มาฆบูชาเวียนเทียน: สู่เส้นทางแห่งการชำระจิต และวิถีบุญรักษ์โลก ปี 2569

สำรวจ "มาฆบูชาเวียนเทียน 2569" กับแนวคิด "เวียนเทียนต้นไม้" ลดมลพิษ เพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมย้อนรอยโอวาทปาติโมกข์ ชำระจิตใจจากกิเลส 10

มาฆบูชาเวียนเทียน: สู่เส้นทางแห่งการชำระจิต และวิถีบุญรักษ์โลก ปี 2569

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่าง วันมาฆบูชา เวียนมาบรรจบอีกครั้งในปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 3 มีนาคม เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างพร้อมใจกันน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในสมัยพุทธกาล และปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างบุญกุศล ความสงบ และความบริสุทธิ์ให้แก่จิตใจ ในปีนี้ นอกจากกิจกรรมทำบุญตักบาตรและฟังธรรมตามวัดต่างๆ แล้ว กิจกรรม "เวียนเทียน" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแสดงออกถึงความศรัทธาก็ได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยแนวคิด "เวียนเทียนต้นไม้" ซึ่งเป็นวิถีบุญใหม่ที่ผสานหลักธรรมเข้ากับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

มาฆบูชา: วันแห่งการรวมกันของพระอรหันต์และการประกาศหัวใจพระธรรม

เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของกิจกรรม "มาฆบูชาเวียนเทียน" เราต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจถึงที่มาของวันมาฆบูชากันเสียก่อน วันมาฆบูชาเป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ หรือที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" อันเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่งในพระพุทธศาสนา ได้แก่

  • เป็นวันที่พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
  • พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6
  • พระสงฆ์เหล่านั้นได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง (เอหิภิกขุอุปสัมปทา)
  • เป็นวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันมาฆปุณณมี

ณ การประชุมอันเป็นมหามงคลนี้เอง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งถือเป็นหัวใจและหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา อันเป็นเครื่องชี้นำแนวทางการปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป หลักธรรมดังกล่าวเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตที่เปี่ยมด้วยสติ ปัญญา และความบริสุทธิ์ เพื่อนำไปสู่การพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

หัวใจแห่งพระพุทธศาสนา: โอวาทปาติโมกข์และแนวทางการชำระจิต

ตามพระคติธรรมของ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวันมาฆบูชา 3 มีนาคม 2569 ได้ทรงย้ำถึง โอวาทปาติโมกข์ ว่าประกอบด้วยหลักการ 3 ประการอันเป็นหัวใจแห่งพระศาสนา คือ

  1. การไม่ทำบาปทั้งปวง (สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง): หมายถึง การละเว้นจากการกระทำอันชั่วร้ายทั้งทางกาย วาจา และใจ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น การไม่ทำบาปเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความดีงามในชีวิตและสังคม เมื่อไม่มีการกระทำชั่ว ย่อมไม่เกิดผลกรรมที่ไม่ดีตามมา
  2. การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม (กุสลัสสูปะสัมปะทา): หมายถึง การสร้างบุญกุศลทุกรูปแบบให้บริบูรณ์พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา การช่วยเหลือผู้อื่น การประกอบคุณงามความดีในชีวิตประจำวัน การบำเพ็ญกุศลนี้เป็นการสั่งสมคุณธรรม ความเมตตา และปัญญา ซึ่งจะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ตนเองและโลก
  3. การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ (สจิตตะปะริโยทะปะนัง): นี่คือแก่นแท้และจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์หมายถึงการทำให้จิตใจปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองต่างๆ ที่ครอบงำและเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์

ทำความเข้าใจ "กิเลส" เครื่องเศร้าหมองแห่งจิต

สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงชี้ให้เห็นว่า การจะชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ได้นั้น ต้องอาศัยปัญญาเป็นเครื่องชำระ ซึ่งหมายถึงการศึกษาให้ทราบชัดว่า "กิเลส" อันเป็นต้นเหตุของทุกข์นั้นมีประการใดบ้าง เพื่อจักได้คอยสังวรระวังรักษาจิตตนให้ล่วงพ้นจากภาวะหมักหมมด้วยกิเลสเหล่านั้น อันเป็นการฝึกฝนอบรมเพื่อให้เกิดสติได้รวดเร็วว่องไว รู้เท่าและรู้ทันต่อสภาพธรรม กิเลสที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้มี 10 ประการ หรือที่เรียกว่า "กิเลส 10" ได้แก่

  • โลภะ (ความอยากได้): ความต้องการที่ไม่สิ้นสุด ความยึดติดในวัตถุสิ่งของ ลาภ ยศ สรรเสริญ ก่อให้เกิดการแสวงหาที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม และความไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี
  • โทสะ (ความคิดประทุษร้าย): ความโกรธ ความไม่พอใจ ความพยาบาท อาฆาตมาดร้าย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงแห่งความขัดแย้งและความรุนแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
  • โมหะ (ความเขลา): ความไม่รู้ตามความเป็นจริง ความหลงผิด การขาดปัญญาในการแยกแยะถูกผิด ชอบชั่วดี เป็นรากฐานของกิเลสอื่นๆ ทั้งหมด
  • มานะ (ความถือตัว): ความทะนงตน การยกตนข่มท่าน การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในแง่ของความดีเด่น หรือความด้อยกว่า ซึ่งล้วนนำมาซึ่งความทุกข์
  • ทิฏฐิ (ความเห็นผิด): การยึดมั่นในความคิด ความเชื่อ หรือทฤษฎีที่ขัดแย้งกับหลักธรรมความจริง ทำให้เกิดอคติและความยึดติดในสิ่งที่ผิด
  • วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย): ความไม่แน่ใจในพระรัตนตรัย ในหลักธรรมคำสอน หรือในการปฏิบัติของตน ทำให้ขาดความมั่นคงและไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม
  • ถีนะ (ความท้อแท้ถดถอย): ความเกียจคร้าน ความย่อท้อในการทำความดี การเผชิญปัญหา หรือการปฏิบัติธรรม ทำให้ไม่มีความก้าวหน้าในชีวิต
  • อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน): ความคิดที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย จิตใจไม่สงบ วกวนไปมา ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ทำให้ขาดสมาธิและปัญญา
  • อหิริกะ (ความไม่ละอายต่อความชั่ว): การไม่รู้สึกอับอายในการกระทำผิด การเบียดเบียนผู้อื่น การละเมิดศีลธรรม ทำให้ก่อกรรมชั่วได้อย่างง่ายดาย
  • อโนตตัปปะ (ความไม่เกรงกลัวต่อความชั่ว): การไม่กลัวต่อผลของกรรมชั่ว การไม่เกรงกลัวต่อบาป ทำให้ประพฤติผิดศีลธรรมโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ

พระคติธรรมนี้เน้นย้ำให้เราตั้งโจทย์สำรวจพฤติกรรมของตนและของหมู่ชนในโลกปัจจุบัน ว่าถูกขับเคลื่อนไปด้วยกิเลสข้อใด มากหรือน้อยเพียงใด จนนำไปสู่การเบียดเบียนกันทางกายและวาจา ก่อเวรภัย ทำลายสันติธรรมที่ทุกชีวิตล้วนปรารถนา หากเราอดทนและซื่อตรงพอที่จะเพ่งโทษเตือนตนเอง ให้เห็นกิเลสในจิต แล้วเพียรลดละขัดเกลาให้เข้าใกล้ความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นอยู่ทุกขณะ ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามพระพุทธานุศาสนีที่ว่า "สจิตฺตมนุรกฺขถ" ซึ่งแปลความว่า "ท่านทั้งหลายจงตามรักษาจิตของตน" จัดเป็นปฏิบัติบูชาอันยิ่งใหญ่ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ

ภาพประกอบ

จากเวียนเทียนแบบดั้งเดิม สู่ "เวียนเทียนต้นไม้" วิถีใหม่แห่งปี 2569

กิจกรรม "เวียนเทียน" เป็นประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในพุทธศาสนิกชน โดยจะเดินวนรอบพระอุโบสถ หรือพระพุทธรูป 3 รอบ โดยถือธูป เทียน และดอกไม้ในมือ ขณะเดินก็จะระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ การเวียนเทียน 3 รอบ เป็นสัญลักษณ์ของการบูชาพระรัตนตรัย ได้แก่

  • รอบที่ 1: รำลึกถึงพระพุทธคุณ (พุทธบูชา)
  • รอบที่ 2: รำลึกถึงพระธรรมคุณ (ธรรมบูชา)
  • รอบที่ 3: รำลึกถึงพระสังฆคุณ (สังฆบูชา)

อย่างไรก็ตาม ในยุคที่โลกเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ผสานหลักธรรมเข้ากับการรักษ์โลกจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง และในปีมาฆบูชา 2569 นี้ จึงได้เกิดกิจกรรม "เวียนเทียนต้นไม้" ขึ้น เพื่อเป็นวิถีบุญใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

"เวียนเทียนต้นไม้" คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

"เวียนเทียนต้นไม้" คือการใช้ต้นกล้า หรือกล้าไม้ขนาดเล็ก แทนธูปเทียนและดอกไม้ เพื่อประกอบพิธีเวียนเทียน การเปลี่ยนแปลงวิถีปฏิบัติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญ แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกของเราในหลายมิติ:

  • ลดมลพิษทางอากาศ: การจุดธูปเทียนจำนวนมากก่อให้เกิดควันและเขม่า ซึ่งเป็นสาเหตุของมลพิษทางอากาศและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้น การใช้ต้นไม้เข้ามาแทนจะช่วยลดปัญหานี้ได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้บรรยากาศในการทำบุญบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
  • ลดขยะและลดภาระวัด: ธูปเทียนที่ใช้แล้วมักกลายเป็นขยะจำนวนมาก และสร้างภาระให้กับวัดในการกำจัดขยะเหล่านั้น การใช้ต้นกล้าไม่เพียงไม่สร้างขยะ แต่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อโลก
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียว: หลังจบพิธี ผู้ร่วมงานสามารถนำต้นกล้ากลับไปปลูกเองที่บ้าน หรือมอบให้วัดเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณวัด หรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ เป็นการสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  • ส่งเสริมจิตสำนึกรักษ์โลก: กิจกรรมนี้เป็นการปลูกฝังแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและการสร้างความยั่งยืนให้กับพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะเยาวชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรม
  • ไม่แสบตา ไม่รบกวนผู้อื่น: การไม่มีควันธูปเทียนช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถประกอบพิธีได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องควันแสบตา หรือกลิ่นที่อาจรบกวนผู้ที่แพ้

กิจกรรม "เวียนเทียนต้นไม้" นี้ จัดโดย มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ซึ่งมีเจตนารมณ์อันงดงามในการเชื่อมโยงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาเข้ากับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การทำบุญไม่หยุดอยู่แค่การสร้างกุศลทางจิตใจ แต่ยังขยายผลไปสู่การสร้างประโยชน์ให้แก่โลกใบนี้อย่างเป็นรูปธรรม

ร่วมเวียนเทียนต้นไม้ได้ที่ไหนบ้างในปี 2569?

ในปี 2569 นี้ มีวัดทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม "เวียนเทียนต้นไม้" กว่า 300 แห่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ได้มีวัดในเขตต่างๆ เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ทำให้พุทธศาสนิกชนสามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมได้อย่างสะดวก

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถเช็กรายชื่อวัดที่เข้าร่วมได้ในเขตต่างๆ เช่น

  • เขตพระนคร
  • เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
  • เขตสัมพันธวงศ์
  • เขตดุสิต
  • เขตบางกอกใหญ่
  • เขตบางกอกน้อย
  • เขตธนบุรี
  • เขตคลองสาน
  • เขตราชเทวี (เช่น วัดอภัยทายาราม)
  • เขตพญาไท
  • เขตภาษีเจริญ
  • เขตบางแค
  • เขตหนองแขม
  • เขตบางพลัด
  • เขตตลิ่งชัน
  • เขตทวีวัฒนา
  • เขตราษฎร์บูรณะ
  • เขตทุ่งครุ
  • เขตบางบอน
  • เขตบางขุนเทียน
  • เขตบางรัก
  • เขตสาทร
  • เขตปทุมวัน
  • เขตยานนาวา
  • เขตบางคอแหลม
  • เขตห้วยขวาง
  • เขตสวนหลวง
  • เขตคลองเตย
  • เขตพระโขนง
  • เขตวัฒนา
  • เขตประเวศ
  • เขตบางเขน
  • เขตบางซื่อ
  • เขตหลักสี่
  • เขตดอนเมือง
  • เขตสะพานสูง
  • เขตสายไหม
  • เขตบางกะปิ
  • เขตคลองสามวา
  • เขตลาดพร้าว
  • เขตบึงกุ่ม
  • เขตจตุจักร
  • เขตจอมทอง
  • เขตดินแดง
  • เขตบางนา
  • เขตลาดกระบัง
  • เขตวังทองหลาง
  • เขตมีนบุรี
  • เขตคันนายาว
  • เขตหนองจอก

โดยจะมีโต๊ะตั้งแจกกล้าไม้รอบพระอุโบสถ หากหาไม่เจอ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ของวัดได้เลย โดยปกติแล้ว การแจกกล้าไม้และเริ่มพิธีเวียนเทียนต้นไม้จะเริ่มในช่วงเย็น ประมาณ 17.00 - 18.00 น. แต่บางวัดอาจเริ่มเช้ากว่า หรือค่ำกว่า เพื่อความแน่นอนและไม่เสียเวลา ควรเช็กข้อมูลจากเพจของวัด หรือโทรสอบถามโดยตรงก่อนเดินทาง

สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ไม่ต้องกังวล สามารถเช็กรายชื่อวัดอื่นๆ ในจังหวัดใกล้เคียงที่เข้าร่วมโครงการกว่า 300 แห่งได้ที่เว็บไซต์ https://treefordhamma.org

ภาพประกอบ

กรุงเทพมหานครกับการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพมหานครเองก็ร่วมธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา 2569 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของกรุงเทพฯ การที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาเช่นนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงและร่วมกิจกรรมอันเป็นมงคลได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การที่ กทม. มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนโครงการ "เวียนเทียนต้นไม้" ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการนำเอาหลักธรรมมาปรับใช้กับการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

มากกว่าแค่เวียนเทียน: กิจกรรมเสริมบุญในวันมาฆบูชา

นอกจากการเวียนเทียนไม่ว่าจะเป็นแบบดั้งเดิมหรือแบบ "เวียนเทียนต้นไม้" แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่พุทธศาสนิกชนสามารถปฏิบัติได้ในวันมาฆบูชา เพื่อสร้างบุญกุศลและเสริมสร้างจิตใจให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ได้แก่

  • ทำบุญตักบาตร: เป็นการถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ เป็นการสร้างบุญและแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย
  • ฟังธรรมเทศนา: การฟังพระธรรมคำสอนจากพระสงฆ์ เพื่อทำความเข้าใจหลักธรรมและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
  • รักษาศีล: การตั้งใจรักษาศีล 5 หรือศีล 8 เพื่อขัดเกลากาย วาจา และใจให้บริสุทธิ์
  • ปฏิบัติธรรม: การเจริญภาวนา นั่งสมาธิ เดินจงกรม เพื่อฝึกสติและปัญญาให้เกิดขึ้นในจิตใจ
  • ปล่อยนก ปล่อยปลา: เป็นการให้ชีวิตแก่สัตว์ เป็นการแสดงออกถึงความเมตตากรุณา

ทำไมการรักษาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นพุทธธรรม

การเชื่อมโยงกิจกรรมทางศาสนาเข้ากับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่าง "เวียนเทียนต้นไม้" ไม่ใช่เรื่องใหม่ในบริบทของพระพุทธศาสนา แท้จริงแล้ว หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นั้นล้วนเอื้อต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง

  • เมตตาและกรุณา: พระพุทธศาสนาสอนให้มีเมตตา (ความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข) และกรุณา (ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์) ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย รวมถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การทำลายธรรมชาติก็คือการทำลายแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตและเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
  • ปัญญาและความไม่ประมาท: การใช้ปัญญาพิจารณาถึงผลกระทบของการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และการไม่ประมาทในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน
  • มัชฌิมาปฏิปทา (ทางสายกลาง): การรู้จักพอประมาณในการบริโภค ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เบียดเบียนธรรมชาติมากเกินไป เป็นการดำเนินชีวิตที่สมดุลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • อัปปมัญญา (ความไม่มีประมาณ): การแผ่เมตตาและกรุณาออกไปอย่างไม่มีขอบเขต ไม่จำกัดเฉพาะมนุษย์ แต่รวมถึงสัตว์ ต้นไม้ และธรรมชาติทั้งหมด

ดังนั้น "เวียนเทียนต้นไม้" จึงเป็นมากกว่าแค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการนำหลักธรรมอันลึกซึ้งมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นว่าการทำบุญกับการรักษ์โลกสามารถดำเนินไปพร้อมกันได้ และเป็นหนทางหนึ่งในการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ตามหลักโอวาทปาติโมกข์ คือการไม่ทำบาป (ไม่ทำลายธรรมชาติ) การบำเพ็ญกุศล (ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว) และการชำระจิตใจ (การตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสิ่งแวดล้อม)

สรุป: มาฆบูชา 2569 สู่การเปลี่ยนแปลงภายในและภายนอก

วันมาฆบูชา 2569 จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้น้อมรำลึกถึงพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และนำหลักธรรมคำสอนเรื่อง โอวาทปาติโมกข์ อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา มาประพฤติปฏิบัติ เพื่อขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองต่างๆ พร้อมกันนี้ การเข้าร่วมกิจกรรม "เวียนเทียนต้นไม้" ยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของการทำบุญ ที่ไม่เพียงแต่สร้างบุญกุศลให้แก่ตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับสิ่งแวดล้อมและโลกที่เราอาศัยอยู่

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน มาร่วมกันสร้างบุญวิถีใหม่ สร้างอากาศสะอาด ลดมลพิษ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปพร้อมกับการบำเพ็ญบุญและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ในวันมาฆบูชา 2569 นี้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเวียนเทียนต้นไม้ หรือการทำกิจกรรมทางศาสนาอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อร่วมกันจรรโลงพระพุทธศาสนา และสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นสืบไป

Read more

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท กระตุ้นคนไทยใช้พลังงานสะอาด พร้อมขอความร่วมมือประหยัดไฟ

รมว.พลังงาน ประกาศปรับส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 เป็น 3 บาท กระตุ้นใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ พร้อมรณรงค์คนไทยประหยัดพลังงาน สร้างความมั่นคงพลังงานของชาติ

By ทีมงาน devdog
DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

DMC: จากปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกสู่แสงธรรมนำทางชีวิต

สำรวจสองความหมายสำคัญของ DMC! จาก Run-DMC ผู้บุกเบิกการร่วมงานฮิปฮอป-ร็อกที่พลิกโฉมวงการ สู่ dmc.tv ช่องธรรมะนำทางจิตใจเพื่อสันติสุขภายใน.

By ทีมงาน devdog
PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

PM 2.5 กลับมาคลุ้ง! เปิด 12 อันดับค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

อัปเดตสถานการณ์ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ประจำวันที่ 10 มี.ค. 2569 พร้อมเปิด 12 เขตค่าฝุ่นสูงสุด และคำแนะนำป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

By ทีมงาน devdog
One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ภาค 2: การผจญภัยสู่แกรนด์ไลน์ พร้อมกิจกรรมสุดอลังการที่สวนลุมฯ!

One Piece Netflix ซีซัน 2 "มุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์" เตรียมลงจอ 10 มี.ค. 2569 พร้อมกิจกรรม "GRAND LINE IN THAILAND" ที่สวนลุมพินี ห้ามพลาด!

By ทีมงาน devdog