เกาะติดสถานการณ์ล่าสุด 10 มี.ค. 69: “ทรัมป์” ลั่นศึกอิหร่าน “จบเร็ว” ท่ามกลางความตึงเครียดและผลกระทบที่ขยายวง
เกาะติดสถานการณ์ล่าสุด 10 มี.ค. 69 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเผยศึกอิหร่านจะจบลงในไม่ช้า ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงและผลกระทบต่อชีวิตผู้คน พร้อมจับตาช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันโลก
ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทั่วโลกจับตา และล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า สงครามอิหร่านจะ "จบเร็ว" พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงชัยชนะที่ใกล้เข้ามา แม้ว่าสถานการณ์จริงบนภาคพื้นดินจะยังคงสร้างความกังวลและผลกระทบอย่างหนักต่อผู้คนในภูมิภาค
มุมมองของ "ทรัมป์" ต่อสงครามที่ใกล้สิ้นสุด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมพรรครีพับลิกัน โดยระบุถึงสงครามในอิหร่านว่าเป็นเพียงภารกิจสั้น ๆ นอกวาระหลักของเขา ทรัมป์ยืนยันว่าการตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นการชิงลงมือก่อน เนื่องจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าอิหร่านกำลังเตรียมโจมตีสหรัฐฯ และพันธมิตรอย่างอิสราเอล รวมถึงพื้นที่ตะวันออกกลางด้วยขีปนาวุธจำนวนมหาศาล และหากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ก็อาจใช้โจมตีอิสราเอล

ทรัมป์อ้างว่าสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทำลายเครื่องยิงขีปนาวุธและกองทัพเรือของอิหร่านไปแล้วถึง 80% และปฏิบัติการครั้งนี้กำลังดำเนินไปได้รวดเร็วกว่าที่ประเมินไว้ โดยเป้าหมายที่เหลือสามารถจัดการได้ภายในวันเดียว เขาย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะบรรลุ "ชัยชนะเบ็ดเสร็จ" เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามที่ยืดเยื้อนี้อย่างถาวร นอกจากนี้ ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBS News ว่า สงครามกับอิหร่าน “ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์มากแล้ว” และรัฐบาลวอชิงตันกำลังดำเนินการ “รุดหน้าไปไกลมาก” เมื่อเทียบกับกรอบเวลาที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรกว่าต้องใช้เวลา 4-5 สัปดาห์
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและช่องแคบฮอร์มุซ
แม้จะยอมรับถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ทรัมป์เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะกลับมาพุ่งสูงขึ้นทันทีที่เรื่องนี้จบลง และราคาน้ำมันจะปรับตัวลงในระยะยาว แม้ว่าในช่วงเริ่มต้นจะพุ่งสูงขึ้นจากการที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกเกือบจะถูกปิดตาย ซึ่งทรัมป์กำลังพิจารณาเข้าควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งนี้เพื่อรับประกันการเดินเรือ
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะบริหารของทรัมป์กำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย เพื่อช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้ความพยายามของสหรัฐฯ ในการตัดรายได้ของรัสเซียที่ใช้ทำสงครามในยูเครนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นก็ตาม
สถานการณ์ของผู้คนและการอพยพ
ในขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความมั่นใจถึงชัยชนะ บีบีซีไทยได้รายงานถึงความรุนแรงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตผู้คนในอิหร่าน ตั้งแต่การสู้รบที่ปะทุขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรายงานเสียงระเบิดในหลายเมืองสำคัญ รวมถึงกรุงเตหะราน เมืองคาราจ เมืองอิสฟาฮาน และเมืองกอม และยังมีการกล่าวอ้างถึงการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในวันแรกของการโจมตี

กลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในอิหร่านได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและการสื่อสาร ครอบครัวของสุวรรณา เพียรทอง ที่อาศัยอยู่ในกรุงเตหะราน เล่าถึงประสบการณ์การสู้รบว่า "ความรุนแรง ระเบิดมันเกิดทุกวัน รอบเช้า บ่าย กลางวัน เย็น บางทีรอบดึก ตีสี่ตีห้า เราไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่" นอกจากนี้ อินเทอร์เน็ตยังถูกตัดขาดทุกช่องทาง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก
ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 29 คน ได้เดินทางอพยพจากเตหะรานถึงกรุงเทพมหานคร โดยผ่านทางตุรกี และมีคนไทยอีกหลายสิบคนกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องวีซ่าขาออกเพื่ออพยพกลับประเทศในรอบต่อไป ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 มีคนไทย 49 คน ที่ได้รับการยืนยันว่าจะเดินทางออกมา
อนาคตที่ไม่แน่นอน
แม้ทรัมป์จะยืนยันว่าสงครามใกล้จบลงและสหรัฐฯ กำลังจะได้รับชัยชนะเบ็ดเสร็จ แต่สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดคนก่อนเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา โดยทรัมป์ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อผู้นำคนใหม่ แต่กลับระบุว่ามีคนที่อยู่ในใจที่จะให้มาเป็นผู้นำอิหร่านแล้ว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์และอนาคตทางการเมืองของอิหร่านที่ยังคงเป็นปริศนา.