จตุพร เตือนภัย! "เรือมยุรี นารี" ส่อชักศึกเข้าไทย หวั่นพัวพันสงครามตะวันออกกลาง
จตุพร พรหมพันธุ์ เตือนภัยเรือมยุรี นารี อาจลากไทยพัวพันสงครามตะวันออกกลาง รัฐบาลต้องเร่งสอบสวนท่ามกลางกองทัพเรือเตือนภัยลูกเรือผวาความรุนแรง.
ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ได้ออกมาไลฟ์สดตั้งข้อสังเกตถึง "เรือมยุรี นารี" ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรือสัญชาติไทย (แม้ลูกเรือจะเป็นอินเดีย) ว่ามีพิรุธส่อแวว "ชักศึกเข้าบ้าน" และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนอย่างเร่งด่วน โดยเกรงว่าไทยอาจต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามในตะวันออกกลางโดยไม่จำเป็น
"เรือมยุรี นารี" ตัวแปรสำคัญที่อาจลากไทยเข้าสู่สมรภูมิ?
นายจตุพรได้กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงความพยายามของเรือ "มยุรี นารี" ที่ต้องการแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะได้รับการเตือนจากกองทัพเรือไทยถึง 4 ครั้ง และจากอิหร่านอีกหลายครั้งก็ตาม การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการ "ลองของ" ที่อาจนำภัยมาสู่ประเทศไทย เพราะเท่ากับเป็นการพาตัวเองเข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง
นายจตุพรยังได้วิเคราะห์สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านว่า มีแนวโน้มที่จะจบลงได้ยาก คล้ายกับกรณีสงครามเวียดนามที่สหรัฐฯ ต้องพ่ายแพ้ เพราะการต่อสู้ด้วยอุดมการณ์และศรัทธาทางศาสนานั้นยากจะเอาชนะได้ อีกทั้งอิหร่านในวันนี้ก็มีแสนยานุภาพทางอาวุธที่ไม่ได้เป็นรองสหรัฐฯ เลย การที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ยื่นประณามสถานการณ์ดังกล่าว ก็ยิ่งถูกตีความว่าเป็นการ "เลือกข้าง" อย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

ชีวิตลูกเรือในสมรภูมิช่องแคบฮอร์มุซ: ความเสี่ยงที่น่าสะพรึงกลัว
ขณะที่นักการเมืองกำลังถกเถียงเรื่องนโยบาย ลูกเรือหลายหมื่นชีวิตที่ติดค้างอยู่ใน อ่าวเปอร์เซีย และบริเวณใกล้เคียง ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ อามีร์ ลูกเรือชาวปากีสถาน และไฮน์ ลูกเรือชาวเมียนมา ได้เล่าถึงภาพอันน่าหวาดผวาที่กลายเป็นเรื่องปกติ เช่น โดรน ขีปนาวุธร่อน และเครื่องบินขับไล่ ที่บินวนเวียนอยู่แทบทุกวัน
- ความหวาดกลัวต่อชีวิต: ลูกเรือหวาดกลัวว่าโดรนหรือขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นอาจตกลงมาบนเรือของพวกเขา
- ไร้ที่พึ่ง: ไม่มีที่หลบภัยโดยเฉพาะบนเรือ และแม้แต่การจอดทอดสมออยู่ที่ท่าเรือก็ยังไม่ปลอดภัย
- ผลกระทบทางจิตใจ: มีรายงานการเสียชีวิตของลูกเรือบนเรือสกายลาร์กเมื่อวันที่ 1 มี.ค. และผู้รอดชีวิตต้องทนทุกข์กับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก
กัปตัน อานัม โชวดูรี ประธานสมาคมเจ้าหน้าที่พาณิชย์นาวีแห่งบังกลาเทศ ประมาณการว่ามีลูกเรือกว่า 20,000 คนที่ติดค้างอยู่ในภาวะวิกฤตนี้ ซึ่งเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนและความอันตรายของสถานการณ์ในพื้นที่

กองทัพเรือไทยและมาตรการป้องกัน
กองทัพเรือไทย (ทร.) ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้ออก คำเตือนการเดินเรือ ในพื้นที่เสี่ยงรวม 4 ฉบับ (วันที่ 24 กุมภาพันธ์, 2 มีนาคม, 6 มีนาคม และ 10 มีนาคม 2569) เพื่อแจ้งเตือนผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ เปิดเผยว่า การแจ้งเตือนที่เข้มข้นขึ้นในวันที่ 6 มีนาคม เป็นผลมาจากการที่สถิติการขนส่งทางเรือในพื้นที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ จาก 183 ลำ เหลือเพียงหลักหน่วยภายในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความเสี่ยงสูง
อุปสรรคและความเสี่ยงในการเดินเรือ
- การรบกวนสัญญาณ: พบการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบกำหนดตำแหน่งเรือ (GPS) และอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียม ทำให้การเดินเรือเป็นไปได้ยากและเสี่ยงอันตราย
- คำแนะนำสากล: องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ได้ยกระดับคำแนะนำให้ งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยสิ้นเชิง แล้ว
ปัจจุบัน กองทัพเรือยืนยันว่าไม่มีเรือไทยเดินทางเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม และยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเครือข่ายประสานงานระหว่างประเทศ เพื่อความปลอดภัยของคนไทยและผลประโยชน์ของชาติ
บทสรุป: ไทยต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
คำเตือนของนายจตุพรเกี่ยวกับ "เรือมยุรี นารี" และความเสี่ยงที่ไทยจะถูกดึงเข้าสู่สงครามตะวันออกกลาง ถือเป็นประเด็นที่รัฐบาลไม่อาจมองข้ามได้ การสอบสวนอย่างโปร่งใสและครอบคลุมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อคลี่คลายข้อพิรุธและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับชีวิตของลูกเรือไทยและลูกเรือสัญชาติอื่นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายในช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องดำเนินนโยบายด้วยความรอบคอบและเป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน