ศุภจีและรัฐบาลไทยยืนยัน: ไม่ต้องตื่นตระหนก ภาวะสู้รบตะวันออกกลาง รัฐบาลดูแลเต็มที่
ศุภจี รมว.พาณิชย์ เผยรัฐบาลไทยพร้อมรับมือผลกระทบจากภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ทั้งด้านเศรษฐกิจและการดูแลคนไทยในพื้นที่ ไม่ต้องตื่นตระหนก.
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจกำลังวิตกกังวลถึงผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้ออกมาตอกย้ำถึงความพร้อมในการรับมือและดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคำกล่าวของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกพร้อมยืนยันว่าทุกภาคส่วนกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
เศรษฐกิจไทยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของกระทรวงพาณิชย์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาสินค้าและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำว่าสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือราคาพลังงานซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค
รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหลายกระทรวง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมออกมาช่วยปกป้องประชาชนได้ทันท่วงที ไม่ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่ก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงมาตรการWork From Homeโดยเริ่มที่กลุ่มข้าราชการก่อน หากหน่วยงานใดพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ซึ่งถือเป็นการทบทวนกระบวนการทำงานและใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนประชาชนทั่วไป นางศุภจีมองว่าขึ้นอยู่กับความสมดุล หากการเดินทางไปทำงานไม่ก่อให้เกิดภาระมากเกินไปก็สามารถทำได้ โดยย้ำว่าทุกคนต้องช่วยกันในเรื่องการประหยัดพลังงาน และประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการสำรองน้ำมันหรือปุ๋ย ซึ่งรัฐบาลมีการดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด

ความปลอดภัยและการดูแลคนไทยในพื้นที่เสี่ยง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการรับคนไทยทุกคนกลับประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยง
มาตรการดูแลแรงงานไทย
- กองทุนช่วยเหลือ: กระทรวงแรงงานได้เตรียมเงินกองทุนจำนวน 15,000 บาท สำหรับแรงงาน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยแรงงานที่ถูกกฎหมายจะมีกองทุนสำหรับดูแลคนต่างแดนเพิ่มเติม
- การประสานงาน: ทูตแรงงานประจำ 3 กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ประสงค์เดินทางกลับและดูแลหลังกลับมาแล้ว
- การดูแลหลังเดินทางกลับ: มีนโยบายให้ 5 เสือแรงงานประสานงานกับครอบครัวแรงงานในประเทศไทย รวมถึงการเตรียมพร้อมด้านการUp-skill หรือ Re-skillเพื่อพัฒนาทักษะการทำงานและจัดหางานสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศต่อ
สถานการณ์และการอพยพของคนไทย
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความรุนแรง มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว และผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้พิจารณาเดินทางออกมาโดยเร็ว รวมถึงลงทะเบียนและแจ้งข้อมูลติดต่อให้สถานทูตทราบ
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และรัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น:
- อิหร่าน: คนไทยกลุ่มแรกที่อพยพออกไปและพักที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ได้เดินทางกลับถึงไทยแล้ว 23 คน และกลุ่มที่สองจำนวน 69 คน กำลังจะเดินทางตามมา
- อิรัก: มีคนไทย 64 คน ที่สถานทูตไทย ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน กำลังประสานงานเพื่ออพยพมายังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี
- ประเทศอื่นๆ: สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวก และมอบสิ่งของจำเป็นแก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลไทย: พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ สร้างความมั่นคงให้ประชาชน
จากสถานการณ์ทั้งหมดนี้ เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลไทยไม่ได้มองข้ามความกังวลของประชาชน แต่ได้มีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยของชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ด้วยความมั่นคง
การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และการให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาครัฐ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนทุกคนสามารถช่วยกันได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างมีสติและไม่ตื่นตระหนก