6 วันแรก "สงครามอิหร่าน" ผลาญงบสหรัฐฯ พุ่ง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์: เบื้องหลังวิกฤตที่มากกว่าตัวเลข
6 วันแรกสงครามอิหร่าน สหรัฐฯ สิ้นงบกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมเสียงวิจารณ์ไร้เป้าหมายและผลกระทบเศรษฐกิจโลก. อ่านสรุปวิกฤตล่าสุดที่นี่!
วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตา และดูเหมือนว่าการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังสร้างบาดแผลที่ลึกซึ้งกว่าที่คาดคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านงบประมาณ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจต่อสภาคองเกรสว่า เพียงแค่ 6 วันแรกของปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน สหรัฐฯ ต้องใช้งบประมาณไปแล้วสูงถึงกว่า 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.6 - 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเริ่มต้นที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอีกมหาศาลที่เกิดขึ้นก่อนการปะทะ นี่คือสัญญาณเตือนถึงต้นทุนมหาศาลที่อาจตามมา และความไม่แน่นอนของสงครามครั้งนี้
งบประมาณที่พุ่งพรวด: ตัวเลขที่น่าตกใจ
จากการประชุมปิดลับที่เพนตากอนได้ชี้แจงต่อสภาคองเกรสเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวเลข 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปฏิบัติการโจมตี สมาชิกสภาคองเกรสหลายราย โดยเฉพาะจากพรรคเดโมแครต แสดงความกังวลอย่างหนักต่อการใช้จ่ายนี้ และคาดการณ์ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจยื่นขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการรบในระยะยาว ซึ่งบางแหล่งข่าวประเมินว่าอาจสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจจะยังต่ำกว่าความเป็นจริงในท้ายที่สุด

เสียงวิจารณ์จากสภาคองเกรส: ไร้ซึ่งเป้าหมาย?
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดย สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ตั้งคำถามถึงรัฐบาลทรัมป์ว่า "เราเข้าสู่สงครามนี้ทำไม เป้าหมายคืออะไร และจะใช้วิธีไหนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น" ประเด็นนี้นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการอภิปรายสาธารณะและเรียกตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาให้ปากคำ เนื่องจากความพยายามในการระงับสงครามผ่านมติอำนาจในการทำสงครามถูกปัดตกไปก่อนหน้านี้ ความไม่โปร่งใสและการไม่สามารถตอบคำถามถึงจุดจบของสงครามได้ ทำให้รัฐบาลทรัมป์เผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรายงานว่าขีปนาวุธของสหรัฐฯ คือต้นเหตุของการโจมตีโรงเรียนประถมเด็กหญิงในอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์กว่า 160 ราย
ยุทธวิธีและผลกระทบที่กว้างขวาง
ยุทธวิธีที่แตกต่าง
ความแตกต่างในยุทธศาสตร์การรบมีผลต่องบประมาณอย่างมาก สหรัฐฯ พึ่งพายุทโธปกรณ์ที่มีราคาสูง ในขณะที่อิหร่านเน้นการใช้ "โดรนโจมตีเที่ยวเดียว" (one-way drones) ราคาประหยัดแต่สร้างความเสียหายได้รุนแรง มีรายงานที่น่าสนใจว่า สหรัฐฯ เคยปฏิเสธข้อเสนอจากยูเครนในการช่วยพัฒนาระบบป้องกันโดรน แต่กลับต้องรีบขอความช่วยเหลือจากยูเครนในเรื่องนี้ทันทีเมื่อสงครามกับอิหร่านปะทุขึ้น
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม
สงครามครั้งนี้ไม่เพียงแต่ผลาญงบประมาณกองทัพ แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของชาวอเมริกันและเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยโฆษกกองทัพอิหร่านได้แถลงเตือนถึงการที่โลกต้องเตรียมรับน้ำมันราคา 200 ดอลลาร์/บาร์เรล หากสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงถูกบ่อนทำลาย ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญร่วงกราว ความขัดแย้งยังได้ขยายวงกว้างไปยังเลบานอน และส่งผลให้ตลาดพลังงานและระบบขนส่งทั่วโลกเกิดความปั่นป่วน จนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่านและเลบานอน

ความกังวลด้านยุทโธปกรณ์
สมาชิกสภาคองเกรสยังแสดงความกังวลว่าสงครามครั้งนี้อาจทำให้คลังอาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต เพนตากอนจึงต้องเร่งเติมคลังยุทโธปกรณ์ที่ถูกใช้ไป ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระงบประมาณ
อนาคตที่ไม่แน่นอนของสงครามอิหร่าน
แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนว่าสหรัฐฯ "ชนะแล้ว" และอ้างว่า "สงครามจบลงตั้งแต่ชั่วโมงแรก" แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป และอาจยืดเยื้อเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงลิ่วเพียง 6 วันแรกนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ท่ามกลางคำถามมากมายเกี่ยวกับเป้าหมาย ผลกระทบ และจุดจบของสงครามอิหร่าน ที่ยังคงเป็นปริศนาและสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล