เสธ.ทร. ยืนยันข่าวดี! 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี" ยังมีชีวิต กองทัพเรือเร่งประสานนานาชาติเข้าช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยง
พลเรือเอก ธาดาวุธ เสธ.ทร. ยืนยัน 3 ลูกเรือชาวไทยบนเรือมยุรีนารีที่ประสบเหตุในช่องแคบฮอร์มุซยังมีชีวิต! กองทัพเรือเร่งประสาน CMF และนานาชาติเข้าช่วยเหลืออย่างรัดกุม
สถานการณ์เรือสินค้า "มยุรีนารี" ที่ประสบเหตุอันตรายในน่านน้ำสากลอันตึงเครียด ได้รับข่าวดีท่ามกลางความกังวล เมื่อพลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ออกมายืนยันว่า ลูกเรือชาวไทยที่ยังคงติดค้างอยู่บนเรืออีก 3 คนนั้น ยังมีชีวิตอยู่ และกองทัพเรือไทยกำลังเร่งประสานงานกับกองกำลังผสมทางทะเลและหน่วยงานนานาชาติ เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและรัดกุมที่สุด
ความคืบหน้าสถานการณ์และภารกิจกู้ภัย
เหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย "มยุรีนารี" ประสบเหตุในเขตติดต่อระหว่างประเทศบาห์เรนและโอมาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและมีการใช้อาวุธจากฝั่งอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความวิตกให้กับหลายฝ่าย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานข่าวที่สร้างความโล่งใจว่า เจ้าหน้าที่สามารถอพยพลูกเรือออกมาอยู่ในเขตปลอดภัยได้แล้วถึง 20 คน และสำหรับลูกเรือที่เหลืออีก 3 คน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างเครื่องและติดค้างอยู่บนเรือ ก็ได้รับการยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ แม้จะยังไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ทันทีก็ตาม
พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายสำคัญในการปฏิบัติการกู้ภัย คือสถานการณ์ในพื้นที่ที่ยังคงตึงเครียดและมีการยิงอาวุธออกมาเป็นระยะ ทำให้การบุกขึ้นเรือเพื่อนำตัวผู้ติดค้างออกมาเป็นไปได้ยาก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกฝ่าย กองทัพเรือไทยจึงได้ส่งนายทหารประสานงานเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับ กองกำลังผสมทางทะเล (Combined Maritime Forces: CMF)
การประสานงานระดับนานาชาติและความมุ่งมั่นของกองทัพเรือ
นอกจากการทำงานร่วมกับ CMF แล้ว กองทัพเรือไทยยังได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน รวมถึงกองทัพเรือของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประเมินสถานการณ์และหาช่องทางเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและรัดกุมที่สุด การดำเนินการทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบายขั้นเด็ดขาดของผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือยังได้ตรวจสอบพบว่ามีเรือสัญชาติไทยที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวรวม 4 ลำ (รวมเรือมยุรีนารี) โดยอีก 3 ลำที่เหลือได้เดินทางเข้าเทียบท่าอย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งทางการได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังผู้ประกอบการเดินเรือทุกแห่ง ให้ใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการเดินเรือผ่านน่านน้ำดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตรายที่อยู่นอกเขตอำนาจกฎหมายไทย

ความรับผิดชอบและการวิพากษ์วิจารณ์ต่อการตัดสินใจเดินเรือ
กรมเจ้าท่าได้เรียกหารือกับบริษัทเอกชนเจ้าของเรือ "มยุรีนารี" เพื่อกำหนดแนวทางการรับผิดชอบร่วมกันและประสานข้อมูลการกู้ภัยอย่างใกล้ชิด ขณะที่บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การตัดสินใจใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นไปตามการประเมินด้านความปลอดภัยในขณะนั้น และไม่มีคำเตือนเฉพาะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าห้ามเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวได้นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากบางฝ่าย เช่น อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ที่ตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของบริษัทที่ฝ่าฝืนคำเตือนถึง 65 ครั้งเพื่อแล่นผ่านพื้นที่สงคราม โดยมองว่าผลประโยชน์ของเอกชนอาจกลายเป็นภาระทางการทูตของชาติ และสุ่มเสี่ยงทำให้ไทยต้องเสียสมดุลความสัมพันธ์ในเวทีโลก แต่ไม่ว่าจะเป็นความเห็นจากฝ่ายใด สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเร่งดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คนให้กลับคืนสู่ความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
กองทัพเรือไทยได้ย้ำถึงความพร้อมที่จะเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือชาวประมง ตลอดจนลูกเรือชาวไทยในทุกมิติ โดยไม่เลือกปฏิบัติ และจะเข้าดูแลทันทีหากพบว่ามีคนไทยต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องชีวิตคนไทยในทุกสถานการณ์