กรมเจ้าท่าเกาะติดสถานการณ์ 'มยุรี นารี' เร่งมือประสานนานาชาติช่วยเหลือลูกเรือไทย
กรมเจ้าท่าและหน่วยงานไทยเร่งประสานนานาชาติช่วยเหลือลูกเรือ 'มยุรี นารี' หลังถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมดูแลครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์เรือสินค้าไทย “มยุรี นารี” ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ได้สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่าย แต่ด้วยความร่วมมืออย่างแข็งขันจากกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ทำให้สถานการณ์การช่วยเหลือลูกเรือมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการดูแลสวัสดิภาพของผู้ประสบภัยและครอบครัวอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ระทึกขวัญกลางทะเล: “มยุรี นารี” ถูกโจมตี
เรือสินค้าเทกอง “MAYUREE NAREE” (มยุรี นารี) ของบริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) ขนาด 19,891 ตันกรอส ได้ประสบเหตุระเบิดบริเวณท้ายเรือและเกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องขณะกำลังเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ลูกเรือทั้งหมด 23 นายต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตราย อย่างไรก็ตาม ลูกเรือ 20 นายสามารถอพยพออกจากเรือและได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย โดยขณะนี้อยู่ในความดูแลที่เมืองท่า Khasab รัฐสุลต่านโอมาน แต่ยังมีลูกเรืออีก 3 นายที่ยังคงอยู่ระหว่างการค้นหาและให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้น บริษัทเจ้าของเรือได้ดำเนินการใช้สิทธิ์ตามประกันภัยสงคราม และประสานบริษัทประกันภัยในพื้นที่เพื่อจัดหาบริษัทเอกชนเข้าดำเนินการกู้เรือ รวมถึงให้ความช่วยเหลือลูกเรือที่เหลือ
ปฏิบัติการกู้ภัยและการประสานงานระดับสากล
บทบาทของกรมเจ้าท่าและหน่วยงานภาครัฐไทย
กรมเจ้าท่า (จท.) ได้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกเรืออย่างเต็มที่
- กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ได้เข้าดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือไทยทั้ง 20 นายที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการด้านเอกสารการเดินทาง การจัดหาที่พัก และการเตรียมประสานงานจัดเที่ยวบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย นอกจากนี้ยังประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเพื่อขอความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการเข้าช่วยเหลือเรือลำดังกล่าว
- กองทัพเรือไทย ได้ประสานงานกับกองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมานอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบสถานะของเรือและลูกเรือ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยในการเดินเรือในพื้นที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีเรือสัญชาติไทยลำอื่นอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ยังมีเรือของบริษัทพรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) อีก 2 ลำ ได้แก่ เรือ “HATTHAYA NAREE” และเรือ “NISA NAREE” ซึ่งจดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทั้งสองลำและลูกเรือไทยที่อยู่บนเรือเหล่านั้นยังคงปลอดภัย

สวัสดิภาพและกำลังใจสู่ครอบครัวลูกเรือ
นอกจากปฏิบัติการกู้ภัยแล้ว หน่วยงานภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพของครอบครัวลูกเรือในประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยปลัดกระทรวง นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ได้ส่งทีมลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวลูกเรือไทย 1 ใน 20 นายที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ณ จังหวัดอุดรธานี
ทีม พม. ได้ให้คำปรึกษา แนะนำเรื่องสิทธิสวัสดิการสังคม มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเตรียมให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์กรณีฉุกเฉินผ่านระบบ พม. Smart พร้อมประสานความร่วมมือกับทีมสหวิชาชีพในพื้นที่เพื่อวางแผนการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ รวมถึงการตรวจประเมินสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช บ้านดุง
สถานการณ์ของเรือ “มยุรี นารี” และลูกเรือไทยยังคงอยู่ในความสนใจและได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วนของไทย ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วจะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ในวันที่ 17 มีนาคม 2569
รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้ทุกช่องทางและประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือที่ยังเหลืออีก 3 นายสำเร็จลุล่วง และดูแลให้ลูกเรือไทยทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเยียวยาและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่