วิจัยกรุงศรี เตือน! ความตึงเครียดตะวันออกกลางสั่นคลอนเศรษฐกิจไทย กรณีเลวร้าย GDP ลด 0.6-0.9%

วิจัยกรุงศรีวิเคราะห์ความตึงเครียดตะวันออกกลาง ชี้เสี่ยงดันราคาน้ำมันพุ่ง ค่าขนส่ง-เงินเฟ้อสูง กระทบ GDP ไทยลดลงถึง 0.9% ในกรณีเลวร้ายสุด เตรียมรับมืออย่างไร

วิจัยกรุงศรี เตือน! ความตึงเครียดตะวันออกกลางสั่นคลอนเศรษฐกิจไทย กรณีเลวร้าย GDP ลด 0.6-0.9%

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงข่าวความขัดแย้งทางการเมือง แต่ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงครั้งนี้ วิจัยกรุงศรี ได้ออกมาวิเคราะห์และเตือนถึงผลกระทบรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่สถานการณ์บานปลาย อาจฉุดรั้งการเติบโตของ GDP ไทยให้ลดลงถึง 0.6-0.9% เลยทีเดียว

ต้นเหตุความเสี่ยง: ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง

ใจกลางของความเสี่ยงทางเศรษฐกิจครั้งนี้อยู่ที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบมากกว่า 1 ใน 3 ของการค้าน้ำมันดิบโลก หากช่องแคบนี้ถูกปิดหรือเกิดการหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลกอย่างมหาศาล วิจัยกรุงศรีชี้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ดันราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งขึ้นกว่า 87% จากระดับก่อนเกิดเหตุ สู่ระดับ 128 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ 13 มีนาคม 2569) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

สำหรับประเทศไทย ซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 58% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานของประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในภาพรวมของเศรษฐกิจไทย

ภาพประกอบ

ฉากทัศน์เลวร้าย: เงินเฟ้อพุ่ง GDP ดิ่ง

วิจัยกรุงศรีได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยออกเป็นหลายกรณี โดยใน กรณีเลวร้ายที่สุด หากความตึงเครียดยืดเยื้อและรุนแรงจนทำให้ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 110-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และภาครัฐไม่สามารถอุดหนุนราคาพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง:

  • เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น: จากกรณีฐานที่คาดไว้ที่ 0.2% อาจพุ่งสูงขึ้นถึง 3.0-4.5%
  • การเติบโตของ GDP ลดลง: จากกรณีฐานที่คาดว่าจะขยายตัว 2.0% (ณ 26 กุมภาพันธ์ 2569) อาจลดลงจากกรณีฐานราว -0.6 ถึง -0.9%

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า ระดับของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้

อุตสาหกรรมใดบ้างที่เปราะบางที่สุด?

ผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางจะส่งผลต่อภาคส่วนต่างๆ ของไทยไม่เท่ากัน โดยอุตสาหกรรมที่ถูกจัดว่าเปราะบางและได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด ได้แก่:

  • โรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี พลาสติกและบรรจุภัณฑ์: อุตสาหกรรมเหล่านี้พึ่งพาวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) จากตะวันออกกลางโดยตรง หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด อาจทำให้ต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินเครื่อง
  • โรงไฟฟ้า: โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ที่จะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลน LNG ซึ่งไทยนำเข้าจากภูมิภาคนี้ถึง 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมด
ภาพประกอบ

ผลกระทบวงกว้างในภาคส่วนอื่นๆ

นอกจากอุตสาหกรรมหลักข้างต้นแล้ว ยังมีภาคส่วนอื่นๆ ที่จะได้รับผลกระทบรองลงมาแต่ก็สำคัญไม่แพ้กัน:

  • ภาคการขนส่ง: ต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้น หรืออาจถึงขั้นขาดแคลนเชื้อเพลิง
  • ภาคเกษตรกรรม: ราคาปุ๋ยเคมีซึ่งไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมดจะแพงขึ้น หรืออาจขาดแคลนในอนาคต
  • ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร: ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น รวมถึงตลาดส่งออกที่อาจชะลอตัว
  • การขนส่งทางเรือและธุรกิจการบิน: เผชิญกับการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือและการปิดน่านฟ้า

มุมมองนักวิชาการและทางออกของประเทศไทย

ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง นักวิชาการด้านเศรษฐกิจพลังงาน ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ PostTalk ว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในไทยขณะนี้เข้าขั้นวิกฤต โดยราคาน้ำมันดิบขึ้นเป็นเท่าตัว และดีเซลเพิ่มขึ้นกว่า 100-150% แม้ว่ากลุ่ม G7 จะเข้ามารีเซิร์ฟน้ำมันช่วยลดราคาได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อไม่ต่ำกว่า 3 เดือน โดยเฉพาะการค้าขายน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็น 20-30% ของการค้าน้ำมันทั่วโลก ทำให้ทั่วโลกกำลังขาดแคลนน้ำมัน

ดร.ณรงค์ชัย มองว่ามาตรการ 6 ข้อของรัฐบาลในการประหยัดพลังงาน แม้จะดำเนินการได้รวดเร็ว แต่ก็เสนอให้มีการปรับใช้บางมาตรการมากขึ้น เช่น การเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมัน B100 เป็น B7 เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกใช้น้ำมันราคาถูกลง นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการคิดแผนรองรับสำหรับระยะสั้น-กลาง-ยาวในเรื่องการสำรองน้ำมัน และการแสวงหาแหล่งน้ำมันอื่นเพื่อมาทดแทนแหล่งจากตะวันออกกลาง

สรุป

ผลการวิเคราะห์จากวิจัยกรุงศรีและมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจพลังงาน ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์บานปลายและยืดเยื้อ ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และการเติบโตของ GDP ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การเตรียมพร้อมรับมือ การวางแผนกลยุทธ์ด้านพลังงาน และการบริหารจัดการเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนนี้

Read more

OpenAI ทะยานสู่ฮาร์ดแวร์: ChatGPT Phone พร้อมลุยตลาดต้นปี 2027 ชู Dimensity 9600 และ ISP อัจฉริยะ

OpenAI ทะยานสู่ฮาร์ดแวร์: ChatGPT Phone พร้อมลุยตลาดต้นปี 2027 ชู Dimensity 9600 และ ISP อัจฉริยะ

OpenAI กำลังเร่งพัฒนา ChatGPT Phone พร้อมเข้าสู่สายการผลิตต้นปี 2027 ชูจุดเด่นชิป Dimensity 9600 และ Image Signal Processor ขั้นสูง สู่ยุค AI Agent Phone

By ทีมงาน devdog
OpenAI สั่นสะเทือนวงการ! สมาร์ทโฟน AI ตัวแรกพร้อมชิป Dimensity 9600 จ่อเปิดตัวปี 2027

OpenAI สั่นสะเทือนวงการ! สมาร์ทโฟน AI ตัวแรกพร้อมชิป Dimensity 9600 จ่อเปิดตัวปี 2027

OpenAI เร่งเปิดตัวสมาร์ทโฟน AI-First ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 9600 สุดล้ำ พร้อมปลดล็อกประสบการณ์ Agentic Interface ใหม่ คาดส่ง 30 ล้านเครื่อง

By ทีมงาน devdog
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569: รื้อระบบใหม่หมด ใครคือ "คนจนตัวจริง" ที่ได้ไปต่อ?

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569: รื้อระบบใหม่หมด ใครคือ "คนจนตัวจริง" ที่ได้ไปต่อ?

กระทรวงการคลังเตรียมรื้อระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหญ่ในรอบ 9 ปี เปิดลงทะเบียนใหม่ปลาย พ.ค. 2569 พร้อมเกณฑ์คัดกรองเข้มข้น มุ่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริง

By ทีมงาน devdog
สมาร์ตโฟน OpenAI รุ่นแรก: เจาะลึกชิป Dimensity 9600 และลุ้นเปิดตัวปี 2027

สมาร์ตโฟน OpenAI รุ่นแรก: เจาะลึกชิป Dimensity 9600 และลุ้นเปิดตัวปี 2027

เจาะลึกสมาร์ตโฟน OpenAI รุ่นแรก! คาดใช้ชิป Dimensity 9600 และ AI สุดฉลาด พร้อมเปิดตัวปี 2027 กับเป้าหมาย 30 ล้านเครื่อง เตรียมสัมผัสประสบการณ์ใหม่!

By ทีมงาน devdog