เรือมยุรีนารี Mayuree Naree: สรุปเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าไทยในช่องแคบฮอร์มุซ และการช่วยเหลือลูกเรือ
เจาะลึกเหตุการณ์เรือมยุรีนารีถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ การช่วยเหลือลูกเรือ 20 ชีวิต การค้นหาผู้สูญหาย และมาตรการตอบโต้ทางการทูตของไทย
ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นที่จับตา เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยนามว่า "เรือมยุรีนารี" (Mayuree Naree) ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตกใจและเป็นห่วงต่อสวัสดิภาพของลูกเรือชาวไทย 23 ชีวิต แต่ยังเน้นย้ำถึงความซับซ้อนและความเสี่ยงของการเดินเรือพาณิชย์ในน่านน้ำสากลที่มีความตึงเครียดสูง
เกิดอะไรขึ้นกับเรือมยุรีนารี?
เหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11-12 มีนาคม 2569 หลังจากเรือมยุรีนารี ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าแห้งแบบเทกอง (Bulk Carrier) ขนาด Handysize ประมาณ 30,000 ตัน ชักธงไทยและจดทะเบียนภายใต้ชื่อของ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ได้ออกเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือ Kandla ประเทศอินเดีย รายงานระบุว่าขณะที่เรือกำลังเดินทางผ่านจุดที่แคบที่สุดของช่องแคบฮอร์มุซ ได้ถูกโจมตีบริเวณห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือ ทำให้เรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก สูญเสียการควบคุม และลูกเรือทั้ง 23 ชีวิตจำเป็นต้องสละเรือเพื่อความปลอดภัย

ภารกิจเร่งด่วน: การช่วยเหลือและค้นหาลูกเรือ
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ รัฐบาลไทยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศเพื่อดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือโดยเร็วที่สุด
- ลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือ: ลูกเรือจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือโดยกองทัพเรือโอมาน และนำขึ้นฝั่งที่ Khasab อย่างปลอดภัย ปัจจุบันพักอยู่ในโรงแรมที่บริษัทจัดหาให้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต กำลังประสานงานเพื่อเข้าเยี่ยมและดูแลอย่างใกล้ชิด
- ลูกเรือ 3 ชีวิตที่ยังสูญหาย: ยังคงมีลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย คาดว่าอาจติดอยู่ภายในเรือหรือบริเวณห้องเครื่องยนต์ หน่วยงานของไทยและโอมานกำลังเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับรัฐบาลโอมานเพื่อขอความร่วมมืออย่างสูงสุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ภาพการติดตามสถานการณ์และขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือ พร้อมร้องขอให้ช่วยค้นหาและกู้ชีพลูกเรือที่เหลือ
มาตรการตอบสนองทางการทูตและหน่วยงานไทย
ประเทศไทยได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อเหตุการณ์นี้:
- ประท้วงอิหร่าน: รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (นางศิริลักษณ์ นิยม) ได้เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าหารือ เพื่อแสดงการประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษ ชี้แจงข้อเท็จจริง และรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ เอกอัครราชทูตอิหร่านได้แสดงความเสียใจและรับเรื่องเพื่อรายงานต่อรัฐบาลกลางอิหร่าน
- กระทรวงแรงงานดูแลสิทธิประโยชน์: กระทรวงแรงงาน โดยนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงฯ และนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจญาติของลูกเรือที่ยังสูญหาย พร้อมตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ลูกเรือทั้งหมดควรได้รับจากนายจ้างและประกันสังคม
- กองทัพเรือติดตามสถานการณ์: โฆษกกองทัพเรือ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ ระบุว่ากองทัพเรือกำลังติดตามข่าวจากกองทัพเรือโอมานอย่างใกล้ชิด
"มยุรี นารี": เรือสินค้าไทยในภารกิจขนส่ง
เรือมยุรีนารีเป็นเรือที่มีความสำคัญในการขนส่งสินค้าแห้งเทกอง อาทิ สินค้าเกษตร เหล็ก ปุ๋ย สินแร่ และถ่านหิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาค เรือลำนี้เข้าประจำการในกองเรือมาแล้วกว่า 10 ปี ได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐานสากลเพื่อรองรับภารกิจขนส่งสินค้าข้ามมหาสมุทร การถูกโจมตีในครั้งนี้จึงไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชีวิตลูกเรือ แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงทางการเดินเรือและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
บทสรุป
เหตุการณ์เรือมยุรีนารีถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ในการเดินเรือพาณิชย์ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือลูกเรือทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค เพื่อความปลอดภัยของชีวิตพลเรือนและการค้าโลก