ลีดส์ ยูไนเต็ด: การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี และเส้นทางอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26

เจาะลึกฟอร์ม ลีดส์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก 2025/26 วิเคราะห์สถานการณ์หนีตกชั้น เกมล่าสุดกับแมนซิตี้ และพรีวิวแมตช์สำคัญกับซันเดอร์แลนด์ เพื่อความอยู่รอด

ลีดส์ ยูไนเต็ด: การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี และเส้นทางอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26

ในโลกของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและดราม่า ชื่อของ "ลีดส์ ยูไนเต็ด" หรือที่แฟนบอลคุ้นเคยกันในนาม "ยูงทอง" ยังคงเป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น แม้ว่าในฤดูกาล 2025/26 นี้ พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่ดุเดือดเพื่อรักษาตำแหน่งในลีกสูงสุด การแข่งขันทุกนัดมีความหมาย ทุกแต้มที่ได้มาคือลมหายใจต่อการอยู่รอด

สถานการณ์ปัจจุบันของ ลีดส์ บ่งบอกถึงความท้าทายที่หนักหน่วง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวังจากฟอร์มการเล่นที่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูกาลใกล้จะปิดฉากลง การแข่งขันที่เหลืออีกเพียง 10 รอบ ถือเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด การมุ่งมั่นทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกเกมที่ลงสนามคือสิ่งที่ ดาเนียล ฟาร์เค่ ผู้จัดการทีมและลูกทีมของเขาต้องยึดมั่น

ลีดส์ ยูไนเต็ด: สโมสรผู้ไม่ยอมแพ้บนเวทีพรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นมากกว่าแค่สโมสรฟุตบอล พวกเขาคือสัญลักษณ์ของเมืองยอร์กเชียร์และเป็นตัวแทนของความมุ่งมั่น ที่ผ่านมา ลีดส์ เคยโลดแล่นและประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอดีต แต่ในยุคปัจจุบัน การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกนั้นโหดร้ายและต้องอาศัยความคงเส้นคงวาในระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ลีดส์ กำลังพยายามค้นหาอย่างสุดกำลังในฤดูกาลนี้

ฤดูกาล 2025/26 ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญสำหรับ ลีดส์ พวกเขาต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นมาตลอด และจำเป็นต้องรักษาความมุ่งมั่นตั้งใจในระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมทำได้ค่อนข้างดีในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าผลเสมอจะมีจำนวนมาก แต่ในหลายเกมนั้น "เดอะไวท์ส" หรือ ลีดส์ ได้เริ่มต้นในฐานะทีมรองบ่อน การได้แต้มกลับมาจึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่อง

ภาพประกอบ

วิเคราะห์ฟอร์ม "ยูงทอง" ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

หากพิจารณาจากผลงานในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ลีดส์ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 15 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ทีมจากเอลแลนด์ โร้ดแพ้เพียง 3 นัด เสมอ 8 นัด และชนะ 4 นัด แม้ว่าจำนวนผลเสมอที่มากอาจทำให้ทีมของ ดาเนียล ฟาร์เค่ ยังไม่สามารถทำคะแนนนำห่างหรือขยับเข้าใกล้ตำแหน่งที่ปลอดภัยในลีกได้มากนัก แต่การที่ทีมสามารถเก็บแต้มจากทีมที่แข็งแกร่งกว่าได้นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นกำลังใจสำคัญ

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลีดส์ ยูไนเต็ด:

  • 01 มี.ค. 2026: แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 (เหย้า)
  • 21 ก.พ. 2026: เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)
  • 15 ก.พ. 2026: เสมอ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-1 (เยือน) [ชนะจุดโทษ/ผ่านเข้ารอบ เอฟเอ คัพ]
  • 11 ก.พ. 2026: เสมอ เชลซี 2-2 (เยือน)
  • 07 ก.พ. 2026: ชนะ ฟอเรสต์ 3-1 (เหย้า)

จะเห็นได้ว่าแม้จะแพ้ให้กับทีมหัวตารางอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาหมาดๆ แต่ผลงานโดยรวมก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่ามีลุ้น โดยเฉพาะการเก็บแต้มจากทีมอย่าง แอสตัน วิลล่า และ เชลซี นอกบ้าน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้กับทีมใหญ่ได้เป็นอย่างดี

ความได้เปรียบในบ้าน: ป้อมปราการเอลแลนด์ โร้ด

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ ลีดส์ สามารถใช้เป็นแต้มต่อในการหนีตกชั้นคือ "ความได้เปรียบในบ้าน" หรือที่สนาม เอลแลนด์ โร้ด แฟนบอลของ ลีดส์ ขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งไคล้และเสียงเชียร์ที่กระหึ่ม ซึ่งสามารถสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับทีมเยือนได้ ในการแข่งขันในบ้าน 8 นัดล่าสุด ทีมเจ้าบ้านชนะ 4 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 2 นัด โดยสองนัดที่แพ้คือการพบกับสองทีมอันดับต้นๆ อย่าง อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

การแสดงผลงานอันน่าประทับใจในบ้านยังรวมถึงการเอาชนะ เชลซี (3-1), เสมอกับ ลิเวอร์พูล (3-3) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1-1) รวมถึงการเอาชนะ ฟูแล่ม (1-0) และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (3-1) ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เอลแลนด์ โร้ด คือป้อมปราการที่แข็งแกร่งและยากที่จะบุกมาคว้าชัยกลับไปได้ง่ายๆ

เจาะลึกเกมล่าสุด: ลีดส์ 0-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 28 เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเอลแลนด์ โร้ด ระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 15 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง เป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับ ลีดส์ แม้ว่าผลจะออกมาด้วยความพ่ายแพ้ 0-1 แต่รูปเกมก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพยายามของ ลีดส์ อย่างเต็มที่

ในครึ่งแรก "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็แทบจะไม่มีโอกาสให้ลุ้นมากนัก ขณะที่เจ้าถิ่น ลีดส์ ได้สวนกลับขึ้นมาแต่ละครั้งก็สร้างความหวาดเสียวได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะ โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน กองหน้าของ ลีดส์ ที่สร้างโอกาสได้อย่างโดดเด่น แต่ยังยิงไม่เข้ากรอบเท่านั้น

นาทีที่ 39 แมนฯ ซิตี้ ได้โอกาสลุ้นติดๆ จาก โอมาร์ มาร์มูช ที่ซัดเลียดไปตรงตัว คาร์ล ดาร์โลว์ ผู้รักษาประตูของ ลีดส์ ล้มตัวรับไว้ได้ ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมา นิโก้ โอไรลี่ ได้โขกเน้นๆ แต่บอลก็ยังตรงตัว ดาร์โลว์ ทุบออกไปได้อีก ถือเป็นการเซฟที่ยอดเยี่ยมหลายครั้งจากผู้รักษาประตูของ ลีดส์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 45+2 ทัพ "เรือใบสีฟ้า" ก็สามารถชิงขึ้นนำเจ้าถิ่นได้สำเร็จ จากจังหวะที่บอลแทงทะลุให้ ไรยัน ไอต์-นูรี่ หลุดถึงเส้นหลังก่อนปาดไปหน้าประตูให้ อองตวน เซเมนโย่ พุ่งมาชาร์จโล่งๆ ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายให้ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ ลีดส์ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาทีที่ 73 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดที่สองนำห่างหลังบอลเปิดมาเข้าหัว มาร์ค เกฮี ได้โขกเน้นๆ บอลกำลังจะลอยเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ คาร์ล ดาร์โลว์ ยังเหนียวพุ่งควักบอลออกมาได้เหลือเชื่อ เป็นอีกครั้งที่เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการป้องกันประตู

จบเกม แมนฯ ซิตี้ บุกไปคว้าสามแต้มเหนือ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 59 คะแนน ไล่จี้จ่าฝูงอาร์เซน่อลเหลือแค่ 2 แต้มหลังแข่งเท่ากัน 28 นัด ส่วนทัพ "ยูงทอง" รั้งอันดับ 15 เหมือนเดิม แต้มหยุดที่ 31 คะแนน ทำให้ต้องเดินหน้าต่อสู้ต่อไป

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีมในวันนั้น:

  • ลีดส์ ยูไนเต็ด (3-4-3): คาร์ล ดาร์โลว์ - เจมส์ จัสติน, โจ โรดอน, พาสคาล ชเตร้าค์ - เจย์เดน โบเกิ้ล, อีธาน อัมปาดู, อิลีย่า กรูเยฟ, กาเบรียล กุ๊ดมุนด์สสัน - อันทอน ชตัค, โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, เบรนเดน แอรอนสัน
  • แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1): จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - มาเตอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ค เกฮี, ไรยัน ไอต์-นูรี - โรดรี้, นิโก้ โอไรลี่ - ไรยัน แชร์กี้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, อองตวน เซเมนโย่ - โอมาร์ มาร์มูช

จากรายชื่อตัวจริงจะเห็นได้ว่า ลีดส์ เลือกใช้ระบบ 3-4-3 ซึ่งเน้นความแข็งแกร่งในแนวรับและการสวนกลับเร็ว โดยมี คัลเวิร์ต-ลูวิน เป็นหัวหอกในการสร้างโอกาส การเล่นกับทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีคุณภาพสูง ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่สามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนาทีมได้

ศึกสำคัญที่กำลังจะมาถึง: ลีดส์ ปะทะ ซันเดอร์แลนด์

หลังจากความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงไม่กี่วัน ลีดส์ ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับอีกหนึ่งเกมสำคัญที่จะมีขึ้นในคืนวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 กับการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็น "เกม 6 แต้ม" ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของ ลีดส์ ในพรีเมียร์ลีก

วันเวลา ช่องทาง และสนามแข่ง: เตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนที่เอลแลนด์ โร้ด

การแข่งขันระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ ซันเดอร์แลนด์ จะมีขึ้นใน คืนวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 02.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนาม เอลแลนด์ โร้ด รังเหย้าของ ลีดส์

สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่ต้องการรับชม สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง MONOMAX และ AIS PLAY ช่อง 505 การสนับสนุนจากแฟนบอลไม่ว่าจะที่สนามหรือทางบ้าน ล้วนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้ ลีดส์ สู้ต่อไป

วิเคราะห์คู่แข่ง: ซันเดอร์แลนด์ "แมวดำ" กับความท้าทายบนเส้นทางเยือน

ซันเดอร์แลนด์ หรือ "แมวดำ" ก็เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและฐานแฟนบอลที่ใหญ่ การมาเยือน เอลแลนด์ โร้ด ในครั้งนี้ พวกเขาก็มีแรงจูงใจที่จะเก็บแต้มเช่นกัน แม้ว่าฟอร์มการเล่นของ ซันเดอร์แลนด์ ในช่วงหลังจะค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันนอกบ้าน

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ซันเดอร์แลนด์:

  • 28 ก.พ. 2026: เสมอ บอร์นมัธ 1-1 (เยือน)
  • 22 ก.พ. 2026: แพ้ ฟูแล่ม 1-3 (เหย้า)
  • 15 ก.พ. 2026: ชนะ ออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 1-0 (เยือน) [เอฟเอ คัพ]
  • 12 ก.พ. 2026: แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (เหย้า)
  • 07 ก.พ. 2026: แพ้ อาร์เซนอล 0-3 (เยือน)

จะเห็นได้ว่า ซันเดอร์แลนด์ ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันแล้วในลีก (เสมอ 1 แพ้ 3) การได้ 1 แต้มจากการไปเยือน บอร์นมัธ ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีสำหรับทีม "แมวดำ" แต่โดยรวมแล้ว การออกไปเยือนของทีมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักไม่ประสบความสำเร็จนัก ในการแข่งขันนอกบ้าน 9 นัดล่าสุด ซันเดอร์แลนด์ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย โดยเสมอ 4 นัดและแพ้ 5 นัด นี่คือจุดอ่อนที่ ลีดส์ สามารถใช้เป็นโอกาสในการคว้าสามแต้มเต็ม

สถิติ Head-to-Head: เมื่อประวัติศาสตร์พูดถึงการเผชิญหน้า

การพบกันระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ ซันเดอร์แลนด์ มักจะเป็นเกมที่สูสีและเต็มไปด้วยการต่อสู้ สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดแสดงให้เห็นถึงความใกล้เคียงของทั้งสองทีม:

  • 28 ธ.ค. 2025: ซันเดอร์แลนด์ 1 - 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
  • 18 ก.พ. 2025: ลีดส์ ยูไนเต็ด 2 - 1 ซันเดอร์แลนด์ (แชมเปียนชิพ)
  • 05 ต.ค. 2024: ซันเดอร์แลนด์ 2 - 2 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปียนชิพ)
  • 10 เม.ย. 2024: ลีดส์ ยูไนเต็ด 0 - 0 ซันเดอร์แลนด์ (แชมเปียนชิพ)
  • 13 ธ.ค. 2023: ซันเดอร์แลนด์ 1 - 0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปียนชิพ)

จากสถิติ 5 นัดหลังสุด ลีดส์ ชนะ 1 นัด ซันเดอร์แลนด์ ชนะ 1 นัด และเสมอไปถึง 3 นัด แสดงให้เห็นว่าเกมนี้มีโอกาสที่จะจบลงด้วยผลเสมอได้เช่นกัน แต่เมื่อพิจารณาจากฟอร์มในบ้านของ ลีดส์ และฟอร์มนอกบ้านของ ซันเดอร์แลนด์ ลีดส์ ย่อมมีความได้เปรียบมากกว่า

ภาพประกอบ

เดิมพันสูง: ความสำคัญของ 3 แต้มเพื่อการอยู่รอด

สำหรับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมกับ ซันเดอร์แลนด์ ไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดา แต่เป็นเกมที่มีเดิมพันสูงมาก ทุกแต้มที่ได้มาจะส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของพวกเขาในพรีเมียร์ลีก

สถานการณ์บนตารางคะแนน: ห่างจากโซนตกชั้น 6 คะแนน แต่ยังประมาทไม่ได้

ปัจจุบัน ลีดส์ อยู่อันดับที่ 15 โดยมีคะแนนห่างจากทีมที่ใกล้ที่สุดในโซนตกชั้น 6 คะแนน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นระยะห่างที่สบายใจในระดับหนึ่ง แต่ด้วยการที่เหลืออีก 10 รอบการแข่งขัน สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทุกทีมในโซนท้ายตารางต่างก็ต้องการแต้มเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน การพลาดท่าในบ้านจึงเป็นสิ่งที่ ลีดส์ ต้องหลีกเลี่ยงให้ได้

การคว้าสามแต้มเต็มในเกมนี้จะช่วยให้ ลีดส์ สร้างสกอร์นำที่สบายขึ้นได้ และเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมอย่างมหาศาล ก่อนที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับเกมที่ยากขึ้นในอนาคต การมีแต้มห่างที่มากขึ้นจะช่วยลดความกดดันและทำให้ทีมสามารถเล่นได้อย่างอิสระมากขึ้น

จิตวิญญาณนักสู้: กุญแจสำคัญสู่การรอดในพรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ได้แสดงให้เห็นถึง "จิตวิญญาณนักสู้" ที่แข็งแกร่งมาตลอด โดยเฉพาะในการรับมือกับทีมที่เหนือกว่า การรักษาสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง การทำงานเป็นทีม และความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนวินาทีสุดท้าย คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ ลีดส์ ประสบความสำเร็จในภารกิจหนีตกชั้น ดาเนียล ฟาร์เค่ ผู้จัดการทีมมีบทบาทสำคัญในการปลุกเร้าและรักษาขวัญกำลังใจของลูกทีมให้พร้อมสำหรับทุกความท้าทาย

นอกจากนี้ การสนับสนุนจากแฟนบอลที่ เอลแลนด์ โร้ด จะเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามได้ เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องจะช่วยผลักดันให้ผู้เล่นของ ลีดส์ มีพละกำลังเพิ่มขึ้น และสร้างความหวั่นเกรงให้กับทีมเยือน การเล่นในบ้านเป็นโอกาสทองที่ ลีดส์ จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บทสรุป: อนาคตของ "ยูงทอง" ในฤดูกาล 2025/26

การแข่งขันกับ ซันเดอร์แลนด์ ในคืนวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 จึงเป็นหนึ่งในเกมที่สำคัญที่สุดของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ชัยชนะในเกมนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่ม 3 คะแนนอันล้ำค่า แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงคู่แข่งว่า ลีดส์ จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อรักษาตำแหน่งในพรีเมียร์ลีก

เส้นทางข้างหน้ายังคงท้าทาย แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่พัฒนาขึ้น ความได้เปรียบในบ้าน และที่สำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด มีเหตุผลทุกประการที่จะเชื่อมั่นในชัยชนะ และมีโอกาสสูงที่จะได้แข่งขันต่อไปในเวทีที่ทรงเกียรติที่สุดของอังกฤษในฤดูกาลหน้า

แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาดูว่า "ยูงทอง" จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร และจะสามารถกลับมาผงาดบนเวทีพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้งหรือไม่

Read more

ดราม่า "เบิร์ด วันว่างๆ" กับยาแนว: บทเรียนสำคัญของอินฟลูเอนเซอร์และความปลอดภัยบนโซเชียล

ดราม่า "เบิร์ด วันว่างๆ" กับยาแนว: บทเรียนสำคัญของอินฟลูเอนเซอร์และความปลอดภัยบนโซเชียล

เจาะลึกดราม่า "เบิร์ด วันว่างๆ" ใช้ยาแนวเล่นสงกรานต์ คำชี้แจง และผลกระทบต่อสังคม บทเรียนสำคัญสำหรับความรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์

By ทีมงาน devdog
Xiaomi 17T หลุดสเปคเด็ดบน Geekbench! ยืนยัน Dimensity 8500 พร้อมแบต 7,000mAh จ่อเปิดตัว

Xiaomi 17T หลุดสเปคเด็ดบน Geekbench! ยืนยัน Dimensity 8500 พร้อมแบต 7,000mAh จ่อเปิดตัว

Xiaomi 17T เตรียมเปิดตัว! พบข้อมูลบน Geekbench ยืนยันใช้ชิป Dimensity 8500 พร้อมแบตเตอรี่จุใจ 7,000mAh คาดบุกตลาดรองเรือธงเร็วๆ นี้

By ทีมงาน devdog
กยศ. เปิดทางรอด! ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ หยุดถูกฟ้อง ก่อน 5 ก.ค. 69

กยศ. เปิดทางรอด! ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ หยุดถูกฟ้อง ก่อน 5 ก.ค. 69

ผู้กู้ กยศ. กว่า 1 แสนราย เสี่ยงถูกฟ้อง! รีบปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ผ่านเป๋าตัง/ThaID ก่อน 5 ก.ค. 69 รับสิทธิประโยชน์ ลดดอกเบี้ย หลีกเลี่ยงคดีความ

By ทีมงาน devdog
Baseus MC2: หูฟังคลิปหนีบหูสุดล้ำ แบตอึด 60 ชม. เสียง LDAC กันน้ำ IP67 เพื่ออิสระทางเสียงของคุณ

Baseus MC2: หูฟังคลิปหนีบหูสุดล้ำ แบตอึด 60 ชม. เสียง LDAC กันน้ำ IP67 เพื่ออิสระทางเสียงของคุณ

พบ Baseus MC2 หูฟังคลิปหนีบหูดีไซน์ล้ำ สวมใส่สบายตลอดวัน ด้วยแบตเตอรี่ 60 ชม., กันน้ำ IP67, เสียง LDAC ระดับ Hi-Res และราคาเข้าถึงง่าย

By ทีมงาน devdog