คาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว? เปิดฉากสงครามครั้งใหญ่ในตะวันออกกลางและอนาคตที่ยังไม่แน่นอนของอิหร่าน
สำรวจสถานการณ์ล่าสุดหลังข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน อายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี จากปฏิบัติการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ-อิสราเอล วิเคราะห์ผลกระทบต่ออิหร่าน ตะวันออกกลาง และการเมืองโลก
ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ข่าวการเสียชีวิตของ อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนเวทีโลก ข่าวลือนี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่โดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับเสถียรภาพของภูมิภาคและอนาคตทางการเมืองของอิหร่าน บทความนี้จะเจาะลึกถึงสถานการณ์ล่าสุด ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และความไม่แน่นอนที่ยังคงปกคลุมอยู่เหนืออนาคตของอิหร่านและตะวันออกกลาง
การยืนยันที่ยังไม่ชัดเจน: คาเมเนอีเสียชีวิตจริงหรือ?
หลังจากปฏิบัติการโจมตีทางทหารร่วมของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตในอิหร่านไม่ต่ำกว่า 201 ราย ความตึงเครียดก็พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการว่า “ข้อบ่งชี้ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าทรราชผู้นี้ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” แม้จะไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนถึงการเสียชีวิตของคาเมเนอี แต่ถ้อยแถลงนี้ถือเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการว่าผู้นำที่หายตัวไปอาจเสียชีวิตแล้ว
นับตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มต้นขึ้น อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ก็ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะหรือส่งเสียงใด ๆ ออกมาเลย ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นความเสียหายอย่างหนักต่อบริเวณที่พักที่ปลอดภัยของท่านในกรุงเตหะราน ซึ่งถูกโจมตีอย่างรุนแรงในการระดมยิงชุดแรก หลักฐานเหล่านี้ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับข่าวลือการเสียชีวิตของท่าน

เสียงสะท้อนจากอิหร่าน: การปฏิเสธและการกล่าวหา
ในขณะที่ข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอีแพร่สะพัด รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ออกมากล่าวกับ Sky News ก่อนหน้านี้ว่า ผู้นำสูงสุดและประธานาธิบดีอิหร่าน “ยังปลอดภัยและมีสุขภาพดี” ด้านนาย อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านก็กล่าวกับ NBC News ว่าทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ “เท่าที่ผมทราบ”
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานผู้นำสูงสุดอิหร่านยังได้กล่าวหาว่าศัตรูของประเทศกำลังใช้ “สงครามจิตวิทยา” หลังจากมีรายงานข่าวจากอิสราเอลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผู้นั้นว่า “ศัตรูกำลังหันมาใช้สงครามจิตวิทยา ทุกคนควรตระหนัก” การตอบโต้เช่นนี้เป็นเรื่องปกติในสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาขวัญกำลังใจของประชาชนและบั่นทอนความน่าเชื่อถือของข่าวสารจากฝ่ายตรงข้าม
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Iran International ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นยิ่งขึ้น โดยระบุว่า “ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ Iran International สามารถยืนยันได้” การยืนยันนี้แตกต่างจากท่าทีระมัดระวังของ The Guardian และยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและน่าจับตามากยิ่งขึ้น เนื่องจาก Iran International เป็นสื่อที่มักจะนำเสนอข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งทำให้การยืนยันของพวกเขามีน้ำหนักในมุมมองหนึ่ง แต่ก็อาจถูกมองว่าเป็นการโหมโรงข่าวจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอิหร่านได้เช่นกัน
ปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล: แรงผลักดันและเป้าหมาย
การโจมตีครั้งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นผลพวงจากความตึงเครียดที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค และอุดมการณ์ทางการเมืองที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
ทัศนะของโดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า อิหร่านจะต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นตัวจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ-อิสราเอล ตามรายงานของ Channel 12 ของอิสราเอล ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับนักข่าวของ Channel 12 ทรัมป์กล่าวว่าเขาสามารถดำเนินปฏิบัติการต่อไปได้นานเท่าที่เขาต้องการ หรือจะยุติภายในไม่กี่วันก็ได้ เขาเตือนว่าสหรัฐฯ จะโจมตีอีกครั้งหากอิหร่านพยายามสร้างความเสียหายขึ้นมาใหม่ และกล่าวหาเตหะรานว่าถอยห่างจากการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ พร้อมเสริมว่าเขาได้ข้อสรุปว่าเตหะรานไม่ได้แสวงหาข้อตกลงอย่างจริงจัง
มุมมองของทรัมป์สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้งต่อเจตนาของอิหร่าน และความมุ่งมั่นที่จะใช้กำลังทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของอิหร่าน เขายังบรรยายการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ในวันเดียวกันว่าเป็นไปในเชิงบวก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศในการรับมือกับภัยคุกคามจากอิหร่าน
เสียงคัดค้านจากภายในสหรัฐฯ
ในขณะที่รัฐบาลทรัมป์ดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ภายในสหรัฐฯ เองก็มีเสียงคัดค้านอย่างรุนแรง นางคามาลา แฮร์ริส อดีตรองประธานาธิบดีที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งปี 2024 ให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประณามการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง เธอระบุในแถลงการณ์ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังลากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามที่ประชาชนอเมริกันไม่ต้องการ” แฮร์ริสย้ำว่า “ขอให้ชัดเจนว่า: ฉันคัดค้านสงครามเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่าน และกองทัพของเรากำลังถูกนำไปเสี่ยงอันตรายเพื่อสงครามทางเลือกของทรัมป์”
เธอกล่าวเสริมว่า “นี่เป็นการเสี่ยงอันตรายที่ไม่จำเป็นและเป็นอันตรายต่อชีวิตชาวอเมริกัน ซึ่งยังเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและสถานะของเราในโลก” แม้จะยอมรับว่า “ฉันรู้ถึงภัยคุกคามที่อิหร่านก่อขึ้น และพวกเขาจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธนิวเคลียร์” แต่เธอก็ย้ำว่าวิธีการที่ทรัมป์เลือกใช้นั้นไม่เหมาะสมและอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่า
คำวิพากษ์วิจารณ์ของแฮร์ริสสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างกว้างขวางในหมู่ฝ่ายค้านและสาธารณชนบางส่วนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการทำสงครามต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามที่อาจมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง ซึ่งอาจมีผลกระทบร้ายแรงในระยะยาวและนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ
ปฏิกิริยาของอิหร่านและผลกระทบในภูมิภาค
การโจมตีและการยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดย่อมก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงจากอิหร่าน ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการตอบโต้ต่อการโจมตีจากภายนอก
ภัยคุกคามจากการตอบโต้
นาย อาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่าน ได้โพสต์บน X (Twitter เดิม) เมื่อวันเสาร์ว่า “เราจะทำให้พวกอาชญากรไซออนิสต์และชาวอเมริกันที่ชั่วร้ายต้องเสียใจ” เขากล่าวเสริมว่า “ทหารผู้กล้าหาญและชาติที่ยิ่งใหญ่ของอิหร่านจะมอบบทเรียนที่ไม่มีวันลืมให้กับผู้กดขี่ที่มุ่งหน้าสู่นรกของระเบียบโลก” ถ้อยคำที่แข็งกร้าวเช่นนี้บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านที่จะตอบโต้การโจมตี และอาจนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้ง
คำขู่ของลาริจานีไม่ใช่เพียงแค่คำพูดเปล่าๆ อิหร่านมีเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธและพันธมิตรทั่วตะวันออกกลาง เช่น เฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในอิรักและซีเรีย ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล การตอบโต้เหล่านี้อาจอยู่ในรูปแบบของการโจมตีด้วยขีปนาวุธ การโจมตีทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หรือการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน
ความขัดแย้งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่ออิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียด้วย กระทรวงการต่างประเทศของคูเวตได้เรียกตัว โมฮัมหมัด ตูตุนชี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำคูเวต เมื่อวันเสาร์ หลังจากเตหะรานเปิดฉากโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียแห่งนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างออกไปแล้ว
การโจมตีคูเวตแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของอิหร่านในการตอบโต้เป้าหมายใดๆ ที่อิหร่านมองว่าเป็นพันธมิตรกับฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของภูมิภาคทั้งหมด ประเทศต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างก็อยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด เนื่องจากพวกเขาเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ และเป็นเป้าหมายที่อิหร่านอาจพิจารณาตอบโต้
การเคลื่อนไหวทางการทูตระหว่างประเทศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงเลขาธิการ NATO มาร์ก รุตเต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวกล่าว การเคลื่อนไหวทางการทูตอย่างเร่งด่วนนี้บ่งชี้ถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการประสานงานกับพันธมิตรในภูมิภาคและในระดับโลก เพื่อควบคุมสถานการณ์และวางแผนรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การหารือกับผู้นำประเทศในอ่าวเปอร์เซียมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศเหล่านี้เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก และเสถียรภาพของพวกเขามีผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก การหารือกับเลขาธิการ NATO แสดงให้เห็นถึงความกังวลของสหรัฐฯ ที่จะให้พันธมิตรตะวันตกเข้าใจสถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง
สถานการณ์ภายในอิหร่าน: ความสับสนและอนาคตที่คลุมเครือ
ขณะที่ความตึงเครียดภายนอกปะทุขึ้น สถานการณ์ภายในอิหร่านก็กำลังเผชิญกับความวุ่นวายและอนาคตที่ยังไม่แน่นอนอย่างยิ่ง
การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตและการรับรู้ของประชาชน
หลังจากเริ่มการโจมตี การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอิหร่านกับโลกภายนอกถูกตัดขาดเกือบทั้งหมด เหลือเพียงประมาณสี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับความต้องการของรัฐบาล การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเป็นกลยุทธ์ที่รัฐบาลอิหร่านมักใช้เพื่อควบคุมการไหลเวียนของข้อมูล ป้องกันการจัดการประท้วง และรักษาความมั่นคงภายในในช่วงเวลาวิกฤติ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต วิดีโอที่เผยแพร่จากอิหร่านก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกที่หลากหลายในหมู่ประชาชน ทั้ง “ความปีติยินดี ความหวาดกลัว และความคาดหวัง” เนื่องจากอนาคตของประเทศกลับขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของสงครามอย่างกะทันหัน ความปีติยินดีอาจมาจากกลุ่มผู้ไม่พอใจระบอบการปกครองที่มองว่านี่เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ความหวาดกลัวย่อมเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของสงครามและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ส่วนความคาดหวังคือการรอคอยว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางใด
ความรู้สึกที่ผสมผสานกันนี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกแยกทางความคิดภายในสังคมอิหร่าน ซึ่งมีทั้งผู้สนับสนุนระบอบการปกครองและผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด (หากได้รับการยืนยัน) จะสร้างสุญญากาศทางอำนาจและอาจจุดชนวนให้เกิดการประท้วงหรือการเคลื่อนไหวทางสังคมครั้งใหญ่ขึ้นได้
คำถามเรื่องผู้สืบทอดอำนาจ
หากอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตจริง คำถามสำคัญถัดไปคือ ใครจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุดในอิหร่าน กระบวนการสืบทอดตำแหน่งในอิหร่านมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งประกอบด้วยนักบวชอาวุโส
ผู้ที่ถูกจับตามองว่าเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ มักจะเป็นบุตรชายของท่านเอง หรือนักบวชอาวุโสท่านอื่นๆ ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับระบอบการปกครอง การเลือกผู้นำคนใหม่จะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อทิศทางของนโยบายภายในประเทศและต่างประเทศของอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นการสานต่อนโยบายเดิม การปรับเปลี่ยนสู่แนวทางที่ประนีประนอมขึ้น หรือแม้แต่การเพิ่มความแข็งกร้าว ซึ่งแต่ละทางเลือกย่อมส่งผลต่อความสัมพันธ์กับโลกตะวันตกและความมั่นคงในภูมิภาค
อนาคตของตะวันออกกลาง: บนเส้นทางแห่งความไม่แน่นอน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอนอย่างยิ่ง ผลลัพธ์ของสงครามและการยืนยันการเสียชีวิตของคาเมเนอีจะกำหนดทิศทางของภูมิภาคในอีกหลายปีข้างหน้า
ความเสี่ยงของการขยายตัวของความขัดแย้ง
หากอิหร่านตัดสินใจตอบโต้การโจมตีอย่างรุนแรง อาจนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาค ซึ่งอาจดึงดูดผู้เล่นอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ซาอุดีอาระเบียและประเทศในอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ รวมถึงรัสเซียและจีนที่อาจมีท่าทีต่อสถานการณ์ดังกล่าว
สงครามในตะวันออกกลางย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันและเส้นทางการค้า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกและอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยได้
บทบาทของข้อตกลงนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวหาอิหร่านว่าถอยห่างจากข้อตกลงนิวเคลียร์และไม่จริงจังกับการเจรจา หากคาเมเนอีเสียชีวิตจริงและผู้นำคนใหม่มีท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ที่เคยถูกฉีกโดยสหรัฐฯ ก็อาจจะถูกฝังกลบอย่างถาวร ซึ่งจะทำให้นานาชาติเผชิญกับความท้าทายในการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และอาจนำไปสู่การแข่งขันอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค
ภูมิทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป
การเปลี่ยนแปลงผู้นำสูงสุดในอิหร่าน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ย่อมเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศ การเสียชีวิตของคาเมเนอีอาจนำไปสู่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายใน หรืออาจเปิดประตูสู่การปฏิรูปบางอย่างที่ประชาชนเรียกร้องมานาน อย่างไรก็ตาม ด้วยการปิดกั้นข้อมูลและสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างรุนแรง การคาดการณ์อนาคตจึงเป็นเรื่องยากยิ่ง
หากรัฐบาลอิหร่านสามารถรักษาเสถียรภาพและเลือกผู้สืบทอดอำนาจได้อย่างราบรื่น การตอบโต้จากอิหร่านอาจถูกจำกัด แต่หากเกิดความวุ่นวายภายใน การตอบโต้อาจยิ่งรุนแรงและขาดการควบคุม ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับทุกฝ่าย
สรุป: โลกจับตาดูอิหร่านด้วยความกังวล
ข่าวการเสียชีวิตของอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้สร้างความตกตะลึงและจุดชนวนความกังวลไปทั่วโลก แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน และรัฐบาลเตหะรานยังคงพยายามตอบโต้ด้วยการอ้างว่าเป็น “สงครามจิตวิทยา” แต่หลักฐานต่างๆ และการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระบางแห่งก็บ่งชี้ว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
การโจมตีครั้งนี้ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าจะทำให้อิหร่านต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลายปี ได้รับเสียงคัดค้านจากภายในสหรัฐฯ เช่นจากอดีตรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ที่มองว่าเป็นสงครามเปลี่ยนระบอบการปกครองที่อันตราย
ในขณะเดียวกัน อิหร่านก็แสดงท่าทีจะตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่แข็งกร้าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง และได้โจมตีคูเวต ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของความขัดแย้งในภูมิภาค การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในอิหร่านและการผสมผสานของความรู้สึกปีติยินดี ความหวาดกลัว และความคาดหวังในหมู่ประชาชนสะท้อนให้เห็นถึงความสับสนและความไม่แน่นอนภายในประเทศ
ไม่ว่าอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี จะเสียชีวิตจริงหรือไม่ และใครจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง การโจมตีครั้งนี้ได้เปิดฉากบทใหม่ที่อันตรายและคาดเดาไม่ได้ในตะวันออกกลาง ซึ่งโลกต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของมันจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของโลกไปอีกนาน