ไข้กาฬหลังแอ่นระบาด: ทำความเข้าใจสถานการณ์ในอังกฤษและไทย พร้อมแนวทางป้องกัน

เจาะลึกสถานการณ์ไข้กาฬหลังแอ่นที่ระบาดในอังกฤษ พร้อมอัปเดตสถานการณ์ในไทย และแนวทางป้องกันตัวเองจากโรคอันตรายนี้

ไข้กาฬหลังแอ่นระบาด: ทำความเข้าใจสถานการณ์ในอังกฤษและไทย พร้อมแนวทางป้องกัน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการแพร่ระบาดของ โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) ในประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนนักศึกษา ได้สร้างความกังวลไปทั่วโลก ด้วยความรุนแรงและอัตราการแพร่กระจายที่รวดเร็วของโรคนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย รวมถึงรู้วิธีป้องกันตัวเองและคนที่คุณรัก

สถานการณ์ "ไข้กาฬหลังแอ่น" ในประเทศอังกฤษ: การระบาดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นที่หน่วยงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) ระบุว่า "ไม่เคยปรากฏมาก่อน" โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 20 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย

ต้นตอของการแพร่ระบาดครั้งนี้คาดว่ามาจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองแคนเทอร์เบอรี ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" ที่เชื้อกระจายตัวอย่างรวดเร็วภายในหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเคนท์ เนื่องจากนักศึกษามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อ Meningococcal กลุ่ม B (MenB) ซึ่งเพิ่งบรรจุในแผนการฉีดวัคซีนสำหรับทารกเมื่อปี 2558 ทำให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง

ทางการอังกฤษได้ตอบโต้สถานการณ์นี้อย่างเร่งด่วน โดยเริ่มโครงการฉีดวัคซีนให้กับนักศึกษาประมาณ 5,000 คน และสั่งการให้แพทย์จ่ายยาปฏิชีวนะให้กับทุกคนที่เดินทางไปยังสถานบันเทิงที่เป็นต้นตอการระบาด รวมถึงนักศึกษาทุกคนของมหาวิทยาลัยเคนท์ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ

ภาพประกอบ

ไข้กาฬหลังแอ่นคืออะไร? รู้จักอาการและการแพร่เชื้อ

ศ.ดร.ยง ภู่วรวรรณ ได้ให้ความรู้ว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งมีความรุนแรงและดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว ชื่อ "ไข้กาฬหลังแอ่น" มาจากอาการที่มีไข้สูง ผื่นเลือดออกตามตัว (กาฬ = ดำ/รุนแรง) และอาการคอแข็ง หลังแอ่นจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โรคนี้ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนรวมกลุ่มจำนวนมาก เช่น หอพักนักศึกษา โรงเรียน หรือค่ายกิจกรรม ผู้ที่ติดเชื้ออาจเป็นพาหะโดยไม่รู้ตัวและแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย

อาการเบื้องต้นที่ต้องเฝ้าระวัง:

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • หายใจเร็ว ง่วงซึม อาเจียน
  • มือเท้าเย็น
  • ผื่นเลือดออกตามตัว หรือจ้ำเลือด (เป็นอาการเฉพาะที่บ่งชี้ถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรง)
  • คอแข็ง (ในกรณีที่เชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง)

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต

สถานการณ์ "ไข้กาฬหลังแอ่น" ในประเทศไทย: ยังไม่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน

อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ ชี้แจงว่า กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์ในอังกฤษอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นกลุ่มก้อน

ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 19 มี.ค. 2569) ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมเพียง 5 ราย กระจายอยู่ใน 5 จังหวัด โดยไม่พบความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย (คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 60) ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีแสดงให้เห็นว่า ไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 20-30 รายต่อปี และยังไม่พบรูปแบบการระบาดขนาดใหญ่

ภาพประกอบ

แม้จะยังไม่อยู่ในสถานการณ์การระบาด แต่ด้วยความรุนแรงของโรค กรมควบคุมโรคจึงเน้นย้ำหลัก "รู้เร็ว รักษาเร็ว ควบคุมเร็ว" เพื่อเฝ้าระวังและตอบโต้โรคอย่างต่อเนื่อง

แนวทางป้องกันและการปฏิบัติตัว

  • สังเกตอาการ: หากมีไข้สูงเฉียบพลัน คอแข็ง ซึม หรือมีผื่นจ้ำเลือด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • สุขอนามัยที่ดี: ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังไอหรือจาม หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด: โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัย
  • การฉีดวัคซีน: สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก (เช่น หอพัก สถานศึกษา ในประเทศตะวันตก) ควรพิจารณารับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันเชื้อหลายสายพันธุ์ (ACWY) และสายพันธุ์ B หากเป็นไปได้
  • ติดตามข่าวสาร: รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

การรับรู้และเข้าใจถึงสถานการณ์ของโรคไข้กาฬหลังแอ่น รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นได้

Read more

เปิดตัว Realme P4 Lite 5G: แบตเตอรี่ 7,000 mAh จอ 144Hz สุดคุ้มแค่ 5 พันกว่าบาท!

เปิดตัว Realme P4 Lite 5G: แบตเตอรี่ 7,000 mAh จอ 144Hz สุดคุ้มแค่ 5 พันกว่าบาท!

Realme P4 Lite 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ 7,000 mAh, จอ 144Hz และ 5G ในราคาสุดคุ้ม! อ่านรีวิวสเปกเด่น ฟีเจอร์ Bypass Charging และราคาเริ่มต้นเพียง 5,500 บาท.

By ทีมงาน devdog
Lakers พลิกฟอร์มร้อนฉ่า! LeBron James ทาบสถิติระดับตำนาน สู่การทำลายประวัติศาสตร์ NBA

Lakers พลิกฟอร์มร้อนฉ่า! LeBron James ทาบสถิติระดับตำนาน สู่การทำลายประวัติศาสตร์ NBA

Los Angeles Lakers กำลังแรง! LeBron James ทาบสถิติเกมปกติ 1,611 เกม พร้อมพา Lakers พลิกฟอร์ม 7 เกมติด สู่เส้นทางเพลย์ออฟ.

By ทีมงาน devdog
iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max: ลือ 12 ฟีเจอร์ใหม่ กับความจริงที่อาจ 'ไม่เปลี่ยนไปมากนัก' ก่อนเปิดตัวปลายปีนี้!

iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max: ลือ 12 ฟีเจอร์ใหม่ กับความจริงที่อาจ 'ไม่เปลี่ยนไปมากนัก' ก่อนเปิดตัวปลายปีนี้!

เตรียมพบ iPhone 18 Pro และ Pro Max! สรุปข่าวลือ 12 ฟีเจอร์ใหม่ ดีไซน์อาจไม่เปลี่ยนมาก แต่มีสีแดงเข้มและกล้องรูรับแสงปรับได้ เตรียมเปิดตัวปลายปีนี้

By ทีมงาน devdog
OpenAI ก้าวสู่ยุคใหม่: Super App อัจฉริยะ และศึกใหญ่กับ Microsoft

OpenAI ก้าวสู่ยุคใหม่: Super App อัจฉริยะ และศึกใหญ่กับ Microsoft

สำรวจก้าวสำคัญของ OpenAI กับการเปิดตัว Super App รวม ChatGPT, Browser และ Codex พร้อมเผชิญหน้า Microsoft จากดีล AWS มูลค่ามหาศาล อนาคต AI จะเป็นอย่างไร?

By ทีมงาน devdog