิดกั้นเส้นทางนี้เพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้จุดชนวนให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลกและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เตรียมหารือถึงท่าทีคุ้มกัน
ในวันนี้ (16 มี.ค. 2569) สำนักข่าว Kyodo News รายงานว่า โทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เตรียมหารือทางโทรศัพท์กับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อประเมินท่าทีต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ การหารือนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก ทรัมป์ยังได้แสดงความประหลาดใจที่ประเทศอย่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบนี้อย่างหนัก “ควรจะเป็นฝ่ายขอบคุณเราด้วยซ้ำ”
ทรัมป์เตรียมเปิดเผยรายชื่อประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ
แม้จะมีพันธมิตรหลายรายปฏิเสธข้อเสนอ แต่ทรัมป์ระบุว่ามี “2-3 ประเทศ” ที่ตกลงส่งเรือรบมาช่วยในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเขากล่าวว่าจะประกาศรายชื่อประเทศเหล่านี้ “ในไม่ช้า” การเปิดเผยรายชื่อนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงชาติพันธมิตรอื่น ๆ ให้พิจารณาบทบาทของตนในวิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างจริงจังยิ่งขึ้น
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้ง และท่าทีของแต่ละประเทศในการให้ความร่วมมือจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกในอนาคต