Microsoft ขยายเวลาอัปเดตความปลอดภัย Windows 10 ESU ถึงปี 2027 ให้ผู้ใช้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น
Microsoft ขยายโปรแกรม Extended Security Updates (ESU) สำหรับ Windows 10 ส่วนบุคคลไปจนถึงตุลาคม 2027 มอบแพตช์ความปลอดภัยเพิ่มอีก 1 ปีให้ผู้ใช้ไม่ต้องรีบอัปเกรด
สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วโลก Windows 10 ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการยอดนิยมที่หลายคนยังคงใช้งานอยู่ แม้ว่า Microsoft จะได้ประกาศยุติการสนับสนุนหลักไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 และเริ่มโปรแกรม Extended Security Updates (ESU) เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับแพตช์ความปลอดภัยต่อไปอีกหนึ่งปีก็ตาม ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ยังไม่พร้อมอัปเกรดเป็น Windows 11 เมื่อ Microsoft ได้ตัดสินใจขยายระยะเวลาโปรแกรม ESU ออกไปอีก 1 ปีเต็ม จากกำหนดการเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2026 เป็น 12 ตุลาคม 2027
ข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Windows 10: ESU ขยายเวลาถึงปี 2027
การประกาศขยายเวลาในครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าผู้ใช้งาน Windows 10 ส่วนบุคคลจะยังคงได้รับการอัปเดตความปลอดภัยที่สำคัญไปจนถึงปลายปี 2027 ซึ่งจะช่วยลดความกังวลและมอบเวลาเตรียมตัวสำหรับการย้ายระบบปฏิบัติการไปยัง Windows 11 ได้มากขึ้น การขยายเวลาดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า Windows 10 จะกลับมาได้รับการสนับสนุนเต็มรูปแบบเหมือนเดิม แต่โปรแกรม ESU จะยังคงมุ่งเน้นเฉพาะการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญเท่านั้น โดยจะไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ การปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน หรือการแก้ไขบั๊กทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

ESU คืออะไร และครอบคลุมอะไรบ้าง?
โปรแกรม ESU หรือ Extended Security Updates คือโครงการที่ Microsoft จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ยังคงได้รับแพตช์ความปลอดภัยที่สำคัญต่อไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากที่ Windows 10 สิ้นสุดระยะ Mainstream Support แล้ว ประเด็นสำคัญคือ ESU จะดูแลเฉพาะ อัปเดตด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เท่านั้น เพื่อป้องกันมัลแวร์, แรนซัมแวร์ และช่องโหว่ต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อระบบ โดยจะไม่มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ การแก้ไขบั๊กที่ไม่ใช่ด้านความปลอดภัย หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วไป
ใครบ้างที่มีสิทธิ์รับการอัปเดต ESU และมีเงื่อนไขอย่างไร?
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป การสมัครเข้าร่วมโปรแกรม ESU ยังคงมีเงื่อนไขและช่องทางที่หลากหลาย โดยอุปกรณ์ที่สามารถเข้าร่วมได้จะต้องเป็น Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 ในรุ่น Home, Pro, Pro Education หรือ Pro for Workstations และจะต้องติดตั้งอัปเดตล่าสุดทั้งหมดก่อนสมัคร รวมถึงต้องใช้บัญชี Microsoft ที่มีสิทธิ์แอดมินบนเครื่องนั้นๆ
- ช่องทางในการรับสิทธิ์ ESU:
- เปิดใช้งานการซิงก์การตั้งค่าผ่าน Windows Backup เพื่อรับสิทธิ์แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ใช้ Microsoft Rewards 1,000 แต้ม แลกรับสิทธิ์
- จ่ายเงินครั้งเดียว $30 (ประมาณ 1,100 บาท) โดยหนึ่งบัญชี Microsoft สามารถใช้สิทธิ์กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์ที่อยู่ในระบบองค์กร เช่น Domain Join, Entra ID หรือ MDM จะไม่สามารถใช้โปรแกรม ESU สำหรับผู้ใช้ทั่วไปได้ และจะต้องเลือกใช้แผนสำหรับองค์กรแทน

ทำไม Microsoft ถึงตัดสินใจขยายเวลา?
การตัดสินใจขยายเวลา ESU ในครั้งนี้คาดว่ามาจากหลายปัจจัย ประการแรกคือ ฐานผู้ใช้งาน Windows 10 ทั่วโลกยังคงมีจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่มนักเล่นเกม ข้อมูลจาก Steam Hardware and Software Survey แสดงให้เห็นว่ามีผู้ใช้งานถึง 24% ที่ยังคงใช้ Windows 10 64-bit อยู่ ซึ่งหากไม่มีการขยายเวลา กลุ่มผู้ใช้เหล่านี้จะตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
นอกจากนี้ ตลาดฮาร์ดแวร์ PC ในช่วงที่ผ่านมายังเผชิญกับภาวะราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้การประกอบหรือซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่มีราคาสูงขึ้น ผู้ใช้จำนวนมากจึงยังไม่สามารถอัปเกรดเครื่องได้ อีกทั้ง Windows 11 ยังมีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ที่เข้มงวด โดยเฉพาะเรื่อง TPM 2.0 และรุ่นของ CPU ที่รองรับ ซึ่งทำให้เครื่องรุ่นเก่าจำนวนมากไม่สามารถอัปเกรดได้ การขยายเวลา ESU จึงเป็นการช่วยให้ผู้ใช้มีเวลามากขึ้นในการปรับตัวและวางแผนการอัปเกรดในอนาคต
การขยายเวลาในฝั่งเซิร์ฟเวอร์: Hotpatch สำหรับ Windows Server 2022
นอกจากการขยายเวลา ESU สำหรับ Windows 10 แล้ว Microsoft ยังได้ขยายการรองรับ Hotpatch สำหรับ Windows Server 2022 Datacenter: Azure Edition ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2027 อีกด้วย ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานกว่าวันสิ้นสุดระยะ Mainstream Support ของเซิร์ฟเวอร์รุ่นปกติอีก 1 ปีเช่นกัน Hotpatch คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ Windows สามารถติดตั้ง Security Update โดยนำแพตช์ไปอัปเดตโค้ดที่กำลังทำงานอยู่ในหน่วยความจำโดยตรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ต Service หรือรีบูตเครื่องหลังจากติดตั้งอัปเดตแต่ละครั้ง ช่วยรักษา Uptime ของระบบและลดผลกระทบจากการบำรุงรักษาได้อย่างมาก การขยายเวลาสำหรับ Hotpatch นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Microsoft ในการสนับสนุนความต่อเนื่องทางธุรกิจและลดภาระการบริหารจัดการสำหรับลูกค้าองค์กร
โดยสรุป การขยายเวลาโปรแกรม ESU สำหรับ Windows 10 และ Hotpatch สำหรับ Windows Server 2022 เป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญจาก Microsoft ที่มุ่งหวังให้ผู้ใช้งานและองค์กรต่างๆ ยังคงได้รับความปลอดภัยและมีเสถียรภาพในการใช้งานระบบปฏิบัติการต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยมีเวลาเพียงพอสำหรับการวางแผนและดำเนินการอัปเกรดในอนาคต