กองทัพเรือเร่งช่วยลูกเรือ “มยุรี นารี” อัปเดตสถานการณ์ หลังถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
ติดตามสถานการณ์ล่าสุด การช่วยเหลือลูกเรือไทย 'มยุรีนารี' ที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือไทยประสานโอมานเร่งค้นหาผู้สูญหายและเปิดช่องทาง Diplomatic
ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนระอุ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลก ได้กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด ล่าสุด เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยนามว่า “มยุรี นารี” ได้ตกเป็นเป้าโจมตี ทำให้ลูกเรือชาวไทยจำนวนหนึ่งประสบภัย และกลายเป็นภารกิจสำคัญที่กองทัพเรือไทยต้องเร่งประสานงานช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ฉุกเฉิน: เรือไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เมื่อเรือ “มยุรี นารี” ถูกกองทัพอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังออกเดินทางจากท่าเรือเมืองคาลิฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผลพวงจากความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและอเมริกา แม้จะมีคำถามตามมาว่าเหตุใดเรือไทยจึงแล่นผ่านพื้นที่เสี่ยง แต่ ณ ตอนนี้เป้าหมายหลักคือการช่วยเหลือลูกเรือให้ปลอดภัย

ภารกิจกู้ภัยเร่งด่วน: การประสานงานระหว่างประเทศ
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือไทย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือว่า กองทัพเรือไทยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกองทัพเรือโอมาน ซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีการแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ช่วง
- ระยะที่ 1: การอพยพลูกเรือกลุ่มแรกกองทัพเรือไทยได้ประสานงานกับกองทัพเรือโอมานเพื่อเข้าช่วยเหลือลูกเรือกลุ่มแรกจำนวน 20 คน ซึ่งอพยพออกจากเรือด้วยแพชูชีพ ทางกองทัพเรือโอมานได้อำนวยความสะดวกในการนำส่งลูกเรือทั้งหมดขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมานได้อย่างปลอดภัยแล้ว ขณะนี้ลูกเรือกลุ่มดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของสถานเอกอัครราชทูตและบริษัทเอเจนซีเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
- ระยะที่ 2: ค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือหลังจากได้รับรายงานว่ายังมีลูกเรือบางส่วนตกค้างอยู่บนเรือ ผู้บัญชาการทหารเรือของไทยได้ต่อสายตรงถึงผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน เพื่อขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในรอบแรก และร้องขอการสนับสนุนเพิ่มเติมในการอพยพลูกเรือที่เหลือ แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงมาก หน่วยกู้ภัยของกองทัพเรือภาคเหนือของโอมานจึงต้องใช้ความระมัดระวังและความรอบคอบสูงสุดในการเข้าถึงและปฏิบัติการค้นหา
ความกังวลและข่าวดี: ลูกเรือที่ยังสูญหาย
มีรายงานเบื้องต้นว่าอาจมีลูกเรือสูญหายประมาณ 3 คน อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือยังไม่ขอยืนยันตัวเลขนี้อย่างเป็นทางการ คุณ “กัน จอมพลัง” ได้เข้ามาช่วยเหลือประสานงานกับครอบครัวของผู้สูญหาย โดยหนึ่งในลูกเรือที่รอดชีวิตออกมาได้ ให้ข้อมูลสำคัญว่า นายชวลิต ไชยวงศ์ ตำแหน่งช่างเครื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหาย อาจจะอยู่บริเวณห้องเครื่อง ซึ่งเป็นส่วนที่เรือถูกโจมตี
ท่ามกลางความหวังที่ไม่สิ้นสุด ล่าสุดมีรายงานที่ไม่ 100% ยืนยันว่า ยังพบความเคลื่อนไหวและได้ยินเสียงบนเรือ “มยุรี นารี” ทำให้เกิดความหวังว่าลูกเรือที่ตกค้างอาจจะยังปลอดภัยอยู่ คุณบิว แฟนสาวของนายชวลิต ได้แต่ภาวนาขอให้แฟนหนุ่มรอดชีวิตกลับมาอย่างปลอดภัย

ท่าทีทางการทูต: ไทยประท้วงอิหร่านอย่างสูงสุด
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศ โดยนางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบและหารือกับนาย Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อแสดงการประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทยจำนวน 23 คน ทางการไทยได้เรียกร้องให้อิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
เอกอัครราชทูตอิหร่านได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับปากจะรายงานการประท้วงของไทยให้รัฐบาลกลางรับทราบต่อไป นอกจากนี้ ไทยยังแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ลุกลามบานปลาย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต เพื่อความปลอดภัยของพลเรือน
บทสรุปและความหวัง
สถานการณ์การช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรี นารี” ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและด้วยความระมัดระวังสูงสุดจากทั้งกองทัพเรือไทยและโอมาน แม้จะมีการช่วยเหลือกลุ่มแรกได้อย่างปลอดภัยแล้ว แต่ความกังวลยังคงอยู่กับลูกเรือที่ยังตกค้างและสูญหาย ความหวังจากการพบความเคลื่อนไหวบนเรือ เป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้การค้นหายังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการยืนยันจุดยืนทางการทูตของไทยในการปกป้องพลเมืองและเรียกร้องความยุติธรรมในเวทีระหว่างประเทศ