เปิดโปงกรณี “จอม กัมปนาท”: จากดาวรุ่ง Web3 สู่ข้อกล่าวหาหลอกลงทุนคริปโต สะเทือนวงการ
เจาะลึกกรณี "จอม กัมปนาท" อดีตผู้บริหาร KXVC ที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลงทุนดีลโทเค็นปลอม สร้างความเสียหายหลายล้านดอลลาร์ พร้อมคำเตือนจาก KXVC และบทเรียนสำหรับนักลงทุน
ในโลกของการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน หนึ่งในกรณีอื้อฉาวที่กำลังเป็นที่จับตาและสร้างความตกตะลึงให้กับวงการคริปโตทั้งในและต่างประเทศ คือเรื่องราวของ นายกัมปนาท วิมลโนท หรือที่รู้จักในชื่อ "จอม" อดีตผู้บริหารระดับสูงที่เคยถูกยกให้เป็นดาวรุ่งแห่งวงการ Web3 ของไทย ผู้ซึ่งกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาว่าใช้ "ดีลโทเค็นปลอม" ในการหลอกลวงนักลงทุน สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ก่อนจะขาดการติดต่อและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย กรณีนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงความเปราะบางของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ยังสะท้อนปัญหา "อาชญากรรมคอปกขาว" ที่ใช้ความน่าเชื่อถือและความรู้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์อย่างมิชอบ
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ บทบาทของ "จอม กัมปนาท" ในฐานะอดีต Managing Director ของ KXVC (บริษัท กสิกรเอกซ์ เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด) ซึ่งเป็นกองทุน Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือ KBTG ของธนาคารกสิกรไทย กลไกของการหลอกลวงที่ถูกกล่าวหา และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้เสียหายและวงการโดยรวม รวมถึงคำเตือนสำคัญจาก KXVC และข้อคิดที่ได้จากกรณีนี้
จากนักวิเคราะห์สู่ดาวรุ่ง Web3: การสร้างภาพลักษณ์ของ "จอม กัมปนาท"
เรื่องราวของนายกัมปนาท วิมลโนท เริ่มต้นขึ้นอย่างน่าสนใจ จากจุดเริ่มต้นที่ดูมีอนาคตสดใส เขาสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว
ก้าวแรกในวงการ Venture Capital (VC)
ตั้งแต่ปี 2017 "จอม" เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิเคราะห์ในบริษัท Venture Capital แห่งหนึ่ง โดยในเวลานั้น มาร์ค ผู้บริหารบริษัทระบบชำระเงินในกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสรู้จักกับจอมเป็นครั้งแรก และเห็นว่าเขาเป็นคนสุภาพ กระตือรือร้น และมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดี คุณสมบัติเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจและเป็นที่ยอมรับในสายตาของผู้คนในวงการ
การไต่เต้าสู่ตำแหน่งสำคัญและภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง
ในช่วงหลายปีต่อมา "จอม" ได้พัฒนาตนเองและสร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวาง เขาสะสมประสบการณ์กว่า 10 ปีในการให้คำปรึกษาแก่สตาร์ตอัป เคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีให้กับหน่วยงานภาครัฐ และช่วยบริษัทต่างๆ ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ประวัติการทำงานที่โดดเด่นนี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนที่มีความรู้ความสามารถและเครือข่ายกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยี Web3 ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง
ด้วยวุฒิปริญญาโทด้าน Investment Analysis จากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นใบเบิกทางที่เพิ่มความน่าเชื่อถือ ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์การลงทุนของเขา ภาพลักษณ์ของเขาถูกเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2024 เขาก้าวขึ้นสู่เวทีระดับนานาชาติในงาน Singapore FinTech Festival เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ในฐานะนักลงทุนคริปโตที่สามารถดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบันการเงินเข้าสู่บริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ได้ การปรากฏตัวในเวทีสำคัญนี้ยิ่งทำให้เขาถูกมองว่าเป็น "คนวงใน" ที่มีความเชี่ยวชาญ และสามารถเข้าถึง "ดีลการลงทุนระดับพรีเมียม" ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรายอื่นๆ

ความเชื่อมโยงกับ KXVC: บทบาทและคำเตือนที่สำคัญ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ "จอม กัมปนาท" คือความเชื่อมโยงกับ บริษัท กสิกรเอกซ์ เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ KXVC ซึ่งเป็นกองทุน Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือ KBTG ของธนาคารกสิกรไทย
KXVC: กองทุน CVC เพื่อลงทุนในสตาร์ตอัป
KXVC เปิดตัวในปี 2023 โดยมีมูลค่ากองทุนสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีวัตถุประสงค์หลักในการลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัปที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Web3 และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ด้วยความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่างธนาคารกสิกรไทย ทำให้ KXVC มีภาพลักษณ์ของความมั่นคงและน่าเชื่อถือสูง
บทบาทของ "จอม กัมปนาท" ใน KXVC
นายกัมปนาท วิมลโนท เคยดำรงตำแหน่ง Managing Director ของ KXVC ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารระดับสูงที่แสดงถึงความสามารถและความไว้วางใจที่เขาได้รับจากองค์กร อย่างไรก็ตาม ข่าวที่ 1 และ 3 ระบุว่า KXVC ได้แจ้งบนหน้าเว็บไซต์ว่า นายกัมปนาท วิมลโนท ได้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัทฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 (2025) เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน การพ้นจากตำแหน่งนี้เกิดขึ้นก่อนที่เรื่องราวการฉ้อโกงจะถูกเปิดเผยสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2026
คำเตือนจาก KXVC: โปรดระวังผู้แอบอ้าง
จากข้อมูลข่าวที่ 1 และ 3 สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ KXVC ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างชัดเจน หลังพบการแอบอ้างชื่อบริษัทและอดีตผู้บริหาร เพื่อหลอกลวงนักลงทุนให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ทางบริษัทฯ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญดังนี้:
- KXVC เป็นกองทุน CVC ที่ใช้เงินของบริษัทเองในการลงทุนเท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัป
- KXVC ไม่มีนโยบายระดมทุนจากบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นจากแหล่งเงินทุนใดๆ ก็ตาม
- KXVC ไม่เคยมีการมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำการแทน ในลักษณะการชักชวนให้ลงทุนหรือระดมทุนจากบุคคลทั่วไป
- ทางบริษัทฯ ขอยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
- หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำผิดในลักษณะนี้ สามารถแจ้งได้ที่ [email protected]
คำเตือนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการยืนยยันสถานะและนโยบายของ KXVC อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนตกเป็นเหยื่อของการแอบอ้างชื่อบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ
กลโกง "ดีลโทเค็นปลอม": วิธีการหลอกลวงนักลงทุน
กลไกของการหลอกลวงที่ "จอม กัมปนาท" ถูกกล่าวหาว่าใช้นั้น อาศัยช่องว่างและความปรารถนาของนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการลงทุนในระยะเริ่มต้นของโปรเจกต์คริปโตที่อาจให้ผลตอบแทนมหาศาล
การเสนอ "Token Allocation" สุดพิเศษ
ในโลกของการลงทุนคริปโตช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ นักลงทุนมักจะได้รับโอกาสในการซื้อ "token allocation" หรือโควตาการซื้อโทเค็นในราคาพิเศษก่อนที่จะเปิดขายต่อสาธารณะ (public sale) ดีลประเภทนี้มักจะมาพร้อมกับเงื่อนไขที่เรียกว่า "vesting" หรือการล็อกเหรียญไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง (หลายเดือนหรือหลายปี) โดยมีข้อเสนอว่าจะได้รับสิทธิ์ซื้อโทเค็นในราคาต้นทาง ซึ่งหากโทเค็นเปิดตลาดแล้วราคาพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนกลุ่มแรกๆ ก็มีโอกาสทำกำไรได้มหาศาล โอกาสลักษณะนี้มักจะกระจายอยู่ในเครือข่ายนักลงทุนกลุ่มเล็กๆ เช่น กลุ่ม Telegram หรือ WhatsApp ส่วนตัวของกองทุน Venture Capital ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ หรืออินฟลูเอนเซอร์คริปโต

การใช้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือเป็นเครื่องมือ
"จอม" ใช้ภาพลักษณ์ของการเป็น "คนวงใน" ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีเครือข่ายกว้างขวาง และเคยเป็นผู้บริหารของ KXVC เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เขาเสนอ "ดีลโทเค็นระดับเอ็กซ์คลูซีฟ" โดยอ้างว่าสามารถเข้าถึงโควตาการซื้อโทเค็นของโปรเจกต์ Web3 ที่มีศักยภาพสูงได้ ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะมอบสิทธิ์ในการจองโทเค็นในราคาพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนจำนวนมากใฝ่ฝัน การอ้างอิงถึงความสัมพันธ์กับกองทุน KXVC ซึ่งมีชื่อเสียงและได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับข้อเสนอที่เขาหยิบยื่น
นักลงทุนจะถูกชักชวนให้โอนเงินลงทุนจำนวนมากเข้าบัญชีส่วนตัวของ "จอม" โดยเชื่อว่าเป็นการเข้าร่วมการลงทุนในดีลพิเศษที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ จากแหล่งอื่น แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนไปแล้ว "จอม" กลับขาดการติดต่อและหายตัวไปในช่วงปลายปี 2025 ทำให้ดีลโทเค็นที่ถูกนำเสนอเป็นเพียง "ดีลโทเค็นปลอม" ที่ไม่มีอยู่จริง สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับผู้หลงเชื่อ
ความเสียหายและผลกระทบต่อผู้เสียหายและวงการ
กรณีของ "จอม กัมปนาท" ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งในด้านการเงินและชื่อเสียง โดยมีผลกระทบเป็นวงกว้าง
มูลค่าความเสียหายและจำนวนผู้เสียหาย
รายงานระบุว่ามีผู้เสียหายจากการหลอกลงทุนนี้อย่างน้อย 24 คน โดยแต่ละคนมีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่เกือบ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรวมกันแล้วเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สิ่งที่น่าสังเกตคือ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนในวงการคริปโตและมีฐานะทางการเงินที่ดี (มีอันจะกิน) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในวงการก็ยังตกเป็นเหยื่อได้
ผลจากความเสียหายนี้ทำให้ผู้ลงทุนบางรายถึงกับ "ปล่อยจอย" กับเงินที่สูญเสียไป ขณะที่บางรายก็เจ็บแค้นและเดินหน้าเอาเรื่องเพื่อทวงคืนความยุติธรรม กรณีนี้จึงกลายเป็นที่กล่าวขานกระฉ่อนไปทั้งวงการ Web2, Web3 และกองทุนร่วมลงทุน (VC)
เสียงสะท้อนจากสมาคม Thai Venture Capital Association (TVCA)
หลังจากข่าวอื้อฉาวนี้ถูกเผยแพร่ สมาคม Thai Venture Capital Association (TVCA) ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันที โดยได้ประกาศบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้รับทราบประเด็นที่เป็นข่าวแล้ว และได้มีการจัดการประชุมหารือภายใน รวมถึงมีการสื่อสารไปยังสมาชิกในสมาคม เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานอุตสาหกรรม การที่สมาคมฯ ต้องออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวงการ VC และสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย
บทเรียนจาก "อาชญากรรมคอปกขาว"
กรณีของ "จอม กัมปนาท" ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้บริหารหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี มีการศึกษาสูง กลับก่ออาชญากรรมทางการเงินในลักษณะนี้ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน วงการคริปโตไทยก็เคยได้รับผลกระทบจากกรณีความเสียหายของแพลตฟอร์มอย่าง Zipmex ที่ยังคงทิ้งแผลเป็นไว้ไม่จางหาย กรณีล่าสุดนี้จึงเป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำถึงแนวคิดเรื่อง "อาชญากรรมคอปกขาว" ที่ผู้กระทำความผิดมักเป็นผู้มีการศึกษา มีสถานะทางสังคมที่ดี และใช้ความรู้ความเข้าใจในระบบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
กรณีนี้สะท้อนคำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุที่เคยกล่าวไว้เมื่อ 75 ปีก่อนว่า "การศึกษานั้นมิได้มีความหมายว่า สามารถทำให้ใจมีความสะอาดสว่างและสงบ เมื่อใช้การศึกษาผิด แม้จะมีการศึกษามากเพียงไร ก็มีแต่จะยิ่งทำใจให้สกปรกมืดมัวและเร่าร้อนมากขึ้นเพียงนั้น" ซึ่งยังคงร่วมสมัยและเตือนใจได้ดีในปัจจุบัน ว่าความรู้และความสามารถเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะทำให้คนเป็นคนดี หรือไม่กระทำผิด
คำเตือนและข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนในยุคดิจิทัล
จากกรณีของ "จอม กัมปนาท" มีบทเรียนสำคัญหลายประการที่นักลงทุนและผู้ที่สนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลควรตระหนักและนำไปปฏิบัติ เพื่อป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อในอนาคต
1. ตรวจสอบข้อมูลและแหล่งที่มาอย่างละเอียด
- อย่าหลงเชื่อภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว: ผู้ฉ้อโกงมักสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ มีการศึกษาดี มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง เพื่อดึงดูดความไว้วางใจ
- ยืนยันตัวตนและประวัติ: ตรวจสอบข้อมูลประวัติการทำงาน ประสบการณ์ และความสัมพันธ์กับองค์กรต่างๆ ผ่านช่องทางที่เป็นทางการและน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงแค่คำกล่าวอ้าง
- ระวังการแอบอ้างชื่อองค์กร: หากมีการอ้างชื่อองค์กรหรือสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง ให้ตรวจสอบกับองค์กรนั้นโดยตรง (เช่น KXVC ที่มีประกาศเตือนและช่องทางแจ้งเบาะแส)
2. ทำความเข้าใจกลไกการลงทุน
- ศึกษาผลิตภัณฑ์ให้ถ่องแท้: ก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ โดยเฉพาะดีลที่ดูเหมือน "พิเศษ" หรือให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง ควรทำความเข้าใจถึงกลไก ความเสี่ยง และความเป็นไปได้ของผลตอบแทนนั้นๆ อย่างละเอียด
- ระวังดีลส่วนตัวที่คลุมเครือ: การลงทุนผ่านช่องทางส่วนตัว เช่น กลุ่ม Telegram หรือ WhatsApp ที่ไม่มีการรับรองหรือเอกสารที่เป็นทางการ มักมีความเสี่ยงสูง
- อย่าโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล: การลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีธรรมาภิบาล มักจะมีช่องทางการโอนเงินที่เป็นชื่อบริษัท กองทุน หรือแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวของบุคคล
3. แจ้งเบาะแสเมื่อพบความผิดปกติ
- อย่าลังเลที่จะสอบถาม: หากมีความสงสัยหรือพบสิ่งผิดปกติในการนำเสนอการลงทุน ควรสอบถามจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
- แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: หากพบการกระทำที่ส่อไปในทางฉ้อโกง หรือมีการแอบอ้างชื่อบริษัท ควรแจ้งข้อมูลไปยังองค์กรที่ถูกแอบอ้าง (เช่น KXVC ที่มีช่องทางให้แจ้งเบาะแส) หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทันที เพื่อยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่น
สรุป: บทเรียนอันล้ำค่าจากกรณี "จอม กัมปนาท"
กรณีของ "จอม กัมปนาท" เป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญที่เตือนใจนักลงทุนทุกคนในยุคที่เทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ความรู้ความสามารถและภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถืออาจกลายเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงได้หากขาดซึ่งคุณธรรมและธรรมาภิบาล ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ตัวเงิน แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่สูญเสียไปในระบบนิเวศการลงทุน
ในขณะที่วงการ VC และสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังพยายามสร้างมาตรฐานและธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งขึ้น การป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์และการฉ้อโกงในรูปแบบต่างๆ ยังคงเป็นหน้าที่สำคัญของนักลงทุนทุกคน การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน การพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และการไม่หลงเชื่อคำมั่นสัญญาที่เกินจริง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณก้าวผ่านความท้าทายในโลกการลงทุนที่ผันผวนและเต็มไปด้วยกลลวงได้อย่างปลอดภัย
หากมีข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับคดี "จอม กัมปนาท" เราจะอัปเดตให้ทราบต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนและนักลงทุน