"เลอพงษ์" อาสาคุย "อิหร่าน": ทางออกเรือไทยใน "ช่องแคบฮอร์มุซ" ที่ตึงเครียด
ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาสาเป็นตัวกลางเจรจากับอิหร่าน เพื่อช่วยเรือไทยให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย หลังเหตุการณ์เรือมยุรี นารี
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะบริเวณ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลกที่เชื่อมต่อระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ช่องแคบแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลกในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีความตึงเครียดสูงจากความขัดแย้งทางการเมือง ล่าสุด ได้เกิดความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาเมื่อ ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้แสดงความอาสาที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจากับอิหร่าน เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยให้กับเรือพาณิชย์ของไทยในการผ่านเส้นทางวิกฤตนี้
ความกังวลที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในภูมิภาคได้เพิ่มความเสี่ยงให้กับเรือที่ต้องสัญจรผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมาก เราเพิ่งจะเห็นข่าวที่น่าตกใจจากเหตุการณ์ "เรือมยุรี นารี แบงค็อก" ซึ่งเป็นเรือพาณิชย์สัญชาติไทยถูกยิงในน่านน้ำโอมานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ แม้ลูกเรือ 20 รายจะได้รับการช่วยเหลือกลับประเทศไทยโดยบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL และได้รับการดูแลตรวจสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเหมาะสม แต่ยังมีลูกเรืออีก 3 รายที่ยังคงต้องติดตามความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการหามาตรการเพื่อความปลอดภัยของการเดินเรือไทยอย่างเป็นรูปธรรม

"ดร.เลอพงษ์" อาสาเป็นสะพานเชื่อมไทย-อิหร่าน
จากสถานการณ์ดังกล่าว ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด ในฐานะผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีและเข้าใจบริบทของอิหร่าน ได้ก้าวเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ โดยได้เปิดเผยบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และนายซัยยิด อับบาส อะร็อกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งนายสีหศักดิ์ได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้นำทางจิตวิญญาณอิหร่าน และแสดงความกังวลต่อผลกระทบจากการสู้รบที่ยืดเยื้อ โดยหวังว่าสันติภาพจะกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
ทางด้านนายซัยยิด อับบาส อะร็อกชี ได้อธิบายถึงสถานการณ์ว่าเกิดจาก "อาชญากรรมที่สหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ก่อขึ้นต่ออิหร่าน" รวมถึงการโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่อยู่อาศัย พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน ดร.เลอพงษ์ ได้โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวในภายหลังว่า "เรือไทยสามารถขออนุญาตผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซได้" โดยแนะนำให้ติดต่อผ่านผู้นำชีอะห์ ซัยยิด สุไลมาน หรือท่านทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และยืนยันว่าตนเองจะติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่ในอิหร่านในฐานะคนไทยที่รักชาติ ดังที่เคยช่วยตัวประกันมาแล้วในอดีต
ทางเลือกที่ไม่พึ่งพามหาอำนาจตะวันตก
ดร.เลอพงษ์ ยังได้แสดงทัศนะเพิ่มเติมที่น่าสนใจว่า "แต่ถ้าหวังพึ่งสหรัฐฯ คงไม่มีทาง วันนี้สหรัฐไม่มีความสามารถใดจะต่อสู้กับกองทัพเรืออิหร่านได้ ถ้าทำได้คงทำไปนานแล้ว ไม่ใช่แบบวันนี้ที่ออกมาประกาศเชิญ..." ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในช่องทางการเจรจาโดยตรงผ่านเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัวและอิสระจากอิทธิพลภายนอก เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติไทยในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ การดำเนินงานในลักษณะนี้อาจเป็นทางออกที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในยามที่การทูตแบบเป็นทางการอาจเผชิญข้อจำกัด
บทบาทของการทูตนอกภาครัฐในวิกฤต
การเสนอตัวของ ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ "การทูตนอกภาครัฐ" (Track II Diplomacy) และเครือข่ายส่วนบุคคลในยามที่การเมืองระหว่างประเทศมีความเปราะบาง ความสัมพันธ์และความเข้าใจในวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่ายสามารถเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ และสร้างความมั่นใจให้กับภาคการขนส่งและเศรษฐกิจของไทยที่ต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความพยายามของ ดร.เลอพงษ์ จะนำมาซึ่งข่าวดีและสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ประกอบการเดินเรือและลูกเรือชาวไทยทุกคนที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในภูมิภาคนี้ เพื่อให้การค้าและการเดินเรือของประเทศไทยสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย.