KTC: เจาะลึกผลงานแข็งแกร่ง ท่ามกลางโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" หนุนคุณภาพสินทรัพย์
เจาะลึกผลงาน KTC ที่แข็งแกร่งกว่าอุตสาหกรรม ท่ามกลางแรงหนุนทางอ้อมจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้ลูกค้า สร้างความมั่นคงในระยะยาว
ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านคุณภาพสินทรัพย์และอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจ การวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ KTC ยังคงเป็นผู้นำในตลาด รวมถึงมุมมองเชิงบวกต่อโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่าง "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่แม้จะไม่ส่งผลตรงต่อยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต แต่กลับมีส่วนช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ
KTC โชว์ฟอร์มแกร่ง: การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและคุณภาพสินทรัพย์ดีเกินคาด
บล.ทิสโก้มีมุมมองที่แข็งแกร่งต่อคุณภาพสินทรัพย์ของ KTC ในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากฐานลูกค้าหลักที่เป็นพนักงานภาครัฐและเอกชนที่มีงานทำอย่างต่อเนื่อง รายงานระบุว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ KTC ในไตรมาสแรกของปี 2569 เติบโตถึง 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวมที่ 0.7% อย่างชัดเจน
โมเมนตัมที่ดีนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงเดือนเมษายนและพฤษภาคม โดยมีปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายในหมวดประกันและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาท่องเที่ยวระยะใกล้มากขึ้น ผู้บริหาร KTC ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 5.0% พร้อมทั้งส่วนแบ่งตลาดด้านการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 12.2% ในปี 2566 เป็น 13.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569

โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส": แรงหนุนทางอ้อมสู่การบริหารสภาพคล่องที่ดีขึ้น
ท่ามกลางการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน KTC ได้มองเห็นถึงประโยชน์ในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยผู้บริหาร KTC ได้ให้ความเห็นว่า แม้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐนี้อาจมิได้ส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสมาชิก แต่ถือเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้ผู้บริโภคมีเงินคงเหลือสำหรับบริหารภาระทางการเงินมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นได้
โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ซึ่งบริหารจัดการโดยธนาคารกรุงไทย (Krungthai Bank - KTB) ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 โดยรัฐช่วยจ่ายสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนกว่า 30 ล้านสิทธิ และกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกกว่า 13 ล้านคนก็ได้รับเงินเพิ่มเช่นกัน

การสนับสนุนจาก KTB และโอกาสในธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ
นอกจากนี้ KTB ยังคงให้การสนับสนุนธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถของ KTC โดยมีการส่งลูกค้าให้บริษัทมากขึ้นถึง 30% จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือภายในกลุ่มธนาคารกรุงไทย และจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถของ KTC ยังคงแข็งแกร่ง และบริษัทยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตในตลาดนี้ต่อไป
บทสรุป: KTC กับการรับมือความท้าทายและโอกาสใหม่
สรุปได้ว่า KTC ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ท่ามกลางการแข่งขันและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แม้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่าง "ไทยช่วยไทยพลัส" จะไม่ใช่การกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรโดยตรง แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของลูกค้า ซึ่งท้ายที่สุดแล้วย่อมส่งผลดีต่อเสถียรภาพและผลการดำเนินงานของ KTC ในระยะยาว