ITA: สองความหมายสำคัญในบริบทโลกและไทย จากสายการบินสู่เครื่องมือต้านคอร์รัปชัน
เจาะลึก "ITA" สองมิติที่กำลังเป็นประเด็นร้อน! จาก ITA Airways สัญลักษณ์แห่งสันติภาพในการเดินทางของสมเด็จพระสันตะปาปา สู่ ITA ของ ป.ป.ช. เครื่องมือยกระดับความโปร่งใสภาครัฐไทยด้วยดิจิทัล
"ITA" เป็นคำย่อที่ปรากฏในข่าวสารสำคัญหลายประเด็น ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ แต่มีที่มาและความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจสองบริบทหลักของ "ITA" ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในปัจจุบัน นั่นคือ "ITA Airways" สายการบินแห่งชาติของอิตาลี ที่เชื่อมโยงกับสาส์นแห่งสันติภาพจากสมเด็จพระสันตะปาปา และ "ITA" ในฐานะเครื่องมือประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐไทย ซึ่งกำลังถูกยกระดับเพื่อต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชัน
ITA Airways: เมื่อสายการบินคือสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและการเดินทางของสมเด็จพระสันตะปาปา
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส (Leone XIV ตามข่าว) ทรงใช้โอกาสในการพบปะกับผู้บริหารและพนักงานของ ITA Airways สายการบินแห่งชาติอิตาลี เพื่อส่งสารอันทรงพลังเกี่ยวกับสันติภาพและการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม พระองค์ทรงย้ำเตือนว่า “เครื่องบินควรเป็นพาหะแห่งสันติภาพเสมอ ไม่ใช่สงคราม!” ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่เต็มไปด้วยขีปนาวุธและการโจมตีทางอากาศ พระองค์ทรงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่เทคโนโลยี ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเป็นสิ่งดี ถูกนำมาใช้ในการทำสงคราม

สมเด็จพระสันตะปาปาทรงชี้ว่า การใช้ระเบิดจากอากาศควรถูกห้ามไปตลอดกาลหลังจากประสบการณ์อันเลวร้ายในศตวรรษที่ 20 แต่ในทางกลับกัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกลับทำให้เครื่องมือทำลายล้างเหล่านี้ซับซ้อนยิ่งขึ้น “นี่ไม่ใช่ความก้าวหน้า แต่เป็นการถดถอย!” พระองค์ตรัสเน้นย้ำ
สำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาแล้ว การเดินทางของพระองค์โดยสายการบิน ITA Airways ถือเป็น "เส้นทางแห่งสันติภาพ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเจรจา การพบปะ และความเป็นพี่น้อง การเดินทางเผยแพร่ศาสนาที่เริ่มต้นโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ในปี 1964 และสืบทอดโดยพระสันตะปาปาองค์ต่อๆ มา ได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของภารกิจของผู้นำคริสตจักรในยุคปัจจุบัน โดย ITA Airways ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเดินทางเหล่านี้ ในอนาคตอันใกล้ สมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จเยือนแอฟริกา โดยมี ITA Airways เป็นผู้พาหนะในการเดินทางเยือนหลายประเทศ อาทิ แอลจีเรีย แคเมอรูน แองโกลา และอิเควทอเรียลกินี แสดงให้เห็นถึงบทบาทของสายการบินในการสร้างสะพานเชื่อมวัฒนธรรมและส่งเสริมสันติภาพทั่วโลก
ITA โดย ป.ป.ช.: ยกระดับความโปร่งใสภาครัฐไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
ในอีกบริบทหนึ่ง คำว่า ITA ย่อมาจาก “Integrity and Transparency Assessment” หรือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการยกระดับธรรมาภิบาลและต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมิน ITA พร้อมด้วย ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้แถลงความคืบหน้าการพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยุคดิจิทัล โดยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและแอปพลิเคชัน Traffy Fondue มาประยุกต์ใช้เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมินมากยิ่งขึ้น
องค์ประกอบสำคัญของการประเมิน ITA ที่ยกระดับขึ้น:
- IIT (Internal Integrity and Transparency Assessment): การประเมินโดยบุคลากรภายในหน่วยงาน
- EIT (External Integrity and Transparency Assessment): การประเมินโดยผู้ใช้บริการหน่วยงาน
- OIT (Open Data Integrity and Transparency Assessment): การเปิดเผยข้อมูลในกระบวนการทำงานและการจัดซื้อจัดจ้าง
- PIT (Public Integrity Transparency Assessment): แนวคิดใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมประเมินภาพลักษณ์และความพึงพอใจต่อหน่วยงานภาครัฐในระดับประเทศ
ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ ย้ำว่า การต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชันต้องมาจากความซื่อสัตย์ และการประเมิน ITA ต้องไม่ใช่เพียงแค่ "เอกสาร" หรือ "รัฐกระดาษ" ที่ดูดีเพียงบนกระดาษ แต่ต้องนำไปสู่การทำงานจริง การบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความรักความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อองค์กรภาครัฐอย่างแท้จริง โดยมี 20 หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึง ป.ป.ช. กกต. สตง. และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) เป็นหน่วยงานต้นแบบที่จะเข้ารับการตรวจสอบด้วยเครื่องมือใหม่นี้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569
ไม่ว่าจะเป็น ITA Airways ที่เชื่อมโยงโลกด้วยเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือ ITA ของ ป.ป.ช. ที่มุ่งมั่นยกระดับความโปร่งใสในประเทศ ทั้งสอง "ITA" ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ว่าจะด้วยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมทางสังคม เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติและการสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้น