เปิดโปง "หมอเกศ": จากเส้นทาง สว. สู่คำสั่งศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ 10 ปี จากปม 'ศาสตราจารย์'

ย้อนรอยเส้นทาง หมอเกศ จากผู้สมัคร สว. คะแนนสูงสุด สู่คำพิพากษาศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ปมใช้ตำแหน่ง 'ศาสตราจารย์' ผิดกฎหมาย วิเคราะห์บทเรียนสำคัญ

เปิดโปง "หมอเกศ": จากเส้นทาง สว. สู่คำสั่งศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ 10 ปี จากปม 'ศาสตราจารย์'

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงที่ผ่านมา ชื่อของ "หมอเกศ" หรือ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังสร้างปรากฏการณ์เป็นผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการคัดเลือกระดับประเทศเมื่อปี 2567 ทว่าเส้นทางที่ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบของเธอกลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของเธอเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 สาเหตุหลักมาจากข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

บทความนี้จะพาผู้อ่านย้อนรอยเส้นทางชีวิตและการเมืองของ "หมอเกศ" สำรวจที่มาของประเด็นร้อน "ศาสตราจารย์" ที่นำไปสู่คำพิพากษาครั้งสำคัญ รวมถึงผลกระทบและข้อคิดที่สังคมไทยควรได้รับจากกรณีศึกษาที่เข้มข้นนี้

จากดาวเด่น สู่ประเด็นร้อน: เส้นทาง "หมอเกศ" ในสนาม สว.

ก่อนที่จะเกิดประเด็นร้อนแรงนี้ขึ้น "หมอเกศ" เคยเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวางในฐานะผู้สมัคร สว. ที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ความโดดเด่นของเธอไม่เพียงแต่มาจากคะแนนที่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่ยังรวมถึงภูมิหลังที่หลากหลาย ทั้งในฐานะแพทย์ นักธุรกิจหญิง และบุคคลที่มีบทบาทในแวดวงสื่อสารมวลชน ทำให้เธอถูกมองว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนงานด้านนิติบัญญัติ

การคัดเลือก สว. เป็นกระบวนการที่สำคัญในการสรรหาบุคลากรมาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ดังนั้น คุณสมบัติและความโปร่งใสของผู้สมัครจึงเป็นหัวใจสำคัญ การที่ผู้สมัครรายหนึ่งสามารถคว้าคะแนนสูงสุดได้ ย่อมบ่งบอกถึงความคาดหวังและศรัทธาที่ประชาชนมีให้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากสาธารณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยข้อเท็จจริงบางประการที่ไม่อาจมองข้ามได้

ภาพประกอบ

เปิดประวัติ "หมอเกศ": สู่แวดวงการแพทย์ ธุรกิจ และสื่อ

น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ "หมอเกศ" ปัจจุบันอายุ 47 ปี เธอเป็นที่รู้จักในฐานะแพทย์และนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในหลายภาคส่วน เธอเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ เกศกมล คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นศูนย์รวมคลินิกความงามและสุขภาพที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้เธอยังเป็นเจ้าของ เกศกมล เด็นทัล คลินิก และ อินเตอร์ เดอร์มา แลบอราตอรี โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ป้องกัน ตลอดจนด้านสุขภาพจิตชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสั่งสมประสบการณ์และความรู้ในสายงานวิชาชีพมาอย่างยาวนาน

นอกเหนือจากบทบาทในภาคธุรกิจและการแพทย์ หมอเกศยังมีส่วนร่วมในงานด้านสังคมและการวางนโยบายที่สำคัญ เช่น การเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจในงานด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล นอกจากนี้เธอยังเป็นคณะอนุกรรมการ กต.ตร. บก.น.2 และอาจารย์พิเศษในสถาบันด้านกำลังสำรอง ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นบุคคลที่หลากหลายความสามารถและบทบาทในสังคมไทย

ในแวดวงสื่อสารมวลชน หมอเกศก็เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา จากการทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการสุขภาพ เช่น รายการ "สุขภาพดี" ทางช่อง 18 JKN และรายการ "คุณหมอขอถาม" ซึ่งนำเสนอความรู้ด้านสุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน บทบาทเหล่านี้ทำให้เธอเป็นที่รู้จักและมีอิทธิพลในวงกว้าง และอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งให้เธอได้รับความเชื่อมั่นจากผู้คนในการลงสมัคร สว. จนได้รับคะแนนสูงสุด

ปม "ศาสตราจารย์": จุดเริ่มต้นแห่งคำถาม

ประเด็นที่เป็นชนวนสำคัญซึ่งนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิของ "หมอเกศ" คือการที่เธอระบุตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. (สว. 3) โดยระบุในประวัติการศึกษาว่า "ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์" และระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า "ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย" โดยอ้างอิงถึงสถาบันแคลิฟอร์เนียยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

จากข้อมูลข่าวระบุว่า สถาบันแคลิฟอร์เนียยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี เป็นสถาบันที่ให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษา โดยได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และกระทรวงศึกษาธิการรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา มีภารกิจในการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาและมอบปริญญาบัตรแก่นักศึกษาชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสำคัญที่ศาลฎีกาฯ พิจารณาคือ ยังไม่มีบุคคลใดนำคุณวุฒิทางการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ไปยื่นเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาต่อสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ และกลายเป็นหัวใจของข้อกล่าวหาว่าเป็นการใช้ตำแหน่งที่ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมายไทย ในลักษณะที่อาจชักจูงให้เกิดความเข้าใจผิด

ศาสตราจารย์ในบริบทกฎหมายไทย: ความแตกต่างที่สำคัญ

การแต่งตั้งตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ในประเทศไทยนั้น มีระเบียบแบบแผนและขั้นตอนที่เคร่งครัดตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากการได้รับตำแหน่งหรือวุฒิจากสถาบันต่างประเทศที่อาจไม่มีการรับรองหรือเทียบเคียงตามมาตรฐานของไทย คำว่า "ศาสตราจารย์" ในบริบทของประเทศไทยนั้น มีความหมายและคุณค่าทางวิชาการที่สูงส่ง โดยถูกกำหนดคุณสมบัติไว้อย่างชัดเจน เพื่อธำรงไว้ซึ่งมาตรฐานทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

  • สำหรับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา: การพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ "ศาสตราจารย์" ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดคุณสมบัติ ประสบการณ์ ผลงานทางวิชาการ การทำวิจัย และการตีพิมพ์ผลงานในระดับนานาชาติอย่างเข้มงวด โดยต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และสภามหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้ระยะเวลาเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่ทรงเกียรตินี้
  • สำหรับคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน: มีขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ซึ่งมีหลักเกณฑ์คล้ายคลึงกันในการประเมินความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และผลงานทางวิชาการ เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับและมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐบาล

ดังนั้น การที่บุคคลหนึ่งจะดำรงตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องผ่านกระบวนการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและสถาบันอุดมศึกษาไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากการได้รับวุฒิหรือตำแหน่งจากสถาบันต่างประเทศที่ยังไม่ได้รับการเทียบคุณวุฒิโดยหน่วยงานราชการไทยอย่างสำนักงาน ก.พ. การใช้ตำแหน่งที่ยังไม่มีการรับรองตามกฎหมายไทยในการสมัครรับเลือกตั้ง สว. จึงถูกมองว่าอาจเป็นการชี้นำหรือสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อันเป็นพฤติการณ์ที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายเลือกตั้งที่มุ่งเน้นความสุจริตและเที่ยงธรรม

ภาพประกอบ

กระบวนการทางกฎหมาย: กกต. ยื่นคำร้อง สู่คำพิพากษาศาลฎีกา

เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ที่ "หมอเกศ" ใช้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็ได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หลังจากพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงต่างๆ แล้ว กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณา โดยให้เหตุผลว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการใช้ตำแหน่งที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ซึ่งเป็นการหลอกลวงคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมาย

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ดำเนินการไต่สวนและตรวจสำนวนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาจากพยานหลักฐานที่คู่กรณีนำเสนอ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วน และในที่สุด เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งก็มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 โดยมีคำสั่งสำคัญคือ พิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ "หมอเกศ" เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากเห็นว่ามีการใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ในลักษณะที่อาจชักจูงให้เกิดความเข้าใจผิดในการคัดเลือก สว. ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ บทบัญญัติที่มุ่งเน้นความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง

คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ครั้งนี้ถือเป็นข้อสรุปทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และความสำคัญของการระบุข้อมูลที่เป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งที่มีเกียรติและมีผลต่อความน่าเชื่อถือของบุคคลสาธารณะและผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมือง

ผลพวงแห่งคำพิพากษา: เพิกถอนสิทธิ 10 ปี และบรรทัดฐานใหม่

คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการเมืองของ "หมอเกศ" ที่ต้องยุติลงและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาถึง 10 ปี ซึ่งหมายความว่าเธอจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งใดๆ ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ยังสร้างบรรทัดฐานสำคัญสำหรับกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองในอนาคตอีกด้วย

การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นระยะเวลา 10 ปี ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของกฎหมายในการป้องกันการบิดเบือนข้อมูลหรือการสร้างความเข้าใจผิดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง กรณีนี้ตอกย้ำว่า แม้ผู้สมัครจะมีความรู้ความสามารถหรือมีชื่อเสียงเพียงใด แต่หากข้อมูลที่นำมาใช้ในการสมัครไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ก็ย่อมต้องถูกตรวจสอบและลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่นในระบบการเมือง

นอกจากนี้ คำพิพากษายังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นๆ ว่า การใช้ตำแหน่งทางวิชาการ หรือคุณวุฒิต่างๆ ที่อ้างอิงจากสถาบันต่างประเทศ จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบถึงการรับรองและเทียบเคียงตามมาตรฐานของประเทศไทย โดยเฉพาะจากหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง ก.พ. เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต เป็นการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสและจริยธรรมทางการเมืองให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคลากรทางการเมืองที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง

บทเรียนและข้อคิดจากกรณี "หมอเกศ"

กรณีของ "หมอเกศ" เกศกมล เปลี่ยนสมัย เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญและให้บทเรียนอันมีค่าแก่สังคมไทยหลายประการ ซึ่งควรถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืน:

  • ความสำคัญของการตรวจสอบคุณสมบัติ: บทเรียนที่ชัดเจนที่สุดคือความจำเป็นในการตรวจสอบคุณสมบัติและข้อมูลของผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะได้รับความนิยมหรือมีชื่อเสียงเพียงใดก็ตาม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย รวมถึงคุณสมบัติทางวิชาการที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่กำหนด
  • ความน่าเชื่อถือของข้อมูล: การให้ข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานทางการเมือง การบิดเบือนหรือใช้ข้อมูลที่อาจทำให้เข้าใจผิด ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยรวม
  • มาตรฐานของตำแหน่งทางวิชาการ: กรณีนี้ยังช่วยตอกย้ำถึงมาตรฐานและกระบวนการอันเข้มงวดในการได้รับตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ในประเทศไทย ซึ่งมีคุณค่าและศักดิ์ศรีที่ต้องได้รับการปกป้อง การอ้างตำแหน่งดังกล่าวโดยไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการศึกษาและวงวิชาการโดยรวม รวมถึงอาจนำไปสู่ความสับสนในหมู่ประชาชน
  • บทบาทขององค์กรอิสระและศาลฎีกา: ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและ กกต. ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง การตัดสินใจที่เด็ดขาดในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกกระบวนการทางการเมืองต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
  • สิทธิในการรับรู้ของประชาชน: ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้สมัครที่ตนจะเลือก เพื่อประกอบการตัดสินใจทางการเมืองอย่างมีข้อมูลและวิจารณญาณ การป้องกันการเข้าใจผิดหรือการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนถือเป็นการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

จากเส้นทางที่เคยได้รับคะแนนสูงสุดในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 สู่คำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ทำให้ประวัติของ "หมอเกศ" เกศกมล เปลี่ยนสมัย กลายเป็นประเด็นที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด และเป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญที่สะท้อนถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง และความเข้มงวดของกระบวนการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางของการเมืองไทยในอนาคต

ท้ายที่สุดแล้ว กรณี "หมอเกศ" ไม่ใช่เพียงเรื่องราวส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่ง แต่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและพัฒนาการของธรรมาภิบาลทางการเมืองในประเทศไทย ที่ยังคงต้องเน้นย้ำถึงความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และการเคารพกฎกติกา เพื่อสร้างระบบการเมืองที่แข็งแกร่งและเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนอย่างแท้จริง นำมาซึ่งความก้าวหน้าและความยุติธรรมในสังคม

Read more

ราคาทอง 1 บาท วันนี้ 15 มิถุนายน 2569: เปิดตลาดพุ่งแรง! พร้อมจับตาทิศทางโลก

ราคาทอง 1 บาท วันนี้ 15 มิถุนายน 2569: เปิดตลาดพุ่งแรง! พร้อมจับตาทิศทางโลก

สรุปราคาทอง 1 บาท ล่าสุด 15 มิ.ย. 2569 ที่พุ่งขึ้นแรง พร้อมเจาะลึกปัจจัยสำคัญจาก BOJ, เฟด, และการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ส่งผลต่อทองคำวันนี้

By ทีมงาน devdog
เผยหมัดเด็ด iOS 27 ที่ Apple ยังซ่อนไว้ เตรียมปล่อยช่วงปลายปีนี้!

เผยหมัดเด็ด iOS 27 ที่ Apple ยังซ่อนไว้ เตรียมปล่อยช่วงปลายปีนี้!

Apple ยังมีหมัดเด็ดซ่อนไว้ใน iOS 27! พบกับ Siri AI อัจฉริยะที่เชื่อมต่อแชทบอทอื่นได้, กล้องปรับแต่งได้, หน้าปัด Apple Watch ใหม่ และเครื่องมือวาดรูปที่รอคุณอยู่ปลายปีนี้

By ทีมงาน devdog
สวีเดน พบ ตูนิเซีย: ศึกเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F – ใครจะเหนือกว่ากัน?

สวีเดน พบ ตูนิเซีย: ศึกเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F – ใครจะเหนือกว่ากัน?

วิเคราะห์เจาะลึกแมตช์เดือด สวีเดน พบ ตูนิเซีย ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม F พร้อมรายชื่อนักเตะ การวิเคราะห์เกมรุก-รับ และช่องทางดูบอลสด

By ทีมงาน devdog
ลือสะเทือนวงการ! HUAWEI Mate 90 series เตรียมเขย่าตลาดด้วย 5 รุ่นรวด พร้อม "Fan Edition" ทรงพลัง

ลือสะเทือนวงการ! HUAWEI Mate 90 series เตรียมเขย่าตลาดด้วย 5 รุ่นรวด พร้อม "Fan Edition" ทรงพลัง

เตรียมพบกับ HUAWEI Mate 90 series ที่ลือว่าจะเปิดตัว 5 รุ่นรวด รวมถึง Fan Edition พร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อน 3D Liquid-Cooling สุดล้ำ คาดการณ์กันยายนนี้!

By ทีมงาน devdog