อิหร่านขู่โจมตีท่าเรือทั่วภูมิภาค: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซเดือดระอุ
อิหร่านเตือนจะโจมตีท่าเรือทั่วอ่าวเปอร์เซีย หากท่าเรือตนเองถูกถล่มท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ-อิสราเอล ส่งผลกระทบต่อเส้นทางน้ำมันโลก.
ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงในภูมิภาคตะวันออกกลาง อิหร่านได้ออกโรงเตือนอย่างชัดเจนว่าจะพุ่งเป้าโจมตีท่าเรือและอู่จอดเรือทั่วทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย หากท่าเรือของตนเองถูกโจมตี คำขู่นี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ถ้อยแถลงของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าท่าเรืออิหร่านที่ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารนั้นถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตี
ต้นตอคำขู่: สหรัฐฯ กล่าวหา อิหร่านตอบโต้
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 กองทัพอิหร่านได้ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวผ่านพลโท อโบลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกอาวุโส โดยระบุว่า “หากท่าเรือของอิหร่านถูกคุกคาม ท่าเรือและอู่จอดเรือทั้งหมดในภูมิภาคนี้จะกลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมของเราเช่นกัน”
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเตหะรานใช้ท่าเรือพลเรือนตามแนวช่องแคบฮอร์มุซเพื่อดำเนินปฏิบัติการทางทหาร และเตือนว่าท่าเรือที่ถูกใช้ในลักษณะนี้จะถือเป็นเป้าหมายที่สามารถโจมตีได้โดยชอบธรรม

ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจสำคัญของพลังงานโลก
ความตึงเครียดในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันเปราะบางจากการกระทำของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก การเคลื่อนไหวของอิหร่านในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และขู่ว่าจะโจมตีเรือทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบแห่งนี้ถูกปิดโดยปริยาย ในวันที่ 11 มีนาคม ได้มีรายงานว่าเรือ 3 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองทัพอิหร่านยอมรับว่าเป็นผู้โจมตีเรือ 2 ลำ ได้แก่ เรือสินค้าติดธงชาติไทยชื่อ “มยุรี นารี” และเรือติดธงชาติไลบีเรียชื่อ “เอ็กซ์เพรส โรม” โทษฐานที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของพวกเขา
การโจมตีโต้ตอบครั้งใหญ่ และคำเตือนปิดอ่าวเปอร์เซีย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มอิหร่านอย่างหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ในขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ก็ได้ประกาศเตือนว่าจะปิดกั้นการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย หากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป
IRGC ระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคหลายแห่ง รวมถึงการส่งโดรนโจมตีฐานทัพในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธจำนวนหนึ่งใส่พื้นที่ตอนกลางของอิสราเอลอีกด้วย

ทรัมป์ยืนยันความปลอดภัยและพร้อมคุ้มกัน
ในอีกด้านหนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาอ้างว่าอิหร่านไม่ประสบความสำเร็จในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปเกือบทั้งหมดแล้ว และยังคงกระตุ้นให้เรือบรรทุกน้ำมันเดินทางผ่านช่องแคบนี้ต่อไป โดยยืนยันว่าเส้นทางนี้ปลอดภัย
ทำเนียบขาวได้ย้ำคำเตือนของทรัมป์ว่า สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง หากอิหร่านพยายามปิดเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปัจจุบันได้ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกเกือบ 1 ใน 5 ต้องหยุดชะงักไปแล้ว พร้อมทั้งเสนอให้กองทัพเรืออเมริกันคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในเส้นทางดังกล่าว
บทสรุป: ความตึงเครียดที่ต้องจับตา
สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ คำขู่ของอิหร่านที่จะโจมตีท่าเรือทั่วภูมิภาคหากท่าเรือตนเองถูกคุกคาม พร้อมกับการตอบโต้ทางทหารจากทุกฝ่าย ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไม่เพียงจำกัดอยู่แค่ในภูมิภาค แต่ยังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพด้านพลังงานที่เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด