พายุฤดูร้อนถล่มขุนยวม! เมืองมืดสนิท บ้านเรือนพังเสียหายหนัก กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทยเฝ้าระวัง
พายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อ 10 มี.ค. 69 ส่งผลไฟฟ้าดับ บ้านเสียหายหลายหลัง กรมอุตุฯ เตือนระวังพายุฝนฟ้าคะนองทั่วไทยถึง 13 มี.ค.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องเผชิญกับสถานการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุนแรงนานกว่า 20 นาที ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาไฟฟ้าดับทั่วทั้งเมือง ทำให้ชีวิตประจำวันและกิจกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงักลงชั่วขณะ
พายุฤดูร้อนกระหน่ำขุนยวม ไฟฟ้าดับวุ่น บ้านเรือนเสียหาย
เหตุการณ์พายุฝนฤดูร้อนที่อำเภอขุนยวมได้สร้างผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่บ้านแม่ซอ หมู่ที่ 5 ตำบลเมืองปอน ซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน หลังคาปลิว ต้นไม้หักโค่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายโดยองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองปอน เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นนานกว่า 30 นาที และยังมีอาการติดๆ ดับๆ ตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดความมืดมิดทั่วทั้งเมือง สถานการณ์นี้ยิ่งสร้างความยากลำบากให้กับงานพิธีสำคัญ เช่น งานศพ 2 แห่งในพื้นที่ ที่กำลังสวดพระอภิธรรมอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นตลอดคืน
บรรยากาศท้องฟ้ามืดครึ้มและพยากรณ์ว่าฝนอาจตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

กรมอุตุนิยมวิทยาและ สทนช. เตือนภัยพายุฤดูร้อนทั่วประเทศ
เหตุการณ์ที่อำเภอขุนยวมนี้สอดคล้องกับประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 10-13 มีนาคม 2569 โดยมีสาเหตุมาจากคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่ปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนที่แผ่เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทะเลจีนใต้
สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่
พื้นที่เสี่ยงภัยและข้อควรระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงและปานกลางในแต่ละวัน โดยเฉพาะภาคเหนือ ซึ่งมีจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงในช่วงแรก และจะขยายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่นๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะต่อไป

เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ทุกท่านระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดย:
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
- สำหรับเกษตรกร ควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
- ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือสายด่วน 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที